โควิด-19

"ร้านยา" 700 แห่ง ร่วมดูแลผู้ป่วยโควิด "เจอแจกจบ" เช็คเงื่อนไขใครได้สิทธิ

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

สปสช.ดึง "ร้านยา" 700 แห่ง ดูแลผู้ป่วยโควิด รับยา-ติดตามอาการตามระบบ "เจอแจกจบ" เช็คเงื่อนไข ใครได้สิทธิ เสียเงินมั้ย

(6 เม.ย.65) นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยสีเขียว หรือกลุ่มที่มีอาการเล็กน้อย โดยเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2565 กระทรวงสาธารณสุข ได้ปรับปรุงแนวทางเวชปฏิบัติ การวินิจฉัย ดูแลรักษาและป้องกัน กรณีโรคโควิด-19 สำหรับผู้ติดเชื้อหรือผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่ไม่มีภาวะเสี่ยง โดยให้การรักษาแบบผู้ป่วยนอก และแยกกักตัวที่บ้าน (Out-patient with self-Isolation) หรือ "เจอแจกจบ" ในสถานพยาบาลต่าง ๆ นั้น 

 

 

 

 

ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้ารับบริการ โดยเฉพาะที่หน่วยบริการใกล้บ้าน สปสช.ได้ร่วมกับสภาเภสัชกรรม เชิญชวน "ร้านยา" ที่มีความพร้อมบริการเพื่อร่วมดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่มีภาวะเสี่ยง ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด เป็นหน่วยบริการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มผู้ป่วยนอก และแยกกักตัวที่บ้าน เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาได้รวดเร็ว ทั้งนี้ ผู้ที่ตรวจ ATK 
แล้วขึ้น 2 ขีด ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการเล็กน้อย และเป็นกลุ่มที่ไม่มีภาวะเสี่ยง ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด สามารถรับยาสำหรับดูแลอาการเบื้องต้นได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ที่ร้านยาที่เข้าร่วมโครงการ

 

โดย "ร้านยา" จะรับค่าใช้จ่ายกรณีบริการทางเภสัชกรรม ในการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มนี้ ตามหลักเกณฑ์ของ สปสช.ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา สำหรับอัตราค่าบริการจะเป็นการจ่ายแบบเหมาจ่ายในอัตรา 700 บาทต่อราย ครอบคลุมบริการ ดังนี้

 

  1. บริการให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวในการแยกกักตัวที่บ้าน 
  2. ค่ายาฟ้าทะลายโจรและยาพื้นฐานอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 รวมค่าบริการจ่ายยากรณีที่แพทย์สั่งจ่ายเฉพาะในการดูแลผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ที่จำเป็นต้องได้รับตามมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด โดยรวมค่าจัดส่งยา
  3. ค่าบริการให้คำปรึกษา แนะนำการใช้ยา และติดตามอาการผู้ติดเชื้อเมื่อครบ 48 ชั่วโมงแรก
  4. การจัดระบบส่งต่อเมื่อผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 มีอาการเปลี่ยนแปลงจำเป็นต้องส่งต่อ

 

"ร้านยา" 700 แห่ง ร่วมดูแลผู้ป่วยโควิด "เจอแจกจบ" เช็คเงื่อนไขใครได้สิทธิ

นพ.จเด็จ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีการจ่ายเพิ่มเติมแบบเหมาจ่ายในอัตรา 150 บาท สำหรับการให้คำปรึกษา หรือการดูแลรักษาเบื้องต้น เมื่อผู้ติดเชื้อมีอาการเปลี่ยนแปลง และผู้ติดเชื้อโควิด-19 ได้ติดต่อกลับร้านยาเพื่อขอรับคำปรึกษา หลังให้การดูแลครบ 48 ชั่วโมงไปแล้ว โดยก่อนให้บริการจะมีการพิสูจน์ตัวตนของผู้รับบริการเพื่อยืนยันการเข้ารับบริการ และบันทึกข้อมูลการให้บริการผ่านโปรแกรม AMED Telehealth ระบบบริการการแพทย์ทางไกล ปัจจุบันมีร้านยาทั่วประเทศเข้าร่วมแล้วกว่า 700 แห่ง ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการกับ สปสช.แล้ว 440 แห่ง ที่เหลืออยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียน สามารถตรวจสอบรายชื่อร้านยาได้ที่เว็บไซต์ สปสช.   คลิกที่นี่

 

หลักเกณฑ์ผู้ป่วยที่เข้าเงื่อนไขรับยา

 

  • ต้องเป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวที่มีอายุน้อยกว่า 60 ปี ไม่ใช่หญิงตั้งครรภ์
  • ไม่เป็นผู้ป่วยติดเตียง
  • ไม่มีโรคประจำตัว และมีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดความรุนแรงของโรค เช่น มีภาวะอ้วน เป็นต้น 

 

หากไม่เข้าเกณฑ์เหล่านี้ สามารถโทรติดต่อหรือมาที่ร้านยา สแกน QR code เพื่อยืนยันตัวตนตามระบบของ สปสช.แล้วรับยาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งร้านยาจะจัดเซ็ตยาสำหรับรักษาตามอาการส่งให้ที่บ้าน เช่น ฟ้าทะลายโจร พาราเซตามอล ยาแก้ไอ ละลายเสมหะ ตลอดจนเกลือแร่ สำหรับกรณีมีอาการท้องเสีย จากนั้นจะติดตามอาการไปอีก 48 ชั่วโมง และหากอาการรุนแรงมากขึ้น ก็จะส่งต่อผู้ป่วยเข้าระบบเพื่อให้แพทย์รับช่วงดูแลต่อ

 

 

"ร้านยา" 700 แห่ง ร่วมดูแลผู้ป่วยโควิด "เจอแจกจบ" เช็คเงื่อนไขใครได้สิทธิ

 

 

ทั้งนี้ ผู้ใช้สิทธิบัตรทอง สามารถสังเกตสติ๊กเกอร์ที่หน้า "ร้านยา" ซึ่งจะมีข้อความว่า"สถานบริการเภสัชกรรมชุมชน" และบรรทัดล่างจะเขียนว่า "เครือข่ายเภสัชกรอาสาปรึกษาโควิดผ่านระบบเภสัชกรรมทางไกล" อีกทั้งขอให้มั่นใจว่า จะได้รับการบริการที่ได้มาตรฐาน เภสัชกรเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความรู้ความชำนาญในเรื่องยา มีความคุ้นเคยกับอาการของโรคอย่างมาก สามารถให้บริการผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรงหรือไม่แสดงอาการได้เป็นอย่างดี

 

 

"ร้านยา" 700 แห่ง ร่วมดูแลผู้ป่วยโควิด "เจอแจกจบ" เช็คเงื่อนไขใครได้สิทธิ

 

 

ปัจจุบัน "ร้านยา" ในโครงการนี้สามารถให้บริการได้เฉพาะสิทธิบัตรทอง สิทธิข้าราชการ และสิทธิพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ยังไม่รวมถึงผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ดังนั้น จึงขอเชิญชวนไปยังสำนักงานประกันสังคม อำนวยความสะดวกและเพิ่มการเข้าถึงบริการแก่ผู้ประกันตน สามารถติดต่อมาที่สภาเภสัชกรรม เพื่อหารือแนวทางการร่วมมือกันต่อไปได้ 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1330 ตลอด 24 ชม. หรือ คลิก https://lin.ee/

 

logoline