บันเทิง

ปลื้ม"รากเรา"จ่อฉาย"ป๊อป-นก"เล็งสร้าง"เด็กโต๋ 2"

ปลื้ม"รากเรา"จ่อฉาย"ป๊อป-นก"เล็งสร้าง"เด็กโต๋ 2"
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

"ป๊อป" อารียา ศิริโสดา ควง "นก" นิสา คงศรี เปิดตัวภาพยนตร์ "รากเรา" แจงฉายโรงสกาล่า 2 สัปดาห์ ตั้งแต่ 16 มิ.ย. เป็นต้นไป เกริ่น เล็งสร้าง "เด็กโต๋ 2" ต่อ ฟุ้งอีก 2 ปีเจอกัน

หลังจากซุ่มเก็บตัว ไปถ่ายภาพยนตร์เรื่องใหม่ เกือบ 3 ปี  2 ผู้กำกับสาวอย่าง "ป๊อป" อารียา ศิริโสดา และ "นก" นิสา คงศรี ก็นำภาพยนตร์เรื่องที่ 3 ในชีวิต "รากเรา" มาออกสู่สายตาประชาชน งานนี้สองผู้กำกับต่างปลาบปลื้ม เพราะในวันแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์ มีเหล่าครูบาอาจารย์ และศิลปินที่ร่วมถ่ายภาพยนตร์มาร่วมงานอย่างคับคั่ง

 "ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ใช่แนวตลาด เรียกว่าคนที่มาดูต้องตั้งใจมากๆ ก่อนหน้านี้เคยทำผลงานเรื่อง เด็กโต๋ ปักษ์ใต้บ้านเรา มาจนเรื่องนี้ รากเรา เรียกว่า 3 ปี เราถึงจะสร้างภาพยนตร์มาได้เรื่องหนึ่ง ซึ่งคิดว่าไม่ได้นานเลย และงานชิ้นนี้เราก็ไม่ได้ทำกันแค่ 2 คน แต่เรื่องนี้เราเริ่มสร้างเด็กรุ่นใหม่ๆ ขึ้นมาผลิตผลงาน ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ จะฉายวันที่ 16 มิถุนายนเป็นวันแรก และคงอยู่ในโรงภาพยนตร์สกาล่านาน 2 อาทิตย์ วันนี้เราภูมิใจมาก ที่สามารถคลอดภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมา เพราะวัฒนธรรมไทย ก็เป็นสิ่งที่สวยงามมาก และมันจะค่อยๆ หายไปหากไม่มีคนรุ่นใหม่ช่วยอนุรักษ์" ป๊อปกล่าว

 ป๊อปยังกล่าวต่อ ว่าไม่เคยคาดหวังกับภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะไม่ได้ทำหนังแนวตลาด จึงไม่คาดหวังเรื่องรายได้ และหลังจากนี้อีก 2 ปี จะคลอดภาพยนตร์เรื่องเด็กโต๋ 2 ออกมา ซึ่งเรื่องราวจะต่อจากภาคที่แล้ว เพราะตอนนี้ครูใหญ่ท่านเกษียณอายุแล้ว ส่วนโครงการที่เราทำกันอยู่นั้น เด็กๆ ในโครงการก็เรียนจบมหาลัยแล้ว และช่วงที่ผ่านมาก็ไม่ได้ไปไหน แต่ไปเดินสายสานต่อโครงการต่างๆ ที่เราสร้างขึ้น เดินทางไปนู่นไปนี่ตลอด และก็ยังสอนโยคะมากขึ้น ดูแลตัวเองมากขึ้น

 ในขณะที่ "นก" นิสา คงศรี ยังกล่าวเสริมว่าภาพยนตร์เรื่อง "รากเรา" กล่าวถึงความงดงามของมนุษย์ ที่จริงจังขึ้น "หากเทียบกับเด็กโต๋เราพูดถึงเรื่องความรัก พอมาปักษ์ใต้บ้านเราก็พูดถึงความมีน้ำใจที่ให้แก่เพื่อนมนุษย์ ส่วนเรื่องนี้เราพูดถึงความงดงามของความเป็นไทย โดยเลือกจากศิลปะการแสดง สิ่งเหล่านี้ คือรากเหง้าของเรา เพราะเราอยู่ใกล้เกินไปเลยมองไม่เห็น และคนไทยชอบความบันเทิง ทั่วทุกภาคมีการแสดง เราจึงเลือกการแสดงหลักๆ 4 ภาคแล้วก็สรุปว่าเราได้ ฟ้อนเมืองของเหนือ ซอล่องน่าน โปงลางกับเจรียงเบรินของสุรินทร์กับกาฬสินธุ์ แล้วเราก็ได้หนังตะลุงไว้สำหรับภาคใต้

 ส่วนภาคกลาง เราก็ได้หนังใหญ่กับโขน เพราะหนังใหญ่ คือศิลปะเก่าแก่ส่วนโขนศิลปะประจำชาติ" นกกล่าว พร้อมเผยถึงเรื่องเงินทุนในการสร้างภาพยนตร์ว่า เริ่มแรกที่ถ่ายทำได้ให้เงินทุนส่วนตัวของป๊อป อารียา ก่อนจะต้องหยุดโปรเจกท์หลายเดือน เพราะเงินทุนไม่พอ และสาเหตุที่สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ได้สำเร็จ เพราะได้รับเงินทุนจาก มูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จึงทำให้หนังมาถึงวันนี้

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง