
มองผ่านเลนส์คม - วัฒนธรรมมหาชน
โชคดีที่ "เสนาบดีเมืองพัทลุง" รัฐบาลอภิสิทธิ์ ไม่ผลักดันช่องทีวีวัฒนธรรม ออกมาตามคำแนะนำของที่ปรึกษา ไม่งั้นมันจะกลายเป็น "ทีวีที่ไม่มีคนดู" อีกช่องหนึ่ง
เหมือนช่องมหาดไทยแชนแนล มีสภาพไม่ต่าง "ทีวีราชการ" ช่องหนึ่ง ซึ่งไม่มีชาวบ้านร้านตลาดให้ความสนใจ
กล่าวสำหรับทีวีดาวเทียมของภาครัฐ เท่าที่เปิดตัวกันมา ก็เป็นทีวีที่มีสาระ แต่ขาดเสน่ห์ดึงดูดผู้ชม จึงตกอยู่ในภาวะทีวีตายซาก หรือไม่ก็เลิกราไปก่อนกาลอันควร
หวังว่า เสนาบดีคนใหม่แห่งกระทรวงวัฒนธรรม คงไม่คิดต่อยอดเติมฝันของข้าราชการบางคน ปั้นช่องทีวีวัฒนธรรมขึ้นมาใหม่อีก ปล่อยให้ภาคเอกชนเขาทำกันไปเถอะ
แต่เราต้องยอมรับว่า ชัยชนะแบบถล่มทลายของพรรคเพื่อไทย ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทีวีดาวเทียมหรือ "จอแดง" มีบทบาทสูงยิ่งในแนวรบข่าวสาร เพราะกระจายข่าวสารจากฟากฝั่ง นปช. ไปถึงผู้คนทุกซอกทุกมุมของประเทศ
เมื่อพรรคการเมืองที่ นปช.สนับสนุนเป็นรัฐบาล ก็เกรงว่า จะมีคนเสนอให้ทำ "ทีวีวัฒนธรรม" ที่แตกต่างไปจากที่ข้าราชการกระทรวงวัฒนธรรมคิดจะทำในรัฐบาลชุดที่กำลังจะจากไป
บังเอิญว่า แกนนำ นปช.บางคน ยังยึดติดกับแนวคิดวัฒนธรรมเชิงอุดมการณ์ ที่เชื่อว่า "ในโลกทุกวันนี้ วัฒนธรรมหรือศิลปะวรรณคดีทั้งปวง ล้วนแต่ขึ้นอยู่กับชนชั้นที่แน่นอนและขึ้นอยู่กับแนวทางการเมืองที่แน่นอนทั้งสิ้น"
จึงมีการพูดถึงวัฒนธรรมเพลงไพร่ ในทีวีจอแดงอยู่บ่อยครั้ง และอาจมีการเสนอให้ทำ "ทีวีวัฒนธรรมมหาชน" ขึ้นมาจริงๆ ก็ได้
คำว่า วัฒนธรรมมหาชน ก็ต้องตีโจทย์ให้แตก ไม่ใช่วัฒนธรรมแบบ "คำขวัญทางการเมือง" และทำให้นึกถึงทีวีช่องเล็กๆ ช่องหนึ่ง ซึ่งทำทีวีดาวเทียมแนวสื่อวัฒนธรรมท้องถิ่น
นักสื่อสารบ้านนอกอย่าง ปัญญาเสกสรร คุณวุฒิ ได้เปิดตัวทีวีดาวเทียม "ลำโขงแชนแนล" ที่ยโสธร มาได้ระยะหนึ่งแล้ว
ทุกวันเสาร์ "ปัญญาเสกสรร" ได้จัดมินิคอนเสิร์ตในชื่อ "ลานเพลินลำโขง" เปิดโอกาสให้ศิลปินพื้นบ้าน และนักร้องอาวุโสสายลูกทุ่งอีสาน ได้มาโชว์น้ำเสียงกันทุกสัปดาห์
ชอบตรงที่ลานเพลินลำโขง ได้ชักชวนให้หมอลำกลอน หมอลำผญาย่อย หมอลำสรภัญญะ ฯลฯ มาขึ้นเวทีแสดงสดถ่ายทอดทีวีไปทั่วโลก พวกเขาเป็นหมอลำบ้านๆ ซึ่งปกติหมอลำเหล่านี้ ไม่มีโอกาสได้ออกทีวีที่ไหน
ท่ามกลางความเป็นห่วงว่าศิลปะการแสดงพื้นบ้านจะสูญหายไป จึงมีภาครัฐได้จัดมหกรรมสืบสานการแสดงดังกล่าวอยู่บ่อยๆ แต่มันก็เป็นการอนุรักษ์แบบราชการ ชาวบ้านไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรมากนัก
การจัดงานสืบสานวัฒนธรรมแบบราชการ มักใช้งบประมาณจำนวนมาก และมีข้าราชการบางคน ที่วิ่งเต้นจัดงานทำนองนี้ เพื่อสร้างผลงานให้ตัวเองโดดเด่นขึ้น โดยมิได้หวังจะฟื้นฟูวัฒนธรรมพื้นบ้านใดๆ ทั้งสิ้น
รู้สึกเศร้าใจในบางงานบางเวที ที่เห็น "ศิลปินพื้นบ้าน" เป็นแค่ "หางเครื่อง" ของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผู้คิดไต่เต้าในเส้นทางราชการ ด้วยผลงานอนุรักษ์ประเพณีท้องถิ่น
ลานเพลินลำโขง จึงเป็นเรื่องของชาวบ้าน และการมีส่วนร่วมของคนบ้านๆ จึงอยากฝากนักการเมืองหรือนักเคลื่อนไหวภาคประชาชน ที่คิดจะปลุกผีวัฒนธรรมมหาชน ได้ลองนึกตรึกตรองดู
อย่าเอาความคิดของใครบางคนไปครอบงำชาวบ้าน ด้วยวาทกรรมหรู "วัฒนธรรมมหาชน" ที่แฝงไว้ด้วยแนวคิดการเมือง เพราะพวกเขามีการร้อง เล่น เต้น รำ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นอยู่แล้ว
ลานเพลินคนบ้านๆ ย่อมต่างจากลานเพลินวัฒนธรรมสูตรสำเร็จ(ชุดความคิดการเมือง)อย่างแน่นอน!
"แคน สาริกา"



