บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - บอย โกสิยพงษ์ ก็ปลูกข้าว

มองผ่านเลนส์คม -  บอย โกสิยพงษ์ ก็ปลูกข้าว
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

บ่ายวันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน 2554 โชคนำชักผมเดินเข้าไปในร้านเลมอนฟาร์ม ศูนย์การค้า ดิ อเวนิว ถนนแจ้งวัฒนะ วันนั้นทางร้านจัดงาน ‘go Organic Community ช่วยเรา..ช่วยโลก’ กิจกรรมเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ที่จะกอบกู้โลกให้รอดพ้นจากมะเร็ง หนี้สิน และโรคภัยอื่นๆ ที่เก

  ผมช้าไป 2 ชั่วโมง เลยไม่ทันฟังคุณสิริยากร พุกกะเวส บอกเล่าประสบการณ์เรื่องที่เธอปลีกตัวไปเป็นชาวนาแถวสุพรรณบุรี แต่ได้ฟังคุณโสภณ สุภาพงษ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ชักชวนผู้ฟัง 50-60 คนในห้องเล็กๆ ที่อบอุ่นเป็นมิตร ให้หันมารักธรรมชาติและสนับสนุนเกษตรอินทรีย์ อันเป็นโอกาสปลีกตัวออกจากหนี้สิน สารเคมีอันตรายและโรคภัยต่างๆ

 ทั้งให้ตระหนักในความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ
 ศ.ระพี สาคริก ครูของแผ่นดินในวัย 92 พูดถึงคุณค่าของแผ่นดินและเกียรติยศของชาวนาชาวไร่อย่างลึกซึ้ง ผู้อาวุโสย้ำว่า การเรียนเกษตรสมัยใหม่ที่เริ่มใช้ปุ๋ยมาตั้งปีพุทธศักราช 2982 เป็นจุดเปลี่ยนและการก้าวหนีเกษตรวิถีธรรมชาติของสังคมเกษตรไทย ที่สร้างปัญหาต่างๆ มากมายตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับชาติ

 หลังจากนั้นมีกิจกรรมเสวนาโดยวิทยากรผู้เกี่ยวข้องกับเกษตรอินทรีย์ 5 คน ซึ่งได้เนื้อหาสาระน่าชื่นใจทุกคน ผมขอยกตัวอย่าง คุณบอย โกสิยพงษ์ นักร้อง นักแต่งเพลง และพ่อ ด้วยจิตคารวะและยกย่อง

 คุณบอยเล่าต่อที่ประชุมว่า ที่บริษัทงานดนตรีของเขาย่านทองหล่อ ถ้ามองผิวเผิน บางคนอาจเข้าใจผิดว่าเป็นฟาร์ม เพราะเจ้าของบริษัทแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้ทำเกษตร มีทั้งแปลงผัก โรงเพาะเห็ด พื้นที่ปลูกข้าว โดยแบ่งให้พนักงานในบริษัทช่วยกันรับผิดชอบ ลูกๆ ของเขาเองยังถูกสอนให้ช่วยกันเตรียมดิน ลงมือปลูกข้าวปลูกผักด้วยตัวเอง

 คุณบอยเล่าต่อไปว่า เมื่อข้าวเติบโตจนออกรวง ลูกของเขาก็จะได้เห็นว่าข้าวที่สมบูรณ์ 1 รวง จะมีเมล็ดข้าวถึง 400 เมล็ด นั่นหมายถึงเมื่อนำข้าว 1 เมล็ดไปปลูกจะให้เมล็ดข้าวอีก 400 เมล็ด ฉะนั้น ถ้าเขารับประทานข้าวเหลือติดจานแม้เพียง 1 ช้อน มีค่าเท่ากับทำลายโอกาสเกิดของเมล็ดข้าวไม่รู้กี่หมื่นเมล็ดโดยไม่เกิดประโยชน์ใดเลย

 คุณบอย โกสิยพงษ์ แอบไปศึกษาเรียนรู้วิถีเกษตรที่ชมรมข้าวคุณธรรม จนได้คำตอบในสิ่งที่เขาสงสัยว่าชาวนาที่ไม่อยากทำนา แท้จริงนั้นเป็นเพียงแค่ ชาวนาที่ทำนาบางส่วนที่ทำนาในระบบสารเคมีเท่านั้น ทั้งย้ำสัจธรรมในการใช้ชีวิตว่า คนทุกคนต้องอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสมกับตัวเอง เราในฐานะพ่อแม่ต้องคุยกับลูก คุยกับคนใกล้ชิด เสียก่อนที่อุตสาหกรรมอื่นจะทันเข้าถึงตัว คุณบอยเชื่อมั่นว่าถ้าเราปลูกสิ่งใดก็ได้สิ่งนั้น ไม่ว่าพืชหรือคน

 กรณีคนชั้นกลางหันมาสนใจกิจกรรมเกษตร ปลูกข้าวหรือพืชผักบนพื้นที่แคบๆ ภายในบ้าน เอาไว้กินเอง อย่าด่วนมองว่าเป็นแฟชั่นหรือดัดจริต เราทุกคนอยู่ในธรรมชาติ ลมหายใจมาจากธรรมชาติ ดังนั้นเรื่องจะหันกลับไปสนใจธรรมชาติ โดยเฉพาะเรื่องปากท้องที่ยากเกินกว่าจะเชื่อและไว้วางใจผู้ผลิตได้ โดยหันมาปลูกพืชกินเอง จึงไม่ใช่เรื่องแต่งจริตแต่อย่างใด แม้จะแก้ปัญหาปากท้องได้ไม่หมด แต่ก็ช่วยให้สุขภาพจิตเราอ่อนโยน

 เมื่อคนเราได้ทดลองปลูกต้นไม้ ความรักและทะนุถนอมชีวิตอื่นจะค่อยๆ ก่อเกิดขึ้นในใจ คนปลูกข้าวหรือผักกินเองในบ้าน อาจเรียนรู้ที่จะอยู่กับโลกอย่างมีความสุขและอยู่อย่างภาคภูมิใจ เหมือนคุณสิริยากร พุกกะเวส กับคุณบอย โกสิยพงษ์

 ลูกชาวนาบ้านนอกอย่างผมนึกอยากจะปลูกข้าวบ้าง แต่ถอยหลังกลับลำบากเหลือเกิน วิถีบริโภคแบบคนเมืองเหมือนโซ่ล่ามแข้งขาและหัวใจไม่ให้กระดิกได้เลย

"จำลอง ฝั่งชลจิตร"

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง