บันเทิง

กวนเพลงให้น้ำใส - ฉันเป็นฉันเอง ฉบับ “เลดี้กาก้า”

กวนเพลงให้น้ำใส - ฉันเป็นฉันเอง ฉบับ “เลดี้กาก้า”
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ปิดฉากความสำเร็จไปอย่างงดงาม สำหรับ “เดอะ เฟม” และ “เดอะ เฟม มอนสเตอร์” ผลงานโดดเด่นแห่งยุคจากมอนสเตอร์ตัวแม่ ที่มีเพลงฮิตมากมาย อาทิ จัสต์ แดนซ์, ปาปารัซซี, แบด โรแมนซ์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โปกเกอร์ เฟซ ฯลฯ ที่เรียกว่า ทั้งแก่น เซี้ยว สร้างความบรรเจิดใ

 เลดี้กาก้า ยอมใช้จ่ายกับเหล่าพร็อพสุดอลังการของเธอ ด้วยเหตุผลว่าเธอเป็นนักประดิษฐ์นั่นเอง
 เด็กสาวจากนิวยอร์กคนนี้ ผู้มีความสามารถเหลือล้น ทั้งยังได้รับความนิยมในวงกว้าง ถึงขั้นนำไปเทียบเคียงกับไอดอลตลอดกาล อย่าง “มาดอนนา” ด้วยความร้อนแรงนี้ ไม่เพียงทำให้วงการเพลงคึกคักเท่านั้น แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจและขยายอาณาเขตแดนใหม่ๆ ให้แก่วงการแฟชั่นอีกด้วย

 นอกจากนี้ การเสพฟังผลงานของเธอ ยังเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการรับรู้ของคนฟังเพลง มาใช้ภาษาภาพมากกว่าทุกครั้ง

 สำหรับผลงานชุดใหม่ เธอเปิดตัวซิงเกิลแรก ชื่อเดียวกับชื่ออัลบั้ม คือ “บอร์น ดิส เวย์” อย่างเป็นทางการในเวทีระดับโลกแกรมมี่อวอร์ดที่ผ่านมา ที่มีผู้ชมเฝ้าจับตาดูอย่างล้นหลาม ทำให้มียอดขายถล่มทลายล้านกว่าชุด ทำลายสถิติยอดจำหน่ายสูงสุดที่จำหน่ายในสัปดาห์แรกไปได้

 นั่นสะท้อนว่า มันเป็นผลงานที่ผู้คนต่างเฝ้ารอคอย ไม่ว่าจะเป็นสาวกของมอนสเตอร์ตัวแม่ หรือนักฟังเพลงทั่วๆ ไป

 ทั้ง 17 แทร็คนั้น มีคุณค่าเพียงพอที่คุณจะเจาะลึกและให้เวลาสำรวจค้นหาแทร็คที่ชื่นชอบ หรือดื่มด่ำไปกับความคิดสร้างสรรค์ที่เลดี้กาก้าและทีมงานได้รังสรรค์ขึ้นมา รวมไปถึงภาพถ่ายสวยๆ ในบุ๊กเลท ที่ถ่ายโดย นิค ไนท์ ช่างภาพแฟชั่นชื่อดังอีกด้วย

 แม้ว่าผลงานซิงเกิลเปิดอัลบั้ม อย่าง “บอร์น ดิส เวย์” จะได้รับการตอบรับอย่างดี อย่างไรก็ตาม ภาพปกของอัลบั้มชุดนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น ภาพการรีทัชใบหน้านักร้องสาว กับบิ๊กไบค์คันโต พร้อมกับฟอนท์แข็งๆ ของชื่ออัลบั้มที่แฟนๆ เห็นแล้ว ไม่ค่อยปลื้มนัก ขนาดนิตยสารเพลง อย่าง เอ็นเอ็มอี บรรจุภาพปกชุดนี้เป็นหนึ่งใน 50 ปกที่แย่ที่สุดที่เคยมีมากันเลยทีเดียว

 จะว่าไปแล้ว ภาพปกที่กาก้า “ไฮบริด” กับบิ๊กไบค์นั้น ถือว่าเป็นไอเดียกิ๊บเก๋ ที่สะท้อนภาพของซาวนด์ดนตรีชุดนี้อยู่พอสมควร ด้วยส่วนผสมหลักเป็นดนตรีแดนซ์ แต่สร้างสีสันและความแข็งแกร่งด้วยดนตรีร็อก ในแบบเมทัลร็อก, ร็อกแอนด์โรล หรือเจือความเป็นป๊อปบ้าง

 ในส่วนของเนื้อเพลง ยังคงแสบสันเหมือนเคย ว่าด้วยความเป็นอิสระ การปลดปล่อยตัวตน ไปจนถึงเรื่องของศาสนาที่อาจหมิ่นเหม่ความเชื่อของคนบางกลุ่มได้ อาทิ แทร็ค อย่าง “จูดาส” ซึ่งเป็นซิงเกิลที่สอง

 แทร็คที่โดดเด่นไม่แพ้ 2 ซิงเกิลแรก คือ “กอฟเวิร์นเมนต์ ฮุคเกอร์”  ให้อารมณ์เหมือนเพลงอินเดีย แต่ค่อยๆ กลายเป็นแนวซินธ์ แทรช หนักๆ โดดเด่นด้วยเสียงร้องที่เกรี้ยวกราดและเท่ในเวลาเดียวกัน ส่วน “บลัดดี แมรี” ที่มาแนวทางเดียวกับเพลงฮิตครั้งก่อน “แบด โรแมนซ์” แต่ในลีลาที่นุ่มนวลกว่า

 เมื่อมาถึง “แฮร์” อีกเพลงที่ประกาศความเป็นกบฏของวัยรุ่นที่ขวนขวายหาจุดยืนของตัวเอง ไม่แคร์ใครแม้กระทั่งพ่อแม่ ประมาณว่าโปรดเข้าใจเถอะ ก็ฉันเป็นแบบนี้ หรืออีกแทร็ค “แบด คิดส์” ที่ผสมความเป็นร็อกแอนด์โรล และย้ำเน้นๆ ด้วยซาวนด์แบบยูโรแดนซ์

 เรื่อยมาจนถึง “เฮฟวี เมทัล เลิฟเวอร์” ที่ฟังแล้ว ทำให้เรานึกถึงแนวเพลงสไตล์ “บิ๊ก บีท” อย่างที่ “แฟทบอย สลิม” หรือ “เดอะ เคมิคอล บราเธอร์ส” ที่เคยสร้างสรรค์มาก่อนแล้ว ส่วน “อิเล็กทริก แชเปล” เป็นแทร็คที่ไกลจากความเป็นเลดี้กาก้ามากที่สุดเพลงหนึ่ง เริ่มต้นเพลงด้วยการโซโลกีตาร์ ก่อนที่จะข้ามแนวด้วยลูปสังเคราะห์ไปเป็นเพลงยูโรแดนซ์

 ถือเป็นสีสันดนตรีและภาพลักษณ์ตัวตนของเธอ ที่สานต่อจากงานชุดที่แล้ว พร้อมๆ กันนั้นยังสังเคราะห์แนวทางใหม่ๆ ที่แปลกแหวกแนว ชนิดที่ใครสนใจ “ป๊อป คัลเจอร์” แบบเกาะติด คงไม่อาจละสายตาจากเธอไปได้

"อนันต์ ลือประดิษฐ์"

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง