ข่าว

ดีเอ็นเอ"โปรคิดส์"เกมรุก...ขบวนการค้ามนุษย์

 ดีเอ็นเอ"โปรคิดส์"เกมรุก...ขบวนการค้ามนุษย์
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ปัญหาการค้าเด็กทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและทวีความรุนแรงในประเทศกำลังพัฒนา การศึกษาของผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ของสหประชาชาติ ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2003-2007 การค้าเด็กขยับจากร้อยละ 15 มาเป็นร้อยละ 22

ของการค้ามนุษย์ทุกประเภททั่วโลก ธุรกิจผิดกฎหมายประเภทนี้ สร้างเม็ดเงินสะพัดราว 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี รองจากธุรกิจการค้าอาวุธและยาเสพติด จึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่นานาชาติจะต้องร่วมมือป้องกันช่วยเหลือไม่ให้เด็กตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์เหล่านี้

 โดยเฉพาะประเทศไทยถูกจับตาเป็นประเทศอันดับต้นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าเด็กถึง 3 สถานะคือ ประเทศต้นทาง ประเทศที่เป็นทางผ่าน และปลายทาง แม้ว่าประเทศไทยพยายามปราบปรามและแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการอาศัยพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 รวมถึงนโยบายและแผนระดับชาติในการป้องกันปราบปรามโดยเฉพาะการค้าเด็กและหญิงภายในประเทศและข้ามชาติ แต่ยังไม่ชัดเจนเพียงพอที่จะช่วยเหลือเด็กเคราะห์ร้ายที่ตกเป็นเหยื่อแก๊งค้ามนุษย์เหล่านี้ได้

 "THAILAND DNA-PROKIDS PROJECT" หรือ ดีเอ็นเอโปรคิดส์ จึงกลายเป็นอีกความหวังที่จะช่วยเหลือเด็กๆ ที่ตกเป็นเหยื่อ ด้วยโครงการใช้หลักฐานการตรวจทางพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) มาระบุตัวบุคคลและความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว นับเป็นการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานตำรวจกระบวนการยุติธรรม และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ด้วยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเครือข่ายมาสนับสนุนข้อมูล และการสืบค้นหาบุคคลที่อาจต้องอยู่ในอันตรายจากขบวนการค้ามนุษย์

 ขั้นตอนการเก็บตัวอย่างของโครงการดีเอ็นเอโปรคิดส์ จะเริ่มต้นที่กลุ่มงานตรวจพิสูจน์หลักฐานเกี่ยวกับบุคคลชั้น 2 อาคารสถาบันนิติเวชวิทยา เจ้าหน้าที่จะดำเนินการเก็บชีววัตถุเพื่อส่งตรวจหาสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) บริเวณเนื้อเยื่อบุกระพุ้งแก้ม โดยผู้ที่ต้องการตรวจหาสารพันธุกรรมต้องบ้วนปากด้วยน้ำสะอาดก่อน แล้วใช้ไม้พันสำลีป้ายโดยใช้ม้วนชิดด้านในของกระพุ้งแก้มแบบถูไปถูกมาประมาณ 10 ครั้งแล้วนำมาตากจนแห้งสนิท ก่อนบรรจุใส่ซองกระดาษเขียนชื่อนามสกุลแยกซองบรรจุ ส่งมาตรวจที่สถาบันนิติเวชวิทยา อย่างไรก็ตามทุกขั้นตอนต้องคำนึงการป้องกันการปนเปื้อน และการสลับกันของตัวอย่างกับภาชนะบรรจุเป็นสำคัญด้วย
 
 พ.ต.อ.พรชัย สุธีรคุณ รอง ผบก.นต. อธิบายถึงกระบวนการเหล่านี้ จะเริ่มต้นเมื่อมีการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่า มีเด็กสูญหาย หรือพบตัวเด็กที่สงสัย พนักงานสอบสวนสามารถทำหนังสือนำส่งตัว หรือนำส่งชีววัตถุ มาที่สถาบันนิติเวชวิทยา เพื่อขอให้ตรวจหาสารพันธุกรรม และตรวจสอบว่ามีข้อมูลที่เปรียบเทียบกันได้หรือไม่ ช่วงแรกจะดำเนินการให้ฟรี ก่อนจะประมาณการค่าใช้จ่ายอีกครั้ง
 
 ดีเอ็นเอโปรคิดส์ เป็นโครงการระหว่างประเทศเพื่อการต่อต้านการค้ามนุษย์ ด้วยการเก็บสารพันธุกรรมของญาติสายตรงที่มาแจ้งว่ามีสายสัมพันธ์กับผู้สูญหาย อาจถูกลักพาตัวหรือล่อลวงไป เช่น พ่อ แม่ มาแจ้งความว่าบุตรหาย ก็จะตรวจสารพันธุกรรมของพ่อ แม่ แล้วเก็บข้อมูลสารพันธุกรรมไว้ในระบบฐานข้อมูล  จากนั้นเมื่อมีการพบเด็กที่ไม่ทราบตัวบุคคลชัดเจน สงสัยว่าถูกลักพาหรือล่อลวงไป จะทำการตรวจสารพันธุกรรมของเด็ก  จากนั้นบันทึกข้อมูลสารพันธุกรรมลงไปตรวจสอบในระบบฐานข้อมูล  ซึ่งโปรแกรมตรวจสอบจะประมวลผลว่าตรงกับสารพันธุกรรมของผู้ปกครองที่เก็บไว้ในระบบหรือไม่ หากพบจะรายงานผลว่าเป็นสายสัมพันธ์ผู้ใด หากยังไม่พบก็จะยังเก็บไว้ในระบบฐานข้อมูลเพื่อรอให้โปรแกรมตรวจสอบเปรียบเทียบกับข้อมูลที่อาจมีการแจ้งเพิ่มเติมเข้ามาในภายหลัง

 "โครงการนี้จะเกิดประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาเรื่องการการค้าเด็กและหญิงภายในประเทศและข้ามชาติ โดยมีเครือข่ายการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ซึ่งผลลัพธ์คือสามารถส่งคืนเด็กที่ถูกกระทำผิดให้ครอบครัวที่ถูกต้อง" พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์  เสาวคนธ์  ผบก.นต. กล่าว

 นับจากนี้ต่อไป..."ดีเอ็นเอโปรคิดส์" จะเป็นคลังข้อมูลขนาดใหญ่ด้านพันธุกรรมเด็กและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการค้ามนุษย์ ที่หน่วยงานตำรวจ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์แห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ สามารถใช้ในการคลี่คลายคดีค้าเด็กได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น 

 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง