โควิด-19

วัคซีนสู้ "โอไมครอน" เข็ม 3 ควรฉีด เพียงเข็มเดียวก็เอาอยู่ เชื้อตายไม่ควรใช้

วัคซีนสู้ "โอไมครอน" เข็ม 3 ควรฉีด เพียงเข็มเดียวก็เอาอยู่ เชื้อตายไม่ควรใช้
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

หมอศิริราช แนะ วัคซีนสู้โควิด "โอไมครอน" เข็ม 3 จำเป็นควรฉีด แต่แค่เข็มเดียวเอาอยู่-เชื้อตายไม่ควรใช้ ไร้ประโยชน์

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์ "โอไมครอน" ที่เริ่มพบผู้ติดเชื้อในประเทศไทยแล้ว ทำให้มีหลายคนตั้งคำถามว่า จำเป็นต้องฉีด "วัคซีนเข็ม 3" (booster shot) หรือไม่ ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โพสต์ข้อความแนะนำว่า เนื่องจากมีผู้สนใจเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดสายพันธุ์ "โอไมครอน" เข้ามาที่ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ฯ เป็นจำนวนมาก ทางศูนย์จีโนมฯ โดย ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้ให้ข้อมูล เป็นคำถามและคำตอบ ดังนี้

 

คำถาม

 

  1. ควรฉีดวัคซีนเข็มสาม เพื่อป้องกันไวรัสโคโรนา 2019 โดยเฉพาะสายพันธุ์ "โอไมครอน" หรือไม่? 
  2. ถ้าเป็นการฉีดกระตุ้นเข็มสามด้วยวัคซีนเชื้อตายอย่างซิโนแวค จะคลอบคลุมการสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีกว่าวัคซีนแบบ mRNA หรือไม่?
  3. หากได้รับการฉีดสูตร Astra+Astra+Sinovac พอเพียงสำหรับป้องกัน "โอไมครอน" หรือไม่ แล้วควรฉีดเข็ม 3 ห่างจากเข็มที่สองเท่าไร?  
     

คำตอบ

 

  1. ต้องฉีดเข็มที่ 3 แน่นอน เพราะหลังฉีดไปแล้ว 2 เข็มสักพักหนึ่งภูมิคุ้มกันจะตกลง นี่เป็นธรรมชาติของโรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจ ซึ่งต้องมีการกระตุ้นเป็นระยะ มิฉะนั้นเราก็จะเป็นหวัดติดเชื้อเหล่านี้แล้วก็มีภูมิคุ้มกันขึ้นเป็นระยะเช่นกัน
  2. การฉีดกระตุ้น ฉีดเพียงเข็มเดียว คือไม่ต้องฉีด 2 เข็มเหมือนกับฉีดครั้งแรก ควรเว้นช่วงอย่างเหมาะสมไม่รีบฉีดเร็วจนเกินไป เพราะจะไม่มีประโยชน์ โดยส่วนใหญ่ก็จะเว้นช่วงประมาณ 6 เดือน แต่ถ้าเป็นกลุ่ม 608 อาจจะรีบหน่อย เช่น ประมาณ 3 ถึง 6 เดือน เป็นต้น
  3. จากการศึกษาหลายแห่งพบว่า วัคซีนเชื้อตาย ไม่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี ไม่ควรใช้ เราควรจะใช้วัคซีนเชื้อตายเฉพาะเป็นเข็มแรก  1-2 เข็มเท่านั้น
  4. การใช้ซิโนแวคฉีดเป็นเข็มที่ 3 ไม่ค่อยมีประโยชน์
  5. อังกฤษ แม้กระทั่งคนแข็งแรงดี ก็ให้ฉีดหลัง 3 เดือนได้เลย ไม่ใช่เฉพาะกลุ่ม 608

เดิม "ไฟเซอร์" (Pfizer) ออกมาประกาศว่า หากภูมิคุ้มกันชนิดสลายไวรัส (neutralizing antibody) ที่ถูกกระตุ้นโดยวัคซีน mRNA ของ "ไฟเซอร์"
ลดประสิทธิภาพในการต่อต้านสายพันธุ์ "โอไมครอน" ลงกว่า 10 เท่า เมื่อเทียบกับสายพันธุ์ดั้งเดิมคือ อู่ฮั่น อาจมีความจำเป็นเร่งด่วนในการผลิตวัคซีนรุ่นใหม่ เพื่อป้องกันสายพันธุ์ "โอไมครอน" เป็นการเฉพาะ ต่อมาปรากฏว่าข้อมูลจากห้องปฏิบัติการชี้ว่า วัคซีน mRNA ของ "ไฟเซอร์" มีประสิทธิภาพลดลงว่า 44 เท่า



ล่าสุด ทางไฟเซอร์ออกมาแจ้งว่า หากผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ "สองเข็ม" จะป้องกันการเจ็บ การตายได้ แต่หากฉีด "เข็มที่ 3 (booster shot)"  จะทำให้ภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นถึง 25 เท่า โดยมีการกระตุ้นทั้ง ที-เซลล์  (สร้างสารกระตุ้นเม็ดเลือดขาวเข้าทำลายไวรัส หรือเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัส) และ บี-เซลล์ (สร้างแอนติบอดีเข้าจับและสลายไวรัส) อย่างเต็มที่ ซึ่งพอเพียงในป้องกันการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ "โอไมครอน" 

 

 

วัคซีนสู้ "โอไมครอน" เข็ม 3 ควรฉีด เพียงเข็มเดียวก็เอาอยู่ เชื้อตายไม่ควรใช้

logoline