โควิด-19

เคย "ติดโควิด" งานวิจัยพบต้องเข้ารพ.รักษาตัวถี่กว่าคนไม่เคยติดเชื้อ 11 %

เคย "ติดโควิด" งานวิจัยพบต้องเข้ารพ.รักษาตัวถี่กว่าคนไม่เคยติดเชื้อ 11 %
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

หมอธีระ เปิดงานวิจัยคนเคย "ติดโควิด" ต้องเข้าโรงพยาบาลถี่กว่าคนยังไม่เคยติดเชื้อสูงถึง 11% และต้องนอนรักษานานกว่า 49% ยืนยันโควิดไม่ธรรมดา

ศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "Thira Woratanarat" เกี่ยวกับสถานการณ์ โควิด19 และงานวิจัยอาการคงค้างของโควิด-19 หรือ "Long COVID" ว่า 

8 พฤษภาคม 2565
เมื่อวานทั่วโลก "ติดโควิด" เพิ่ม 406,470 คน ตายเพิ่ม 1,008 คน รวมแล้วติดไปรวม 516,905,372 คน เสียชีวิตรวม 6,275,649 คน
5 อันดับแรกที่ติดเชื้อสูงสุดคือ เยอรมัน ไต้หวัน ออสเตรเลีย อิตาลี และเกาหลีใต้  เมื่อวานนี้จำนวนติดเชื้อใหม่มีประเทศจากยุโรปและเอเชียครอง 6 ใน 10 อันดับแรก และ 14 ใน 20 อันดับแรกของโลก  จำนวนติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันของทั่วโลกตอนนี้ มาจากทวีปเอเชียและยุโรป รวมกันคิดเป็นร้อยละ 71.24 ของทั้งโลก ในขณะที่จำนวนการเสียชีวิตคิดเป็นร้อยละ 75.29 การติดเชื้อใหม่ในทวีปเอเชียนั้นคิดเป็นร้อยละ 34.57 ของทั้งโลก ส่วนจำนวนเสียชีวิตเพิ่มคิดเป็นร้อยละ 25.49

...สถานการณ์ระบาดของไทย
จากข้อมูล Worldometer เช้านี้พบว่า เมื่อวานนี้จำนวนติดเชื้อใหม่ รวม ATK สูงเป็นอันดับ 9 ของโลก และอันดับ 4 ของเอเชีย ในขณะที่จำนวนเสียชีวิตเมื่อวาน สูงเป็นอันดับ 7 ของโลก ถึงแม้ไทยจะปรับระบบรายงานตั้งแต่ 1 พ.ค.เป็นต้นมาจนทำให้จำนวนเสียชีวิตที่รายงานนั้นลดลงก็ตามทั้งนี้จำนวนเสียชีวิตของไทยเมื่อวานนั้นคิดเป็น 22.56% ของการเสียชีวิตทั้งหมดที่รายงานของทวีปเอเชีย

รศ.นพ.ธีระ ระบุเพิ่มเติมว่า อัพเดตงานวิจัยผลกระทบจากการติดเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 หรือ  "ติดโควิด" 
ทีมงานจากมหาวิทยาลัยโตรอนโต ประเทศแคนาดา ประเมินผลกระทบจากการติดเชื้อโรคโคดิด-19 ในกลุ่มประชากรจำนวน 530,232 คน ตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 ถึง 31 มีนาคม 2564 พบว่า กลุ่มคนที่เคยติดเชื้อโรคโควิด-19 มาก่อนนั้นจะมีอัตราการไปรับบริการดูแลรักษาทางการแพทย์ (healthcare utilization) ในช่วงเวลา 1 ปี สูงกว่าคนที่ไม่ได้ติดเชื้อราว 11% (ช่วงความเชื่อมั่น 9%-13%)ทั้งนี้กลุ่มคนที่เคยติดเชื้อมาก่อน จะมีจำนวนวันที่ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลในรอบปีจากสาเหตุต่างๆ มากกว่าคนที่ไม่ได้ติดเชื้อ 49% (ช่วงความเชื่อมั่น 41%-57%)
การวิจัยจากแคนาดานี้สะท้อนให้เราทราบว่า หลังติดเชื้อและรักษาในช่วงแรกไปแล้ว กลุ่มคนที่เคยติดเชื้อมาก่อนจะมีความเสี่ยงต่อปัญหาด้านสุขภาพต่างๆ และต้องไปรับการดูแลรักษามากกว่ากลุ่มคนที่ไม่ติดเชื้อ โดยส่งผลต่อระบบสาธารณสุขในประเทศที่จะต้องเตรียมทรัพยากรต่างๆ เพื่อรับมือภาระการดูแลรักษาที่เพิ่มขึ้นให้เพียงพอและมีประสิทธิภาพด้วย
 

...ถึง SARS-CoV-2 ไวรัสโรคโควิด-19
เรารู้ว่านายนั้นไม่ธรรมดาแม้ตลอดช่วงที่ผ่านมา นายจะโดนหลายคนด้อยค่าให้เป็นหวัดธรรมดา ไร้น้ำยา ไม่น่ากังวล   นายไปทุกที่ทั่วโลกอย่างรวดเร็ว จนพื้นที่ส่วนใหญ่ในโลกนี้ไม่มีใครที่จะไม่รู้จักนายและวงศาคณาญาติ 
เราติดตามนายมาตลอด และรู้ว่าการจะอยู่ร่วมกับนายได้นั้น จำเป็นต้องอยู่อย่างระมัดระวัง เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะอยู่กับนายได้อย่างปลอดภัย แม้จะฉีดวัคซีนแล้วก็ตามสัมผัสใกล้ชิดกันมากเกินไป ก็ทำให้เกิดปัญหา ซึ่งไม่จบแค่หายกับตาย แต่เกิดปัญหาเรื้อรังอย่าง Long COVID ตามมาในอนาคตที่บั่นทอนคุณภาพชีวิต สมรรถนะในการดำเนินชีวิต การทำงาน และส่งผลต่อภาระค่าใช้จ่ายทั้งของคนป่วย ครอบครัว และสังคม การอยู่ร่วมกันอย่างระมัดระวัง และการใส่หน้ากาก ถือเป็นแนวทางที่เหมาะสม จนกว่ สถานการณ์ทั่วโลกดีขึ้น คาดการณ์ได้ว่านายและวงศาคณาญาติเป็นอย่างไร และพวกเรามีวิธีในการป้องกันและจัดการดูแลปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างดี มีประสิทธิภาพ และเพียงพอจริง แม้นายจะเป็นไวรัสใหม่ตัวหนึ่งที่เกิดขึ้นในโลกนี้มาไม่นานแต่เราเป็นเสียงหนึ่ง ที่ยืนยันหนักแน่นว่า "นายไม่ธรรมดา"
จาก...คนธรรมดาที่ไม่เคยด้อยค่านายเลยแม้แต่น้อย

เคย "ติดโควิด" งานวิจัยพบต้องเข้ารพ.รักษาตัวถี่กว่าคนไม่เคยติดเชื้อ 11 %  
 

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด