บันเทิง

สอดประสานตัวหนังสือ
และเสียงเพลงในแบบ “เขมวิช”

สอดประสานตัวหนังสือ และเสียงเพลงในแบบ “เขมวิช”

12 ก.ค. 2554

เมื่อหลายปีก่อนชื่อของ “เขม” เขมวิช ภังคานนท์ เป็นชื่อที่คุ้นเคยของชาว “คมชัดลึก” เป็นอย่างดี เพราะผู้ชายคนนี้เคยคว้ารางวัลคมชัดลึก อวอร์ด ประจำปี 2550 มาถึง 3 สาขารวดทั้งศิลปินชายเดี่ยวยอดเยี่ยม อัลบั้มยอดเยี่ยม และเพลงบรรเลงยอดเยี่ยมในอัลบั้มชุดที่ 2 "

          “ต้องย้อนเรื่องไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งตามกระบวนการและเวลาจะเป็นการที่ผมต้องทำอัลบั้มชุดที่ 4 ของตัวเอง โดยเราจะพยายามคิดหาคอนเซ็ปต์ของอัลบั้มนี้ว่าอยากให้เป็นแบบไหน โดยในอัลบั้มแรกคอนเซ็ปต์อัลบั้มจะเป็นเรื่องของเวลา อัลบั้มที่สองเป็นเรื่องของระยะทาง และอัลบั้มที่สามเป็นเรื่องของความทรงจำ อัลบั้มชุดนี้คอนเซ็ปต์คือการให้อภัย” เขมเผย ก่อนจะเล่าให้ฟังต่อว่า ในตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะทำงานเพลงออกมา

          “บอกตรง ๆ ตอนแรกไม่กะว่าจะทำเพลงแล้ว เพราะจากกระแสหลายอย่าง ๆ ต้องยอมรับว่าการทำเพลงออกมาชุดหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ถ้ามองในของคนทำเพลงเองด้วยแล้ว แต่เพราะสังคมไทยเกิดความวุ่นวาย บางคนทำผิดก็สมควรที่จะโดนรุมต่อว่าต่อขานตามเว็ปไซด์ต่าง ๆ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เรื่องราวจบลง และเพราะเรื่องราวเล่านั้นทำให้ผมคิดถึงเรื่องการอภัยขึ้นมา ซึ่งสัญลักษณ์ของการให้อภัยอย่างหนึ่งที่เราทุหคนนึกออกคือการให้อภัยของแม่-ลูก เพราะแม่สามารถให้อภัยลูกได้ทุกเรื่อง” เขมวิชกล่าว

          โดย เขมวิช ยังเผยอีกว่าไอเดียของการที่จับปากกาเขียนหนังสือมาจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ที่เคารพนับถือบอกให้เขาลองเขียนหนังสือ โดยการเขียนหนังสือไม่จำเป็นต้องมีสาระมาก แค่ให้ความบันเทิงในการอ่านเท่านั้นพอ ทำให้เขาเริ่มจรดปากกว่าเขียนเรื่อง “สิ่งที่ตี๋ไม่มีวันลืม” โดยเป็นการยกตัวตนของสุนัขตัวโปรด “ตี๋” มาเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวความฉงนสงสัยที่ได้พบเจอมา จากความขัดแย้งที่เจ้าตูบตัวน้อยได้ประสบพบเจอมาและเป็นสิ่งที่ไม่อาจลืมได้

          และจากไอเดียในการเขียนหนังสือ ถูกถ่ายทอดมาเป็นบทเพลง โดย เขมวิช ยอมนับว่ามาจากความรู้สึกในใจและฐานะของคนทำเพลง เลยเกิดเป็นงานเพลงชุดนี้ออกมา โดยเริ่มแรกที่ทำเป็นการทำเพลงที่ชื่อว่า “โอยะสึมิ (หลับฝันดี)” ซึ่งแต่งในช่วงที่เกิดสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น โดย เขม ได้นำเพลงนี้ส่งให้อาร์ตไดเรกเตอร์ชาวญี่ปุ่น เพื่อให้ทำเอ็มวีตัวนี้ให้ ทั้งนี้ศิลปินหนุ่มกล่าวถึงความรู้สึกว่ารู้สึกผูกพันกับชาวญี่ปุ่น เพราะเคยไปทำงานในแดนซากุระแห่งนี้ มานานกว่า 3 ปี โดยเนื้อหาของเพลง “โอยะสึมิ” เป็นเพลงที่มีเนื้อหาที่ให้กำลังใจ และเป็นสไตล์เพลงที่คล้ายกับเพลงกล่อมเด็ก

          ทั้งนี้ศิลปินเจ้าของรางวัลคมชัดลึก อวอร์ด ปี 2550 พูดถึงงานชิ้นนี้ว่าเหมือนมีงานเขียนที่มีตัวหนังสือเป็นตัวหลัก ส่วนงานเพลงเหมือนเป็นเพลงประกอบเรื่องราวของหนังสือ เช่นเดียวกับหนังและละครที่จะต้องมีเพลงเป็นองค์ประกอบ เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์แบบ ซึ่ง เขม ยอมรับว่าตนเองมีแนวคิดในการทำเพลงในแบบที่เป็นวาไรตี้มาก ชอบเพลงในหลายแบบหลายสไตล์ แต่ก็ทำให้เพลงและหนังสือเขามาเป็นส่วนผสมเดียวกัน

          ซึ่งศิลปินหนุ่มปิดท้ายว่าการทำงานเพลงและงานเขียนชิ้นนี้ออกมา เพียงเพื่อต้องการสื่อสารไปถึงยังคนฟังและคนอ่านว่าไม่ว่าจะเป็นตัวหนังสือ หรือเสียงเพลง ต่างมีวัตถุประสงค์ คือให้เกิดความเข้าใจในการสื่อสารที่ตรงกัน และอยากให้คนที่อ่านหนังสือและฟังเพลง ได้หันมามองรอบๆ ข้างว่ามีใครที่อยู่รอบตัวเราบ้าง อยากให้คิดว่าสิ่งอื่นที่อยู่รอบตัวเราก็มีความรู้สึก มีความคิดเหมือนเรา และสิ่งเหล่านี้แหละที่ทำให้เราอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข นั่นคือการอภัยกัน!!