โควิด-19

"โอไมครอน" ไม่กระจอก ทำยอดดับไทยพุ่งอันดับ 3 โลก อัตราเสียชีวิตสูงกว่าทุกปี

"โอไมครอน" ไม่กระจอก ทำยอดดับไทยพุ่งอันดับ 3 โลก อัตราเสียชีวิตสูงกว่าทุกปี
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

"หมอธีระ" ยังย้ำฃัด "โอไมครอน" ไม่กระจอก ทำยอดดับในไทยขึ้นอันดับ 3 ของโลก พบอัตราการเสียชีวิตตั้งแต่ต้นปี 2022 สูงกว่าทุกปีที่ผ่านมา

สถานการณ์การระบาดของ "โอไมครอน" ยังคงพบการระบาดส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อใหม่และเสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวานนี้ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 309,097 คน เสียชีวิตเพิ่ม 1,220 คน รวมแล้วติดไปรวม 505,019,710 คน เสียชีวิตรวม 6,224,361 คน 5 อันดับแรกที่ติดเชื้อสูงสุดคือ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา

 

โดย "หมอธีระ" รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก Thira Woratanarat (ป๊ามี้คีน) กล่าวว่า เมื่อวานนี้จำนวนติดเชื้อใหม่มีประเทศจากยุโรปและเอเชียครอง 8 ใน 10 อันดับแรก และ 15 ใน 20 อันดับแรกของโลก

 

จำนวนติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันของทั่วโลกตอนนี้ มาจากทวีปเอเชียและยุโรป รวมกันคิดเป็นร้อยละ 74.59 ของทั้งโลก ในขณะที่ จำนวนการเสียชีวิตคิดเป็นร้อยละ 81.63 การติดเชื้อใหม่ในทวีปเอเชียนั้นคิดเป็นร้อยละ 47.52 ของทั้งโลก ส่วนจำนวนเสียชีวิตเพิ่มคิดเป็นร้อยละ 40.16

 

ขณะที่ สถานการณ์ระบาดของไทยเมื่อวานนี้จำนวนติดเชื้อใหม่ รวม ATK สูงเป็นอันดับ 4 ของโลก และอันดับ 3 ของเอเชีย ในขณะที่จำนวนเสียชีวิตเมื่อวาน ยังสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก ทั้งนี้ จำนวนคนเสียชีวิตของไทยเมื่อวานนั้นคิดเป็น 25.3% ของการเสียชีวิตทั้งหมดที่รายงานของทวีปเอเชีย

 

สำหรับการเสียชีวิตของคนไทยนั้น จะพบว่าในช่วงนี้จำนวนการเสียชีวิตรายวันจากโควิด-19 ของไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกมาตลอดการติดตามสถานการณ์นั้น ตัวเลขรายงานทางการจากโควิด-19 เป็นเพียงข้อมูลประกอบส่วนหนึ่งในการประเมินสถานการณ์ แต่ยังควรดูข้อมูลอื่นประกอบด้วยเพราะทั่วโลกพบว่ามักมีปัญหาเรื่องจำนวนที่รายงานทางการในระบบนั้นต่ำกว่าสถานการณ์จริงด้วยข้อจำกัดต่างๆ ลองเปรียบเทียบดู อัตราการเสียชีวิตส่วนเกินของแต่ละปีจากทุกสาเหตุในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผ่านมาจะพบว่า ตั้งแต่ระลอกที่สอง (สายพันธุ์ D614G ช่วงปลายปี 2563 ถึงไตรมาสแรกของ 2564) ระลอกที่สาม (สายพันธุ์อัลฟ่าและเดลต้า ตั้งแต่เมษายนจนถึงราวพฤศจิกายน 2564) และระลอกที่สี่ (สายพันธุ์ Omicron BA.1, BA.2 ตั้งแต่ต้นปี 2565 จนถึงปัจจุบัน) ไทยเรามีอัตราการเสียชีวิตส่วนเกินเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าการระบาด (excess mortality rate) ในระดับสูงกว่าหลายต่อหลายประเทศทั่วโลก

 

ทั้งนี้หากดูจำนวนการเสียชีวิตส่วนเกิน (excess mortality) เฉพาะของประเทศไทย เปรียบเทียบในแต่ละเดือนของแต่ละปี ก็ยังพบว่าสถานการณ์ดูจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน โดยในไตรมาสแรกของปี 2022 นี้ ทุกเดือนที่ผ่านมามีจำนวนการเสียชีวิตส่วนเกินสูงกว่าทุกปีที่ผ่านมา

 

ข้อมูลข้างต้นย้ำเตือนให้เราเห็นว่า "โอไมครอน" นั้นไม่ใช่หวัดธรรมดา และไม่กระจอก แม้จะมีความรุนแรงของโรคน้อยกว่าสายพันธุ์เดลต้าในระลอกสามของปีที่แล้ว แต่การแพร่ระบาดของ "โอไมครอน" ที่รวดเร็วกว่าเดลต้าอย่างมากนั้นทำให้สุดท้ายแล้วมีจำนวนคนติดเชื้อมากกว่าเดลต้า และทำให้ป่วยและเสียชีวิตจำนวนมากได้เช่นกัน ดังที่เราเห็นในปัจจุบัน

 

"จะผลักเป็นโรคประจำถิ่นโดยเร็ว จะผลักให้ใช้ชีวิตตามปกติในอดีต หรือจะตีฆ้องร้องป่าว ประชาสัมพันธ์ให้คนมองไวรัสนี้ว่ากระจอก" เหล่านี้ หากหลงเชื่่อ ก็เหมือนเดินไปตกเหวตายครับ

 

เชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ ทำในสิ่งที่ควรทำ และใช้ความรู้ที่ถูกต้องนำทางการตัดสินใจ 

โควิด ติด ไม่ใช่แค่คุณ

โควิด ไม่ได้จบแค่หายกับตาย แต่ Long COVID จะเป็นปัญหาระยะยาวทั้งสำหรับตัวผู้ป่วย ครอบครัว และประเทศ ไม่ติดเชื้อย่อมดีที่สุด

 

ใส่หน้ากากเสมอนะครับ นี่คือหัวใจสำคัญที่สุด เลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง กิจกรรมเสี่ยง และสถานที่เสี่ยง

 

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด