โควิด-19

"โอไมครอน" กลายเป็นสายพันธุ์หลักระบาดในไทย เพียง 1 เดือน ระบาดแทนที่เดลตา

"โอไมครอน" กลายเป็นสายพันธุ์หลักระบาดในไทย เพียง 1 เดือน ระบาดแทนที่เดลตา
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

"โอไมครอน" หมอเฉลิมชัยระบุเป็นสายพันธุ์หลักระบาดในไทยแล้ว ใช้เวลาเพียง 1 เดือนเข้าแทนที่เดลตา จับตาใช้เวลา 3 เดือนขึ้นสู่จุดระบาดสูงสุด

นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา  โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงสถานการณ์การระบาดของ "โอไมครอน" ในประเทศไทย โดยระบุว่า 

"ความรู้เรื่องCOVID-19 (ตอนที่1088) 17มค2565

 

"โอไมครอน" มาแรงแซงเดลต้าแล้ว เป็นสายพันธุ์หลักถึง 97.1% เบียดเดลต้าลงไปเหลือเพียง 2.8% 

 

เป็นที่ทราบกันมาตลอดช่วงสองเดือนที่ผ่านมาว่า โอมิครอนเป็นไวรัสที่มีความสามารถในการแพร่ระบาด มากกว่าเดลต้า

 

เนื่องจากมีการกลายพันธุ์ของสารพันธุกรรมในส่วนที่สร้างหนามมากกว่าเดลต้า 3.5 เท่า

 

จึงมีการติดตามสถานการณ์ในประเทศต่างๆว่า โอมิครอนจะเป็นสายพันธุ์หลักของแต่ละประเทศ ในช่วงเวลาสั้นยาวเพียงใด

 

สำหรับประเทศไทย ขณะนี้มีตัวเลขที่ชัดเจนแล้วว่า จากการเก็บตัวอย่างผู้ติดเชื้อในช่วงวันที่ 3-16 มกราคม 2565 

 

ตรวจพบเป็นโอมิครอนมากถึง 97.1% ในขณะที่เดลต้าลดลงไปเหลือเพียง 2.8% 

 

เหตุการณ์ดังกล่าวใช้เวลาเปลี่ยนแปลงเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้นกล่าวคือ

 

 6 ธันวาคม 2564 

เริ่มพบเคสแรกของไวรัสโอมิครอน

 

 10 ธันวาคม 2564 

โอมิครอนเป็นสัดส่วน 1.5% 

 

11-19 ธันวาคม 2564 

เพิ่มขึ้นเป็น 3.3% 

 

20-26 ธันวาคม 2564 

เพิ่มเป็น 28.8% 

 

27-28 ธันวาคม 2564 

เพิ่มเป็น 66.5% 

 

2-8 มกราคม 2565 

เพิ่มเป็น70.3% 

 

และล่าสุดเก็บข้อมูลช่วง

3-16 มกราคม 2565 โดยศูนย์จีโนมคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี พบ "โอไมครอน" มากถึง 97.1% และเดลต้าลดลงไปเหลือเพียง 2.8% 

จึงสามารถสรุปได้ว่า "โอไมครอน" กลายเป็นสายพันธุ์หลักของผู้ป่วยโควิดในประเทศไทยแล้ว ภายในเวลาเพียงเดือนเดียว

 

ส่วนกรณีผู้ติดเชื้อสะสมที่เป็นโอมิครอนนับเป็นรายคนนั้นพบว่า

 

20 ธันวาคม 2564 

พบสะสม 97 ราย

 

23 ธันวาคม 2564 

พบ 205 ราย เพิ่ม 2.1 เท่า 

 

26 ธันวาคม 2564 

พบ 514 ราย เพิ่ม 2.5 เท่า 

 

29 ธันวาคม 2564 

พบ 934 ราย เพิ่ม 1.8 เท่า

 

1 มกราคม 2565 

พบ 1551 ราย เพิ่ม 1.7 เท่า

 

และจนถึงวันที่ 17 มกราคม 2565 พบเกือบ 10,000 ราย 

 

เป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 

แต่ชะลอช้าลงเป็นลำดับ

 

สรุปได้ว่า

 

1. ไวรัสก่อโรคโควิดสายพันธุ์โอมิครอน แพร่ระบาดเร็วกว่าไวรัสสายพันธุ์เดลต้ามาก

 

2. ขณะนี้สายพันธุ์หลักในประเทศไทย เป็นโอมิครอนโดยสมบูรณ์แล้ว พบมากถึง 97.1% เดลต้าเหลือ 2.8% 

 

3. จำนวนผู้ติดเชื้อโอมิครอนยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในลักษณะอัตราเร่งที่ลดลง

 

4.ทิศทางของจำนวนผู้ติดเชื้อโอมิครอนจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อไป แต่ในลักษณะความชันที่ลดลงเมื่อเทียบกับประเทศตะวันตก และคาดว่าคงใช้เวลาอีก 1-3 เดือน จึงจะขึ้นสู่พีคสูงสุด หลังจากนั้นจึงจะเริ่มลดลงเป็นลำดับ

 

และหวังว่าจะไม่มีไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ (Pi : พาย) ที่มีความสามารถในการแพร่ระบาดมากกว่าโอมิครอนเกิดขึ้น

 

เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น ก็จะมีระลอกที่ห้า โดยไวรัสสายพันธุ์ใหม่นั้น และจะแซงโดยเบียดโอมิครอนให้ตกไป

 

เหมือนที่โอมิครอนเคยเบียดเดลต้าให้ตกไป เดลต้าก็เคยเบียดอัลฟ่าให้ตกไป และอัลฟ่าเคยเบียดสายพันธุ์อู่ฮั่นให้ตกไปในอดีตนั่นเอง

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด