โควิด-19

"โอไมครอน" BA.5 รุนแรง ป่วยหนักมากกว่า BA.2 เปิด 3 ข้อ ประเมินความเสี่ยงตนเอง

"โอไมครอน" BA.5 รุนแรง ป่วยหนักมากกว่า BA.2 เปิด 3 ข้อ ประเมินความเสี่ยงตนเอง
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

หมอธีระ เปิดงานวิจัยพบ "โอไมครอน" BA.5 รุนแรง ทำป่วยจนเข้าโรงพยาบาลมากกว่า BA.2 ถึง 2 เท่า พร้อมเปิด 3 ข้อ ประเมินความเสี่ยงตนเอง

อัปเดตสถานการณ์การแพร่ระบาด "โอไมครอน" เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 787,747 คน ตายเพิ่ม 1,462 คน รวมแล้วติดไป 576,774,851 คน เสียชีวิตรวม 6,406,641 คน 5 อันดับแรกที่ติดเชื้อสูงสุดคือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อิตาลี ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา ขณะที่จำนวนการเสียชีวิตในไทยเมื่อวาน สูงเป็นอันดับ 10 ของโลก และอันดับ 4 ของเอเชีย ล่าสุดการระบาดในไทยพบว่าส่วนใหญ่ ติดโควิด ยกครอบครัว ใส่ หน้ากากอนามัย ไม่ถูกต้อง และจากการวิจัยพบ BA.5 รุนแรง ทำให้ป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลมากกว่า BA.2 ถึง 2 เท่า

 

หมอธีระ รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanara เปิดเผยถึง การประเมินความเสี่ยงของตนเอง โดยมี 3 ข้อ คือ

 

1. ทำกิจกรรมเสี่ยงมาหรือเปล่า? --> คลุกคลีใกล้ชิด ใช้เวลานาน หรือแชร์ของกินของใช้ร่วมกัน

2. อยู่ในสถานที่เสี่ยงหรือไม่? --> แออัด ระบายอากาศไม่ดี

3. ไม่ได้ป้องกันตัวหรือเปล่า? --> ไม่ใส่หน้ากาก หรือใส่ไม่ถูกต้อง

 

ซึ่งหากตอบว่าใช่ครบองค์สาม โดยพบว่าในเหตุการณ์นั้นมีคนที่ติดเชื้ออยู่ด้วย ย่อมมีโอกาสติดเชื้อสูง และควรทำการตรวจและสังเกตอาการ

 

อย่างไรก็ตาม หากจับพลัดจับผลูติดเชื้อไป ควรดูแลตนเองให้ดี ป้องกันการแพร่เชื้อในบ้านและที่ทำงาน และหลังหายแล้วควรป้องกันให้ดี ระวังการติดเชื้อซ้ำ 
เพราะติดซ้ำ เสี่ยงต่อป่วยรุนแรงมากขึ้น
รวมถึงเสี่ยงต่อ Long COVID ด้วย

 

ทั้งนี้ หมอธีระ ยังได้เผยถึงประสบการณ์ตรง ซึ่งเมื่อวานนี้ 30% ของคนไข้ที่นัดมาตรวจแจ้งว่า เพิ่งติดเชื้อไป ซีซั่น "โอไมครอน" นี้ไม่รอด กว่าสามในสี่ของคนที่ติดเชื้อเป็นการติดยกครอบครัว ส่วนใหญ่ติดจากลูกหลานที่ติดจากโรงเรียน หรือไม่ก็สามีหรือภรรยาติดจากที่ทำงาน โดยบางส่วนบอกว่าที่ทำงานติดกันยกออฟฟิศ

 

สังเกตจะพบว่าราวหนึ่งในสี่ ใส่หน้ากากไม่ถูกต้อง มักหลวม และหลุดลงมาจากจมูก เลยแนะนำไปว่าให้เลือกหน้ากากที่เหมาะกับโครงหน้าของตัวเอง กดแผ่นโลหะที่ขอบบนให้แนบกับจมูก หากยังมีร่องข้างจมูกและข้างแก้ม ควรใส่หน้ากากผ้าทับไว้ด้านนอกเพื่อกดให้หน้ากากอนามัยด้านในแนบใบหน้ามากขึ้น

 

ล่าสุดบทความวิชาการโดย Chou R และคณะจากประเทศสหรัฐอเมริกา เผยแพร่ในวารสารวิชาการแพทย์สากล Annals of Internal Medicine วันที่ 26 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา ได้ทำการทบทวนงานวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของการใส่หน้ากากทั้งในสถานพยาบาล และในชุมชน ยืนยันชัดเจนว่า การใส่หน้ากากอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อแพร่เชื้อไปได้มาก ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากแบบ N95/KN95 หรือเทียบเท่าก็ตาม ล้วนลดความเสี่ยงไปได้กว่าครึ่ง

 

สำหรับสถานการณ์ของไทยเรา การระบาดรุนแรงต่อเนื่อง ติดเชื้อมากขึ้นกว่าระลอกก่อนๆ มีการป่วยรุนแรงมากขึ้น และเสียชีวิตเพิ่มขึ้น BA.5 นั้นรุนแรง ทำให้ป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลมากกว่า BA.2 ถึง 2 เท่า (งานวิจัยในโปรตุเกส 2-3 เท่า, งานวิจัยในเดนมาร์ก 1.65 เท่า)

 

การใส่หน้ากากอย่างถูกต้องสม่ำเสมอ เป็นหัวใจสำคัญในการอยู่รอดในวิกฤตินี้

 

อ้างอิง

Chou R et al. Update Alert 8: Masks for Prevention of Respiratory Virus Infections, Including SARS-CoV-2, in Health Care and Community Settings. Ann Int Med. 26 July 2022.

 

ติดตาม คมชัดลึก ที่นี่
Line : https://lin.ee/qw9UHd2
YouTube : https://www.youtube.com/channel/UCnniqWGq9lOqYd5sGWxVi7w

 

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด