บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม-ดูแล้วได้อะไร?

มองผ่านเลนส์คม-ดูแล้วได้อะไร?
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ปลายสัปดาห์ที่แล้ว มูลนิธิไฮน์ริค เบิลล์ และคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีอภิปรายสาธารณะ "ความท้าทายของสื่อใหม่กับการเมืองไทย ช่วงก่อนและหลังการเลือกตั้ง" เพื่อศึกษาบทบาทในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารและความคิดเห็นทางการเมืองผ่านสื่อใหม่ ทั้งสื่อออ

 ในหัวข้อ "ความท้าทายของสื่อทีวีดาวเทียม เคเบิล วิทยุชุมชน และวิทยุท้องถิ่น กับการเคลื่อนไหวทางการเมือง ช่วงก่อนและหลังการเลือกตั้ง" 

 อาจารย์หญิงจากมหาวิทยาลัยเชิงดอย บอกเล่าความตื่นตัวในการรับข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อทางเลือกอย่างวิทยุชุมชน และทีวีดาวเทียม

 "การเปิดรับสื่อทางเลือกในพื้นที่ชนบท ทำให้ประชาชนคิดว่ามีความรู้ด้านการเมืองเท่ากับคนกรุงเทพฯ และบทบาทการเป็นผู้ผลิตสื่อชุมชนทำให้เกิดการสื่อสารสองทางกับผู้ฟัง โดยไม่มีการแบ่งแยกเป็นสื่อมืออาชีพ สื่อแท้ หรือสื่อเทียม เพราะในบางพื้นที่ชนบท ไม่รับหนังสือพิมพ์ หรือเปิดฟรีทีวีบางช่อง"

 สิ่งที่อาจารย์หญิงคนนั้นพูด มันเป็นสิ่งที่ดำรงอยู่ ไม่มีใครปฏิเสธความจริงข้อนี้ได้ และในคอลัมน์นี้ก็เคยเล่าขาน "ปรากฏการณ์จานดำ" ในเขตชนบทอยู่บ่อยๆ

 แต่มีใครถามต่อบ้างไหมว่า ดูแล้วได้อะไร? ถามว่า ข้อมูลที่สื่อใหม่นำเสนอเป็น "ความจริง" หรือ "ความเชื่อ"?

 ทุกวันนี้ ทีวีดาวเทียมนับร้อยช่องในจานดำ มีทั้งความจริงปนความเท็จ มีทั้งยาพิษเคลือบน้ำตาล

 เราได้เห็น "ศาสดาการเกษตร" ออกมาจ้อหน้าจอ ชูนโยบายปลดหนี้และสร้างความมั่งคั่ง ด้วยการเข้าร่วมขบวนการแชร์ลูกโซ่ ที่แฝงมาในคราบเครือข่ายขายตรง

 เราได้ฟัง "ศาสดาการแพทย์แผนพิสดาร" พล่ามถึงความดีเลิศประเสริฐศรีของสารสีเขียว หรือเครื่องดื่มบำรุงกำลังที่แฝงมากับแชร์ขายตรง

 เราได้ชม "ศาสดาคุณไสย" พร่ำอวดคาถามหานิยมทั้งวันทั้งคืน ขายอวิชชา ขายตัณหาที่บรรจุหีบห่อใหม่

 เราได้ดู "ศาสดาแห่งโชคชะตา" นั่งพยากรณ์ดวงชะตาผู้คน สลับการขายสินค้าไสยศาสตร์

 บางเวลาได้ฟังนักวิชาการบางคนเยินยอสื่อทางเลือก เพียงแต่ได้ฟังข่าวว่า ชาวบ้านนิยมดูทีวีการเมืองบางช่อง ซึ่งตรงรสนิยมของตัวเอง

 หากนักวิชาการคนนั้น นั่งดูทีวีดาวเทียมจริงๆ อาจจะมึนงงกับโฆษณาสินค้าของ "ทีวีการเมือง" บางช่อง เพราะมันเป็นสินค้ามอมเมาชาวบ้าน แถมยังมีรายการเพลงที่มี "คนทรงเจ้า" เป็นพิธีกร โดยเปิดเพลงสลับการขายเครื่องรางของขลังเสน่ห์ยาแฝด

 ทีวีการเมืองอีกช่องหนึ่งที่ประกาศว่าเป็น "สื่อของประชาชน" ก็กลับเต็มไปด้วยโฆษณาสินค้าที่เข้าข่าย "หลอกลวงประชาชน"  

 ขณะที่พิธีกรทีวีการเมือง วิจารณ์นักเลือกตั้งโกงกินชาติบ้านเมือง วิพากษ์รัฐบาลแก้ไขปัญหาปากท้องชาวบ้านไม่ได้ พร้อมกับนำเสนอแนวคิดการเมืองเชิงอุดมคติให้ผู้ชม แต่เวลาที่เหลือ ล้วนมีแต่โฆษณาขายสินค้าไร้คุณภาพ และขาดคุณธรรม

 ผู้บริหารทีวีดาวเทียมช่องหนึ่งพูดในงานเดียวกัน เป็นเรื่องที่น่าคิดมากคือ ปัญหา "พื้นที่สื่อ" ไม่ได้มีข้อจำกัดอีกต่อไป แต่ในสังคมที่มีสื่อหลากหลาย และเขาเชื่อว่า การเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ใช้สื่ออย่างเท่าเทียม จะทำให้สื่อมีพลวัตเปลี่ยนไปสู่การพัฒนาที่ดี

 ในอีกด้านหนึ่ง มันจะต้องกำหนดกติการ่วมกันดูแลสื่อให้นำเสนอแต่ "ข้อเท็จจริง" เพื่อให้ประชาชนรับข้อมูลอย่างถูกต้อง

 ที่เห็นอยู่เวลานี้ มันก็แยกแยะยาก ระหว่างเนื้อหารายการกับคำโฆษณาสินค้า เพราะฟังไปฟังมา มันกลายเป็นเรื่องเดียวกัน

แคน สาริกา

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง