
คมเคียวคมปากกา - ความพ่ายแพ้ของคนลูกทุ่ง
การเลือกตั้งปิดฉากไปแล้ว แต่ยังมีควันหลงต้องพูดถึง "คนลูกทุ่ง" ที่ถอดสูทไปสวมเสื้อแจ็กเกต ซึ่งหนนี้ก็มีผู้อาสาเป็นปากเสียงชาวบ้านหลายคน
สนามแรกที่ต้องโฟกัสคือ จ.ปทุมธานี เขต 4 สดใส โรจนวิชัย หรือ สดใส รุ่งโพธิ์ทอง ที่ย้ายไปสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา ในนาทีสุดท้าย ทั้งที่ก่อนหน้านั้นก็หาเสียงในนามพรรคประชาธิปัตย์มาตลอด
ผลการเลือกตั้งที่ออกมา ไม่เหนือความคาดหมาย "สดใส" สู้กับแชมป์เก่า "ก้อย โอเวชั่น" พรพิมล ธรรมสาร ไม่ได้ และผลคะแนนก็ถูกทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่น เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งปี 2550 สดใสยังพ่ายอดีตนักร้องค่ายนิธิทัศน์อย่างฉิวเฉียด
สาเหตุที่สดใสพ่ายยับเยิน นอกจากเรื่องกระแสพรรคที่ตกเป็นรองแล้ว ก็คงมาจากเรื่องจุดยืนทางการเมืองที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ซึ่งเขาลงสนามผู้แทนมา 2 ครั้งก็ย้ายมา 2 พรรคแล้ว
สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ สดใสได้เข้ามาทำงานการเมือง มีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีวัฒนธรรม ได้ผลักดันให้มีการจัดงานใหญ่ๆ หลายงาน จนใครต่อใครไม่คิดว่าเขาจะย้ายพรรค
มองอีกด้านหนึ่ง ถ้าสดใสได้สวมเสื้อพรรคเพื่อไทย ก็คงสอบผ่านเป็น ส.ส.แน่นอน เพราะสนามชานกรุงฝั่งตะวันออกในช่วงหลังถือได้ว่า "แดงทั้งจังหวัด"
จากปทุมธานี เลยไปตามถนนพหลโยธิน โดยแวะที่สนามสระบุรี เขต 1 รังษี เสรีชัยใจมุ่ง หรือ รังษี เสรีชัย พรรคเพื่อไทย พ่ายชนิดได้ลุ้น และผลคะแนนที่ได้ถือว่าน่าพอใจ เมื่อเขาต้องสู้กับแชมป์เก่า กัลยา รุ่งวิจิตรชัย พรรคประชาธิปัตย์
"รังษี" เดินสายกับคนเสื้อแดงมาหลายปี จนได้รับความไว้วางใจให้เป็นกรรมการ นปช.ชุดที่มีอาจารย์ธิดา ถาวรเศรษฐ เป็นประธาน
มองอนาคตทางการเมืองของรังษี ยังมีโอกาสได้เป็น ส.ส. หากอีก 3-4 ปีข้างหน้า กระแสเพื่อไทยในภาคกลางแรงจัดเหมือนอีสาน เจ้าของเพลง "รังษีไม่ดีตรงไหน" ต้องได้เป็นผู้แทนชัวร์
ออกจากสระบุรี เลี้ยวขวาไปทางเมืองโคราช สุนารี ราชสีมา ไม่ได้ลงสมัคร ส.ส.ทั้งสองระบบ เพราะขาดคุณสมบัติเรื่องการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมัยที่แล้ว แต่สาวชาว อ.พระทองคำ ก็ยังช่วยพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินหาเสียงในเมืองย่าโม
แต่กระแสยิ่งลักษณ์มาแรงราวพายุทอร์นาโด จึงทำให้ "กระแสพรรคคนโคราช" อ่อนแรงลงจนแทบจะหาที่ยืนให้ลูกพรรคของสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ไม่ได้
วันข้างหน้า เรายังไม่แน่ใจว่า สุนารียังมุ่งมั่นจะเล่นการเมืองต่อไปหรือไม่?
เลยจากโคราชไปตามถนนมิตรภาพ มุ่งไปสุดชายแดนฝั่งโขง สนามเขต 2 มุกดาหาร มนต์สิทธิ์ คำสร้อย แพ้ตั้งแต่วันแรกที่ลงสนาม
เนื่องจากมุกดาหารเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่ "แดงเถือกทั้งจังหวัด" โอกาสที่มนต์สิทธิ์ชนะเลือกตั้งแทบมองไม่เห็น เมื่อเจ้าของเพลง "สั่งนาง" สวมเสื้อพรรคชาติไทยพัฒนา
จะว่าไปแล้ว "มนต์สิทธิ์" ก็ไม่ได้คิดอยากเล่นการเมือง แต่มีความจำเป็นบางประการที่ทำให้เขาต้องตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่ปรารถนามาตลอดชีวิต
กล่าวอย่างที่สุด มันเป็นความผิดพลาดของฝ่ายเดินแผนการตลาดของพรรคชาติไทยพัฒนา ที่หวังจะอาศัยคนดังมาเก็บแต้ม "ปาร์ตี้ลิสต์" โดยหารู้ไม่ว่า แฟนเพลงลูกทุ่งในเมืองและภูธร มีความตื่นตัวทางการเมือง และรู้จักตื้นลึกหนาบางการเมืองไทยมากขึ้น
พูดง่ายๆ ชาวบ้านเขารู้ทันเล่ห์เหลี่ยมการเมือง และรู้ว่าพรรคการเมืองใดจะแก้ปัญหาปากท้องของพวกเขาได้
มนต์สิทธิ์ก็เป็นนักร้องนักแสดงคนหนึ่ง ซึ่งหากมีเจ้าภาพเสนองานให้ เขาก็ต้องรับและทำภารกิจนั้นให้จบ ซึ่งอีกไม่นานเขาคงมีผลงานใหม่ๆ มาให้แฟนเพลงได้ฟังกัน
วิถีคนลูกทุ่งบนถนนการเมืองในการเลือกตั้งครั้งหน้า ยังหวังว่าจะมีคนหน้าใหม่ๆ กระโจนเข้าสู่สังเวียน เพราะกลิ่นการเมืองมันยังหอมหวาน
"บรรณวัชร"



