ข่าว

"มาร์ค"ฉุนการ์ดนปช.ค้นรพ.จุฬาเหตุรอนสิทธิ์

"มาร์ค"ฉุนการ์ดนปช.ค้นรพ.จุฬาเหตุรอนสิทธิ์
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

“เด็กพัลลภ” รายงานตัว ศอฉ. ยันไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. เผยซักข้อมูล “นาย” โยงเบื้องหลัง ม็อบแดง ตร.โชว์อาวุธสงครามอื้อหลังบุกค้นห้องพัก-รถส่วนตัว “จสต.ปริญญา” โยงโรงงานผลิตเครื่องยิงเอ็ม 79 วังน้อย เสี่ยงขนอาวุธเข้าเมืองได้แค่เอ็ม 79 นัดละพั

 กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) - เมื่อเวลา 19.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุม ศอฉ. โดยมี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอฉ. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ก่อนการประชุม เมื่อนายกรัฐมนตรี ได้รับทราบข่าวว่า นายพายัพ ปั้นเกตุ แกนนำ นปช.  ได้นำกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนกว่า 500 คน บุกเข้าไปยังโรงพยาบาลจุฬาฯ เพื่อตรวจค้นหาว่ามีการวางกำลังของเจ้าหน้าที่ทหารหรือไม่ ทั้งนี้เมื่อนายกรัฐมนตรีทราบ จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำกำลังเข้าไปควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดความวุ่นวายเมื่อเหตุการณ์ที่ผ่านมา

 “นายกรัฐมนตรีได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวดำเนินการเรื่องอย่างเด็ดขาด เพราะการกระทำดังกล่าวของ นายพายัพ ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลดังกล่าว อีกทั้งนายกรัฐมนตรียังได้กำชับ พล.ต.อ.ปทีป ให้เร่งสางคดีต่าง ๆ ให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีการติดตามสรุปสถานการณ์เหตุการณ์การปะทะกันของเจ้าหน้าที่ ศอฉ. กับกลุ่มคนเสื้อแดง ที่บริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติ เมื่อวานนี้ จนเป็นสาเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 1 นาย โดยนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้เร่งติดตามคดีดังกล่าวเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก็ต้องดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดเช่นกัน “ นายกรัฐมนตรี ระบุในที่ประชุม

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมในวันนี้ไม่ได้มีการพูดถึงกรณีที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางเข้ามารายงานตัวกับ ศอฉ. หลังตกเป็นจำเลยข้อหาเชื่อมโยงการจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่กำหนดการของ พล.อ.ชวลิต จะเดินทางเข้ามารายงานตัวในเวลา 10.00 น. ของวันพรุ่งนี้ 30 เม.ย. โดยทาง ศอฉ. จะมี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง จะเป็นผู้ให้การต้อนรับ พร้อมด้วย นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ และ พล.อ.วิโรจน์ บัวจรูญ ประธานคณะที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพบก จะเป็นผู้ร่วมต้อนรับ และจะร่วมดำเนินการสอบปากคำ พล.อ.ชวลิต ด้วย ทั้งนี้การเดินทางมาของ พล.อ.ชวลิต ขณะนี้ทาง ศอฉ. ยังไม่ได้ทำหมายเรียกมาสอบสวน แต่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ พล.อ.ชวลิต จึงเดินทางมารายงานตัวเพื่อให้ปัญหาจบไป

 มีรายงานข่าวด้วยว่า เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่าน พ.อ.พิชัย กระปุกทอง นายทหารคนสนิทของ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ได้เดินทางเข้ามารายงานตัวตามหมายเรียกของ ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่บริเวณ อาคาร เอก บุญนาค ภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ โดยใช้เวลาไม่นานในการให้ข้อมูลต่อคณะทำงาน 3 ชุด ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สอบสวนจาก กองปราบฯ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมกิจการพลเรือนทหารบก และ ส่วนข่าวร่วมกองทัพ ของ ศอฉ.
 แหล่งข่าว กล่าวว่า พ.อ.พิชัย ได้ปฏิเสธว่า ไมได้เข้าไปอยู่ในพื้นที่สี่แยกคอกวัว และ หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ตามที่มีการแจ้งเบาะแสเข้ามา และ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการชุมนุมของกลุ่ม แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แต่อย่างใด และ ยืนยันว่า พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง หรือ สนับสนุนการชุมนุมของคนเสื้อแดง

 “ทส.ท่านพัลลภ ไม่ได้ให้รายละเอียด อะไรมากนัก บอกเพียงว่า พล.อ.พัลลภ ให้เขามาตามหมายเรียก เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด และ หากมีการถามข้อมูลเกี่ยวกับตัวท่าน ก็ให้ ทาง ศอฉ.มาถามท่านเอง” แหล่งข่าว ระบุ

 ทางด้าน พ.อ.พิชัย บอกว่า ทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้ซักถามอะไรมาก เพียงแต่อยากถามรายละเอียดที่เกี่ยวเนื่องกับ พล.อ.พัลลภ ซึ่งตนบอกว่าไม่ทราบ ขอให้ไปถาม พล.อ.พัลลภ เอง นอกจากนั้น ได้ถามความเห็นต่อรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งตนก็ปฏิเสธที่จะตอบเช่นกัน อีกทั้ง ยังซักถามว่า พล.อ.พัลลภ จะมาพร้อมกับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ในวันที่ 30 เม.ย.นี้ หรือไม่ ซึ่งตนก็บอกว่า ไม่ทราบ และขอให้ถามจากท่านเอง

 พ.ท.พิรัช สวามิวิศดุ์ นายทหารคนสนิท ของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เปิดเผยว่า ในเวลา 10.00 น. วันที่ 30 เม.ย.นี้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ จะเดินทางมาที่ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ โดยพล.อ.ชวลิต จะแต่งเครื่องแบบทหาร ธรรมดา โดยมาพร้อมกับ นายทหารรุ่นน้อง จาก เตรียมทหารรุ่น 10 นำโดย พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี ซึ่งทั้งหมดจะแต่งเครื่องแบบทหารมาทุกคน ทั้งนี้ จะมีการตั้งแถวทหารกองรักษาการณ์ เพื่อให้เกียรติต้อนรับท่าน ในฐานะที่เป็นอดีต ผู้บัญชาการทหารบก และ อดีตนายกรัฐมนตรี

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากนั้น ในเวลา 20.20 น. พ.ต.อ.วิสูตร ฉัตรชัยเดช รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.ทรงพล วัฒนชัย รองผู้บังคับการอำนวยการกองบัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมกันแถลงข่าวถึงความคืบหน้าการจับกุมคดีต่าง ๆ ว่า ในนามของ สตช. คือทางตำรวจนครบาล และ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้ชี้แจงถึงการดำเนินคดีจับกุมผู้ต้องหาการกระทำความผิดตาม พรก.ฉุกเฉิน ในส่วนของตำรวจนครบาล เราได้มีการจับกุมอยู่หลายพื้นที่ โดยในส่วนของ สน.ดอนเมือง ได้มีจับผู้ที่ฝ่าฝืนจำนวน 8 คน รับสภาร 7 คน และ ปฏิเสธ 1 คน ทั้งนี้ผู้ต้องหาที่รับสารภาพนั้น ศาลพิพากษาจำคุก 4 เดือน แต่เมื่อรับสารภาพเหลือโทษเพียง 2 เดือน และในส่วนที่ปฏิเสธเราได้ดำเนินการผลัดฟ้องฝากขังไว้ และศาลอนุญาตให้มีกำหนด 6 วัน ส่วน สน.ทุ่งสองห้อง เราได้มีการจับกุมผู้ที่ฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน จำนวน 7 ราย ซึ่งผู้ต้องหาให้การ ปฏิเสธทั้งหมด ขณะนี้อยู่ระหว่างการผลัดฟ้องฝากขัง และศาลอนุญาตให้มีกำหนด 6 วัน ส่วน สน.ปทุมวัน ได้มีการจับกุมผู้ต้องหา 6 คน ทั้งหมดรับสารภาพ ผลดีศาลมีคำสั่งกักขัง 15 วัน รถยนต์มีคำสั่งริบไว้ ส่วน สน.ดินแดง สามารถจับกุมได้ 2 คน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ศาลอนุญาตให้ผลัดฟ้องฝากขังมีกำหนด 6 วัน สำหรับตำรวจภูธรภาค 1 ของ สภ.อ.คลองหลวง ศาลจังหวัดธัญบุรี มีคำสั่งพิพากษาจำคุกผู้ต้องหาทั้งหมด 7 คน เป็นเวลา 4 เดือน แต่เมื่อผู้ต้องหารับสภาพลดเหลือ 2 เดือน ส่วน สภอ.คูคต สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 7 คน และผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน

 ทางด้าน พ.อ.วิสูตร กล่าวถึงกรณีการจับกุมตัว จ.ส.ต.ปริญญา มณีโคตม์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภอ.คูคต ซึ่งสืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ช่วงเวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกลาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารอากาศได้สนธิกำลังตรวจค้นบริเวณถนนวิภาวีดีขาเข้า หน้าฐานทัพอากาศ ได้มีชายไทยจะเข้าไปทางด่านจุดตรวจ แต่เมื่อเห็นด่านก็ขับรถหนี และเข้าไปในซอยตันจากนั้นก็ทิ้งรถ และวิ่งหลบหนีไป จากการตรวจค้นพบกระสุนปืน เอ็ม79 จำนวน 62 นัด และจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบบัตรประจำตัว จ.ส.ต.ปริญญา เป็นหลักฐาน ซึ่งทางตำรวจภูธรภาค 1 เมื่อได้รับรายงานจากตำรวจนครบาล ก็ได้มีการตรวจค้นและพบหลักฐานดังกล่าว ทางผู้บังคับบาผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้สั่งการไปในพื้นที่กองบัญชาตำรวจภูธร จ.ปทุมธานี ให้สืบสวนติดตามจับกุม จ.ส.ต.ปริญญา เราได้มีการดำเนินการและตรวจสอบบริเวณห้องพัก เมื่อเวลา 20.00 น.ของคืนที่ผ่านมา โดย จ.ส.ต.ปริญญา ได้พักอยู่ในพื้นที่ สน.สายไหม ได้เข้าไปค้น แต่ไม่มีผู้พักอาศัย ซึ่งจากการตรวจค้นเราได้พบอาวุธ 2 กระบอก หลังจากนั้นเราได้รับข้อมูลจากสายแจ้งว่า นอกจากภายในห้องมีรถเก๋งสีแดงที่จอดอยู่หน้าแฟลตตำรวจ สภอ.คูคต น่าจะมีวัตถุต้องสงสัยเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกับวิทยาการได้ตรวจค้นรถดังกล่าว มีการพบอาวุธปืนส่วนประกอบอาวุธปืน และกระสุนปืน หลังจากนั้นได้ติดตามจับตัว จ.ส.ต.ปริญญา จนกระทั่งในวันนี้ เวลา 14.00 น. ได้ตรวจพบว่า จ.ส.ต.ปริญญา ขับรถอยู่ที่ อ.ลำลูกกา มุ่งหน้าไป จ.นครนายก และเราได้ประสานจับกุม และได้ตัวมาสอบสวนเบื้องต้น จ.ส.ต.ปริญญา ให้การรับสารภาพว่าอาวุธปืนที่จุดตรวจค้นในวันที่ 28 เม.ย. หรือ ต่อเนื่องมาที่ปรากฎเป็นข่าว  เขาได้ซื้อมา และจะนำไปขายให้กับลูกค้าที่ต้องการ

 พ.อ.วิสูตร กล่าวอีกว่า ขณะนี้ตำรวจภูธรภาค 1 ได้ทำการสืบสวนสอบสวน และการสืบสวนก็จะต้องตรวจสอบว่ามีบุคคล หรือเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับ จ.ส.ต.ปริญญามีใครบ้าง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวน ซึ่งขณะนี้ทาง สภต.คูคต ได้มีคำสั่งให้ จ.ส.ต.ปริญญาออกจากราชการไว้ก่อน ส่วนจะมีใครโยงใยอยู่เบื้องหลังนั้น เราได้สืบหาจากผู้ขาย - คนกลาง และ กลุ่มผู้ซื้อ เบื้องต้นได้ความว่ามีผู้ที่นำมาขายให้ จ.ส.ต.ปริญญา เนื่องจากเขาสนใจอาวุธ และซื้อมาขายไป เริ่มตั้งแต่ปืนพกสั้นและมาถึงอาวุธสงคราม อย่างไรก็ตาม บางครั้งมีการนัดหมายให้การซื้อขายกัน บางครั้งเขาก็ไปส่งบ้าง หรือมาซื้อบ้าง ส่วนแหล่งที่มาก็ตรวจสอบอยู่ ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหารายนี้เกี่ยวข้องโรงงานที่วังน้อย จังหวัดอยุธยา โดยก่อนหน้านี้พบเบอร์โทรศัพท์ที่มีการติดต่อกัน และเท่าที่กลุ่มลูกค้าพบว่า มีการขายอาวุธให้กับชนกลุ่มน้อยด้วย จ.ส.ต.ปริญญาเองถือว่า เป็นคนเรียบร้อย งานดี มีความเป็นส่วนตัวส่วนหนึ่ง ในโรงพักรู้ว่าเขาชอบเล่นปืน อย่างไรก็ตามมูลค่าของกระสุนเอ็ม 79 ทั้ง 62 นัด อยู่ที่ราคานัดละ 1,000 บาท รวมทั้งสิ้น 62,000 บาท และได้นำเรื่องนี้รายงานนายกรัฐมนตรีและที่ประชุมศอฉ.รับทราบแล้ว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงที่มีการแถลงข่าวได้มีการนำฉายสไลด์ภาพอาวุธปืนที่ตรวจค้นได้จากห้องพัก จ.ส.ต.ปริญญาด้วย โดยหน้าประตูห้องพักมีรูปพระเจ้าตากอยู่

 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง