บันเทิง

ช่างภาพแจ้งจับดารายักยอกทรัพย์3แสน

ช่างภาพแจ้งจับดารายักยอกทรัพย์3แสน

08 ก.ค. 2554

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 8 กรกฎาคม นายจะเด็ด ทบทวนน้อย อายุ 38 ปี ช่างภาพช่องซุปเปอร์บันเทิง อยู่บ้านเลขที่ 262/411 อาคารอาเซียนทาวน์เวอร์ ซอยปรีดี พนมยงค์ 16 แขวงและเขตวัฒนา กรุงเทพฯ

          เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.วิชัย ไตรถวิลละ พนักงานสอบสวน สน.คลองตัน ให้การว่า นายปฏิมากรณ์ วินิชวานิชกุล หรือ บิว อายุ 33 ปี ดารานักแสดง อยู่บ้านเลขที่ 183/63 สายลมคอนโดมิเนียม แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ได้เช่ากล้องโซนี่ HD Z 1 P จำนวน 1 ตัว พร้อมขาตั้งกล้อง SAXLER 1 อัน รวมมูลค่ากว่า 3 แสนบาท แล้วหลบหนีไป ไม่นำอุปกรณ์ดังกล่าวมาคืน โดยนำหลักฐานเป็นเอกสารบันทึกประจำวันของ สน.คลองตัน เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พร้อมนำภาพถ่ายของนายปฏิมากรณ์มามอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน

           นายจะเด็ดกล่าวว่า เป็นช่างภาพของช่องซุปเปอร์บันเทิง และมีอาชีพเสริมคือ รับถ่ายงานนอกสถานที่ และให้เช่าอุปกรณ์การถ่ายภาพ เช่น กล้องถ่ายรูป ขาตั้งกล้อง และอื่นๆ โดยก่อนหน้านี้นายปฏิมากรณ์ และนางอัจฉริยา อันตันฐวรรณธนะ ภรรยา มาหาที่บ้าน ขอเช่ากล้องไปถ่ายทำโฆษณาและภาพยนตร์ ซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่ที่ถนนพระราม 5 ด้วยเห็นว่าทำงานในวงการเดียวกันคงน่าเชื่อถือ ประกอบกับเพื่อนของตนแนะนำมา จึงไม่คิดเอะใจ เลยให้ยืมไปโดยที่ไม่มีการทำสัญญา นอกจากถ่ายสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของภรรยานายปฏิมากรณ์ไว้ ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาอะไร

           กระทั่งวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นายปฏิมากรณ์มาขอเช่ากล้องโซนี่ HD Z 1 P จำนวน 1 ตัว พร้อมขาตั้งกล้อง SAXLER อีก 1 อัน จึงถ่ายสำเนาบัตรประชาชนของนางอัจฉริยาเก็บไว้ พร้อมทั้งตกลงกันว่าค่าเช่ากล้องวันละ 3,000 บาท ต่อมาเห็นว่าเกินระยะเวลาที่ตกลงกันไว้มา 2 วัน จึงโทรศัพท์ไปสอบถาม นายปฏิมากรณ์บอกว่าอยู่ที่ประเทศลาว ยังเดินทางกลับมาไม่ได้ จากนั้นโทรศัพท์ไปถามอีกเป็นระยะก็ได้รับคำตอบเช่นเดิม ก่อนที่นายปฏิมากรณ์จะปิดโทรศัพท์ไปและไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย

           “ผมส่งเอสเอ็มเอสไปบอกว่าให้นำกล้องมาคืน เพราะต้องใช้ทำงาน แต่นายปฏิมากรณ์ส่งเอสเอ็มเอสกลับมาบอกว่าอยู่ต่างประเทศ ผมเห็นว่าเวลาผ่านไปหลายวันแล้ว ทำไมนายปฏิมากรยังอยู่ที่ต่างประเทศอีก ผมจึงเดินทางไปแจ้งความที่ สน.คลองตัน แต่ตำรวจบอกว่าให้รอดูก่อน นายปฏิมากรณ์อาจจะติดงานและไม่สามารถเดินทางกลับมาได้จริงๆ ผมจึงลงบันทึกประจำวันเอาไว้เป็นหลักฐาน ต่อมาผมพยายามโทรศัพท์ไปหานายปฏิมากรณ์กับภรรยาอีก แต่ติดต่อไม่ได้ เลยตัดสินใจเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดี” นายจะเด็ดกล่าว

           ด้าน พ.ต.ท.วิชัย กล่าวว่า ได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังนายปฏิมากรณ์ทุกเบอร์แล้ว แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งคดีฉ้อโกงเป็นคดีอาญา ไม่สามารถถอนแจ้งความได้ หลังจากนี้จะต้องสอบปากคำนายจะเด็ดอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งติดต่อคู่กรณีมาให้ปากคำ โดยจะต้องดูเจตนาว่าตั้งใจจะหลบหนีไม่จ่ายเงินและคืนสิ่งของหรือไม่ หากติดงานตามที่กล่าวอ้างจริงก็แปลว่าไม่มีเจตนา แต่หากจงใจก็จะเข้าข่ายยักยอกทรัพย์ ซึ่งจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป