
มองผ่านเลนส์คม - ดาวดึกดำบรรพ์
สามสัปดาห์ก่อน ผมเขียนสนับสนุนคณะกรรมการรอบคัดเลือกรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์แห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประจำปี 2554 ประกาศรายชื่อหนังสือรวมเรื่องสั้นที่สมควรเข้ารอบ 20 เล่ม เพื่อกระตุ้นผู้อ่านให้เข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น หรือช่วยกันอ่านเรื่องสั้นให้กลับมา
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา คณะกรรมการได้ประกาศรายชื่อรวมเรื่องสั้น 20 เล่มออกมาแล้ว แฟนเรื่องสั้นลองสอบถามร้านหนังสือดูว่ามีรวมเรื่องสั้นเล่มไหนของใครบ้าง ถ้ามีใจรักก็ช่วยอุดหนุนกันคนละเล่มสองเล่ม คิดว่าช่วยต่ออายุให้แก่ศิลปะการเขียนเรื่องสั้นนะครับ
ผมมีเรื่องสั้นดีๆ อยากแนะนำให้อ่านเล่มหนึ่ง คือ ‘ดาวดึกดำบรรพ์’ ผู้เขียนชื่อ ปราบดา หยุ่น หนังสือเพิ่งวางแผง 4-5 วันนี่เอง
ช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมอ่านงานของ ปราบดา หยุ่น 3-4 เล่ม นับแต่ ‘คนไขลาน’ นิยายเด็กโหดๆ ที่เยาวชนควรอ่าน เจ้าตัวแปลจาก A Clockwork Orange ของ Anthony Burgess เรื่องสั้นขนาดยาว ‘แสงสลาย’ เขียนเอง อ่านแล้วได้รสชาติแปลกๆ นิยายขนาดกระชับ ‘นอนใต้ละอองหนาว’ นำเสนอชีวิตนางแบบไทยในฉากญี่ปุ่น เธออาจเป็นโรคอะไรสักอย่างที่คล้ายๆ ติดเซ็กส์แต่ไม่ใช่ ฉากจบกลางป่าบนพื้นหิมะ เธอเพิ่งสำเร็จโทษพระหนุ่ม แม้ไม่เข้าใจแก่นเรื่อง แต่ผมรวดเดียวจบ
ผมได้รวมเรื่องสั้น ‘ดาวดึกดำบรรพ์’ ตอนเย็นวันพฤหัสบดี เมื่อกลับถึงที่พักรีบเปิดอ่านทันที เริ่มจากเรื่องแรกจนถึงเรื่องที่ 5 ได้แก่ -เงียบๆ บนดาวดึกดำบรรพ์, การหายตัวไปของผีดูดเลือดนางหนึ่งในพัทยา, ข่าวร้ายในฮานอย, รถทัวร์สีชมพู และปัจจุบันขณะ จากทั้งหมด 12 เรื่อง วันศุกร์ติดฟังการประชุมและติดอยู่รถแท็กซี่นอกตัวรถฝนตกมืดฟ้ามัวดิน
ปราบดาเขียนเรื่องสั้นชุดนี้ได้แปลกไปจาก ‘ความน่าจะเป็น’ ที่เขาได้รับรางวัลซีไรต์ และชุด ‘ความสะอาดของผู้ตาย’ ข้อสังเกตแรกคือฉาก หรือสถานที่ที่เรื่องราวเกิดขึ้น นับแต่ฟิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม ลาว และอังกฤษ ตัวละครชาวไทยและชาวต่างชาติ แตกต่างและหลากหลายไปตามสถานที่ที่เรื่องเกิด
ทั้ง 5 เรื่องเล่าโดยบุรุษที่ 1 และผู้เขียนเล่าด้วยมุมมองรอบด้าน แต่น้ำเสียงของแต่ละเรื่องไม่ว่าเล่าด้วยมุมมองไหน บุคลิกจะคล้ายๆ กัน คือ ความนิ่งและเยือกเย็น ผู้เขียนเป็นผู้เฝ้าสังเกตตัวละคร แต่ไม่ตัดสิน ผู้เขียนกำหนดระยะไว้ห่างกับเรื่องที่เขียน ไม่เข้ายุ่มย่ามจนเสียเรื่อง ปล่อยให้ผู้อ่านอ่านได้อย่างอิสระ
ตัวละครมีมิติที่ซับซ้อน ภายนอกดูเป็นคนแบบนี้ ทันทีที่เขาแสดงพฤติกรรมออกมาเขากลับเป็นอีกคน คล้ายในเลวมีดี ในดีมีเลว อยู่ในคนคนเดียว บางตัวมีบุคลิกชวนสงสัย ตัวละครอดีตนักศึกษาหัวก้าวหน้า (ปัจจุบันขณะ) ผ่านเวทีประท้วงมานับสิบ ทันทีที่เธอแต่งงานกับชาวอังกฤษ เธอยืนยอมแม่บ้านอย่างสงบ
ผมหลงรักเรื่อง ‘ข่าวร้ายในฮานอย’ ชอบบรรยากาศในร้านอาหารญี่ปุ่น บทสนทนาระหว่างหนุ่มไทยกับสาวเวียดนาม ที่ไม่ใช้สำนวนภาษาจีบดาษๆ แม้คำเดียว แต่เป็นบทสนทนาที่รู้ว่าใช่เลย ก่อนเรื่องโรแมนติกจะจบลงด้วยหดหู่จนมือไม้เย็นชา
ถึงยังอ่านไม่จบเพราะทำตัวให้วุ่นวายยุ่งยาก กระนั้น ระหว่างรอเรื่องสั้นเข้ารอบสุดท้ายซีไรต์ปีนี้ ผมยังอยากให้แฟนเรื่องสั้นได้อ่านเรื่องสั้นรสกลมกล่อมนิ่งเนียนเล่มนี้จริงๆ
"จำลอง ฝั่งชลจิตร"



