โควิด-19

"โอไมครอน" ลดติดเชื้อ เสียชีวิตจากสายพันธุ์อื่น เพิ่มภูมิธรรมชาติ 14 เท่า

"โอไมครอน" ลดติดเชื้อ เสียชีวิตจากสายพันธุ์อื่น เพิ่มภูมิธรรมชาติ 14 เท่า
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ศูนย์จีโนมฯ เผยข้อมูล "โอไมครอน" ช่วยกระตุ้นเม็ดเลือดขาว 2 ชนิด ลดติดเชื้อ ป่วย และเสียชีวิตจากสายพันธุ์อื่นได้ดี เพิ่มภูมิคุ้มกันตัวจับไวรัสได้ 14 เท่า

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ (Center for Medical Genomics)โพสต์ข้อความผ่านเฟซยบุ๊ก Center for Medical Genomics  
การ์ดต้องไม่ตก เพราะเป็นโรคอุบัติใหม่ องค์ความรู้ยังน้อย 
ตั้งสมมุติฐาน/คาดคะเนจากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เท่าที่มีอยู่ ณ. ปัจจุบัน
จากปัญหาการกลายพันธุ์บริเวณหนามของ "โอไมครอน" ไปมากกว่า 35 ตำแหน่งทำให้วัคซีนที่ใช้ส่วนหนามแหลมของไวรัสดั้งเดิม "อู่ฮั่น" ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนที่ใช้ไวรัสเป็นพาหะ หรือวัคซีน mRNA เป็นตัวกระตุ้นภูมิ พบว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อลดลงไปมาก ข้อมูลจากห้องปฏิบัติการชี้ว่าวัคซีน mRNA ของ ไฟเซอร์ (Pfizer) มีประสิทธิภาพลดลงกว่า "44 เท่า" ทีเดียว โดยทางไฟเซอร์ออกมาแจ้งว่าหากผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ "สองเข็ม" จะป้องกันการเจ็บ การตายได้ แต่หากฉีด "เข็มที่ 3 (booster shot)" จะทำให้ภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นถึง 25 เท่า 

 

การฉีดวัคซีนอันเป็นการส่งสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในร่างกายจะเข้าไปกระตุ้นเม็ดเลือดขาว 2 ประเภทคือ "บี-เซลล์ (B-cell)" ให้สร้าง "แอนติบอดี" ออกมาจับและทำลายตัวไวรัส (neutralization)  และกระตุ้นเม็ดเลือดขาวประเภท "ที-เซลล์ (T-cell)" ไปพร้อมกันให้สร้างสารไปกระตุ้นเม็ดเลือดขาวประเภท "เอ็นเค-เซลล์ (natural killer, NK-cell)" ให้เข้าไปทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัส ดังนั้นหากแอนติบอดีด้อยประสิทธิภาพลงเนื่องจากไวรัสมีการกลายพันธุ์ไปมาก ก็ยังมีระบบภูมิคุ้มที่สองของ "ที-เซลล์ (T-cell" คอยช่วยปกป้องมิให้เราป่วยรุนแรงต้องเข้ารักษาตัวใน รพ. หรือเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัส แม้ว่า "เอ็นเค-เซลล์" จะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสได้ดีเท่ากับ "แอนติบอดี" จากบี-เซลล์ก็ตาม 

 

ล่าสุดนักวิจัยจากประเทศแอฟริกาใต้ 2 ทีม ได้รายงานผลงานวิจัยออกมา (ที่ยังไม่ผ่าน Peer review system) ทีมวิจัยที่หนึ่งพบว่า การติดเชื้อ "โอมิครอน" สามารถกระตุ้นเม็ดเลือดขาวประเภท "บี-เซลล์" ให้สร้างแอนติบอดี ออกมาจับและทำลายตัวไวรัส(neutralization)  โดยทำให้ภูมิคุ้มกันที่เข้าจับและทำลายไวรัส สายพันธุ์ "โอมิครอน"  เพิ่มขึ้น "14 เท่า" และที่น่าแปลกใจคือมีภูมิคุ้มกันที่สามารถเข้าจับและทำลายไวรัสสายพันธุ์ "เดลตา" เพิ่มขึ้น 4.4 เท่า ส่วนทีมวิจัยที่สองพบว่า "โอมิครอน" สามารถกระตุ้นเม็ดเลือดขาวประเภท "ที-เซลล์ " ให้สร้างสารไปกระตุ้นเม็ดเลือดขาวประเภท "เอ็นเค-เซลล์ " ให้เข้าทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสโคโร 2019 แบบข้ามสายพันธุ์ (cross-recognises the variant) ระหว่าง สายพันธุ์ โอมิครอน เดลตา และ เบตา ได้ 

"โอไมครอน" ลดติดเชื้อ เสียชีวิตจากสายพันธุ์อื่น เพิ่มภูมิธรรมชาติ 14 เท่า

ทำให้ "คาดคะเน" โดยอาศัยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ได้ว่าทั้งการติดเชื้อโอมิครอน "ตามธรรมชาติ" หรือ 

"การกระตุ้นภูมิคุ้มกันด้วยการฉีดวัคซีน" จะสามารถกระตุ้นทั้ง "แอนติบอดี" และ "เอ็นเค-เซลล์" ให้ช่วยป้องกันการติดเชื้อ การเจ็บป่วยรุนแรง และการเสียชีวิต แบบข้ามสายพันธุ์ได้จากทั้ง โอมิครอน เดลตา บีตา และสายพันธุ์ที่ระบาดมาก่อนหน้านี้ แม้ว่าแอนติบอดีที่ถูกกระตุ้นด้วยวัคซีนที่ใช้ส่วนหนามของไวรัสดั้งเดิม "อู่ฮั่น" มาเป็นตัวกระตุ้นจะด้อยประสิทธิอยู่บ้างก็ตาม

 

(เนื่องจากมีการกลายพันธุ์บริเวณส่วนหนามไปมาก) แต่จากการประสานงานของสองระบบภูมิคุ้มกันช่วยทำให้ลดช่วงเวลาการเกิด "twindemic" หรือการแพร่ระบาดสองสายพันธุ์ (เดลตา และ โอมิครอน) พร้อมกันลงไปได้มาก และท้ายที่สุด "โอไมครอน" น่าจะเข้ามาระบาดแทนที่เดลตา กลายเป็นโรคประจำถิ่นที่มีการ ระบาดในวงแคบ ไม่รุนแรง และมีการติดเชื้อตามฤดูกาลในที่สุด

logoline
logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด