บันเทิง

คิดสวนทาง - คุณระเบียบ กับ คุณวินัย

คิดสวนทาง - คุณระเบียบ กับ คุณวินัย

05 ก.ค. 2554

ในพจนานุกรมดูเหมือนจะให้ความหมายของคำว่า "ระเบียบ" กับคำว่า "วินัย" ไว้เหมือนกัน แปลว่า “แบบแผนที่วางไว้เป็นแนวปฏิบัติหรือดำเนินการ” ซึ่งผมเข้าใจผิดมาโดยตลอด

           เพราะคำว่า "วินัย” มาจาก “วินะยะ” ไม่ใช่มาจากคำว่า “วิริยะ” ที่แปลว่า "ความเพียร ความบากบั่น"
 
          เรามักจะใช้คำว่า "ระเบียบวินัย" ติดกันไปแบบนี้เสมอ ซึ่งเท่ากับเป็นการพูดซ้ำสองครั้ง ตัวผมเองนั้น ก่อนที่จะเปิดพจนานุกรมดู เข้าใจเอาเองว่า วินัยคือความเพียร ความพยายาม ความอุตสาหะ เช่นฝึกฝนเล่นดนตรี ซ้อมขับร้องไล่บันไดเสียงเพื่อให้ร้องได้ตรงโน้ต นักกีฬา ก็หมั่นฝึกฝนจนเกิดความแม่นยำและชำนาญ แล้วในที่สุดผลของการฝึกฝนคือได้งานที่เป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งจะนำเอาความสำเร็จมาให้แก่ผู้ที่มีระเบียบวินัยเสมอ
 
          ผมไม่แน่ใจว่าผมจะเข้าใจแบบนี้อยู่คนเดียวหรือเปล่า เอาเป็นว่าถ้าเข้าใจแบบนี้แล้วได้งานออกมาดี ผมก็ขอจะเข้าใจแบบนี้ต่อไปแล้วกัน
 
          ผมได้รับเชิญจากสถานทูตสหรัฐอเมริกาให้ไปชมการขับร้องเพลงประสานเสียงของคณะ “The Whiffenpoofs of Yale University” ที่กระทรวงการต่างประเทศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา งานนี้เป็นการจัดร่วมกันระหว่างกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูต สหรัฐอเมริกา ซึ่งโดยปกติมักจะมีการจัดอยู่เป็นครั้งคราวที่บ้านท่านทูต ครั้งนี้ย้ายไปจัดที่ห้อง ”วิเทศ สโมสร” กระทรวงการต่างประเทศ นัยว่าเพราะจะมีคนไปชมการแสดงครั้งนี้กันเยอะ บ้านท่านทูตคงจะมีพื้นที่ไม่พอหรือมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สาธารณชนทั่วไปได้ชมกัน และก็ได้มีคณะนักร้องประสานเสียง “The Wattana Girl’s Chorus” จากโรงเรียนวัฒนามาเป็นแขกรับเชิญร่วมแสดงในครั้งนี้ด้วย
 
          นับว่าเป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสฟังการขับร้องของคณะนักร้องประสานเสียงจากโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ซึ่งประทับใจผมมาก ด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความแม่นยำในการขับร้อง การแสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติ สำเนียงภาษาอังกฤษที่ชัดเจน ดูแล้วปลื้มใจแทนผู้ปกครองของนักเรียนที่มาขับร้องทั้งหลาย และปลื้มใจแทนโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ที่ผมมีเพื่อนเรียนจบจากที่นี่หลายคน ที่ประทับใจมากที่สุดคือเพลง “Siyahamba” ซึ่งเป็นเพลงพื้นเมืองของชาวแอฟริกัน มีการโยกตัวและกระทืบเท้าประกอบการขับร้อง นักร้องทั้งหมดมีประมาณ 40 คนทำกันได้อย่างพร้อมเพรียงด้วยท่าทางที่ฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดี ยืนตัวตรงเท่ากัน ยกแขนในมุมที่เท่ากัน แสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติ หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส น่ารักมากๆ และก็ขอปรบมือให้ครูผู้ฝึกซ้อมด้วย
 
          ถ้าผมจำไม่ผิด ผมว่าผมเคยได้ชมการขับร้องของคณะ “The Whiffenpoofs of Yale University” มาครั้งหนึ่งแล้วที่โรงแรมสยามซิตี แต่คนขับร้องคงจะไม่ใช่ชุดเดิมเพราะเวลาผ่านไปหลายปีแล้วและก็คงมีอายุมีครอบครัวกันไปหมดแล้ว คณะนี้ยังเป็นนักศึกษากันอยู่ เพราะเป็นธรรมเนียนที่ถือปฏิบัติกันมายาวนานของมหาวิทยาลัยเยล ที่จะต้องมีการคัดเลือกนักศึกษาที่อยู่ชั้นซีเนียร์จำนวน 14 คนมาทำหน้าที่อันทรงเกียรตินี้ต่อไป ประเพณีนี้เริ่มมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1909 จนถึงปัจจุบันโดยไม่มีการว่างเว้นมาเป็นเวลากว่าร้อยปีแล้ว
 
          “The Whiffenpoof” หรือเรียกสั้นว่า “Whiffs” จะยึดถือเอาแบบอย่างการมีอารณ์ขันและเป็นคนอารมณ์ดีไว้เป็นสรณะ พวกเขาจะมีการแสดงกันทุกอาทิตย์ที่ Mory’s Temple Bar ซึ่งเป็นสโมสรที่อยู่ในมหาวิทยาลัย ความสามารถของพวกเขานั้นคงไม่ต้องพูดถึง ก็เรียกว่าเป็นระดับ World Class ความอารมณ์ดีของพวกเขาก็แสดงออกมาในช่วงแนะนำตัวที่เรียกเสียงฮาจากผู้ฟังได้ทุกคน ซึ่งแน่นอนระดับนี้แล้วไม่มีการกลอนสด ทุกอย่างต้องเขียนเป็นสคริปต์และมีการฝึกซ้อมมาอย่างดี เพลงที่นำมาแสดงนั้นก็เพราะทุกเพลงโดยเฉพาะเพลง I’ll Be Seeing You ที่พิเศษคือเพลง Got To Get You Into My Life ของคณะ The Beatles โดยเลือกนำเอาเวอร์ชั่นของ Earth Wind And Fire มาขับร้องในรูปแบบ Acapella สามารถรับรู้ได้ถึงความสลับซับซ้อนและความยากที่จะขับร้องเพลงนี้ แน่นอนคงต้องใช้ความพากเพียรในการฝึกซ้อมเป็นอย่างมาก
 
          งานในวันนั้นออกมาดีทุกอย่าง ทั้งสถานที่ อาหารว่าง เครื่องดื่ม การรับรองที่จัดอยู่ในระดับหรู แขกเหรื่อที่มาก็เป็นแขกของกระทรวงบ้าง ของสถานทูตบ้าง เป็นคนมีระดับกันทั้งนั้น และก็มีนักศึกษาวิชาดนตรีมาจากหลายมหาวิทยาลัยเห็นหน้าก็คุ้นๆ กันอยู่ ก็มา มีตำหนิก็ตรง ผู้จัดเครื่องเสียงที่ไม่ได้ฝึกซ้อมการจัดการมาให้ดีกว่านี้ เพราะหลังจากที่คณะนักร้องจากโรงเรียนวัฒนาขับร้องเสร็จแล้วก็มีการเดินแถวออกจากเวที เพื่อไม่ให้เกิดการขาดตอนหรือในภาษาพวกโปรดักชั่นจะเรียกว่าเดทแอร์ คณะ The Whiffs ก็ขับร้องเข้ามาจากด้านหลังผู้ชมและเดินขึ้นไปบนเวทีซึ่งมีช่วงเวลาห่างกันอยู่ประมาณ 1 นาที หรือน้อยกว่านั้น ฝ่ายจัดการเรื่องเสียงจะต้องรีบจัดไมค์เตรียมในเวลาช่วงว่างนี้ ซึ่งดูแล้วก็มีเวลาทำให้ทันได้แต่ก็ทำได้อย่างเฉียดฉิว คนงานต้องเดินหลีกนักร้องออกจากเวที แค่นี้ก็อายพออยู่แล้ว แถมยังแต่งตัวมอมแมมเหมือนไปยกของมาจากไหน
 
          คณะ The Whiffs ก็ร้องเพลงจนจบเพลงแรกที่เสียงยังไม่ออกมาจากลำโพงเท่าไหร่ ก็เดาว่ากำลังปรับเสียงอยู่ ต่อเมื่อโฆษกประจำวงออกมาประกาศจึงพบว่า ไมค์ยังไม่ได้เปิด!! คนยกของเสื้อมอมแมมคนเดิมรีบวิ่งขึ้นมาเปิดไมค์ที่ไมโครโฟนโดยมีคณะนักร้องที่แต่งกายในชุดทักซิโดยืนอยู่เป็นฉากหลัง จะบอกว่าดูยังไงก็ไม่จืดก็ไม่ได้ เพราะจืดสนิทจริงๆ
 
          ครับเรื่องดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กแต่จริงๆ มันเป็นเรื่องใหญ่มาก เรื่องแบบนี้จะไม่มีเกิดขึ้นได้เลยถ้าวันนั้นมี “คุณระเบียบ” กับ “คุณวินัย” ทำงานอยู่ในทีมเครื่องเสียงนั้นด้วย

"จิรพรรณ อังศวานนท์"