โควิด-19

"วัคซีนโมเดอร์นา" โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ เตรียมนำเข้า 7 ล้านโดส ภายใน ต.ค.

"วัคซีนโมเดอร์นา" โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ เตรียมนำเข้า 7 ล้านโดส ภายใน ต.ค.
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

"วัคซีนโมเดอร์นา" โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ เตรียมนำเข้า 7 ล้าน + mRNA อีก 3 ล้านโดส ทำความตกลงให้เสร็จภายใน 31 ต.ค.

เพจเฟซบุ๊ค โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2564 ตอนหนึ่งระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2564 ที่มีการประกาศข้อบังคับ มธ. ว่าด้วยการจัดการบริการทางการแพทย์ในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ซึ่งสภามหาวิทยาลัยให้ความเห็นชอบแล้ว ในราชกิจจานุเบกษา พวกเราได้ดำเนินการในเรื่องการจัดหายา วัคซีน และเวชภัณฑ์ ที่เกี่ยวกับการป้องกัน หรือรักษาผู้ป่วยโควิด ในนามของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในระหว่างระยะเวลา 8 สัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างขะมักเขม้น ในหลาย ๆ กรณี และขอใช้โอกาสนี้ สรุปคร่าว ๆ ว่า พวกเราได้ช่วยทำอะไรที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ และประชาชน เพื่อจะช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาล และของระบบสาธารณสุข  ในการช่วยกันรับมือกับโควิด-19 ไปแล้วบ้าง โดยจะนำเฉพาะที่ควรจะบอกเล่าให้ทราบโดยทั่วไปได้ มาสรุปเป็นกรณี ๆ ดังต่อไปนี้

 

1. เมื่อต้นเดือนกันยายน เราได้ลงนามความร่วมมือกับสถานพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ในการจัดหาและนำเข้าวัคซีน Moderna จำนวน 2 ล้านโดสมาในประเทศ ในนาม มธ.โดยเอกชนรายนี้ จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย เพื่อนำวัคซีนมากระจายฉีดแก่ประชาชน โดยผ่านระบบโรงพยาบาลเอกชน โดย มธ.จะขอรับบริจาค Moderna ในจำนวน 1 แสนโดส จากจำนวนทั้งหมด มาเพื่อใช้ฉีดให้กับผู้ป่วย และบุคคลทั่วไป ที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โดยจะไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใด ๆ จากการฉีดวัคซีนในส่วนของ มธ.นี้

 

2. ปลายเดือนกันยายน เราได้ลงนามความร่วมมือกับสถานพยาบาลเอกชนอีกแห่งหนึ่ง ในการนำเข้าวัคซีน mRNA (Moderna และ Pfizer ) จำนวน 5 ล้านโดส เข้ามาในประเทศ ในนาม มธ.โดยเอกชนรายนี้จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการนำเข้าวัคซีนทั้งหมด เพื่อกระจายฉีดให้แก่ประชาชน ผ่านระบบโรงพยาบาลเอกชนต่าง ๆ โดย โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ก็ยังคงจะได้รับบริจาควัคซีนอีกหลายแสนโดสจากจำนวนนี้ มาเพื่อกระจายฉีดให้ประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ หากสามารถนำวัคซีนเข้ามาได้สำเร็จ

 

3. ต้นเดือนตุลาคม มธ.ได้ติดต่อกับสถาบันวัคซีนของประเทศในยุโรปตะวันออกประเทศหนึ่ง โดยการประสานของภาคเอกชน ด้วยการช่วยอำนวยความสะดวกของสถานทูตไทย เพื่อจะขอรับวัคซีน Moderna ในลักษณะการบริจาคให้ มธ.จำนวน 3 ล้านโดส แต่เราจะต้องรับผิดชอบการขนส่ง โลจิสติคส์ การดูแลควบคุมคุณภาพ และการตรวจสอบคุณภาพวัคซีนทั้งหมด ซึ่งคิดเป็นค่าใช้จ่ายหลายสิบล้านยูโร และขณะนี้อยู่ระหว่างการติดต่อประสานงาน และเจรจาเรื่องค่าใช้จ่ายในการดำเนินการกับฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอยู่ทั้ง 3 กรณีนี้ โดยที่เราตระหนักถึงความเร่งด่วนจำเป็นของการมีวัคซีนทางเลือกเข้ามาใช้ในประเทศไทย จึงได้กำหนดระยะเวลาการดำเนินการของความตกลงจัดหาวัคซีนทั้งหมด ให้เสร็จสิ้นภายใน 31 ตุลาคม 2564 นี้ทั้งหมด แต่เราก็ไม่ได้คาดหวังว่า แม้มีความตกลง และมีผู้รับผิดชอบไปดำเนินการติดต่อประสานงานชัดเจนแล้ว เราจะได้รับวัคซีนเข้ามาตามนี้อย่างแน่นอนหรอกนะ เพราะการจัดหาวัคซีนเข้ามาในสถานการณ์ปัจจุบัน เป็นเรื่องลำบากแสนเข็ญ ถ้าหากทำได้ง่าย ๆ จริง ประเทศของเราคงไม่ประสบกับภาวะการขาดแคลน
วัคซีนอยู่เช่นนี้หรอก แต่พวกเราเพียงหวังว่า ถ้าความพยายามนี้ของพวกเรา พอจะมีสัมฤทธิ์ผลได้บ้าง แม้เพียงบางส่วน เราก็จะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระของประเทศ และสามารถช่วยเหลือผู้คนร่วมสังคมได้บ้างตามกำลังของพวกเราเท่านั้น

 

4. ตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม เราได้ติดต่อเจรจากับตัวแทนของบริษัทผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ของยุโรปตะวันตก ซึ่งกำลังดำเนินการวิจัย ค้นคว้าทดลอง และผลิตวัคซีน Protein base ชนิดใหม่ (ที่ไม่ใช่ Novavax) ซึ่งในขณะนี้ อยู่ระหว่างการทดลองในเฟสที่ 3 และคาดว่าจะสามารถขึ้นทะเบียนกับองค์การอนามัยโลกได้ภายในเดือนธันวาคมนี้ โดยธรรมศาสตร์ตกลงจะเข้าร่วมการวิจัยทดลองวัคซีนใน Phase ที่ 3 นี้ด้วย และหากสามารถขึ้นทะเบียนวัคซีนชนิดนี้ได้สำเร็จ  เราก็จะร่วมมือกับผู้ประกอบธุรกิจรายใหญ่ในประเทศไทยแห่งหนึ่ง ในการจะนำเข้าวัคซีน Protein base ชนิดนี้ เพื่อเข้ามาใช้ในประเทศไทยโดยเร็วที่สุด และอย่างกว้างขวางที่สุด ในฐานะที่เป็นวัคซีนทางเลือก เพื่อจะใช้เป็นวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 สำหรับผู้ที่ต้องการรับวัคซีนในต้นปีหน้า

 

5. โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ได้ทำความตกลงร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตยา Generic name ของ Molnupilavir ในประเทศอินเดีย เพื่อร่วมการทดลองประเมินประสิทธิภาพของยาชนิดนี้กับผู้ป่วยโควิด ในระยะที่ 3 ตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมและจะทำ Clinical Trial เพื่อประเมินประสิทธิภาพของยาชนิดนี้ในโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ โดยเราเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในวิจัยทางคลินิกทั้งหมดที่เกิดขึ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการขออนุมัติโครงการการวิจัยต่อคณะกรรมการจริยธรรมทางการวิจัย และกำลังรอรับการจัดส่งยา ที่จะใช้ในโครงการนี้มายังประเทศไทย โดยเราได้ทำความตกลงเบื้องต้นแล้ว ที่จะสั่งยาชนิดนี้อีกจำนวน 200,000 เม็ด เพื่อจะนำมาใช้กับผู้ป่วยของเราทันทีที่ FDA ให้การรับรองยาชนิดนี้เป็นที่เรียบร้อย และได้ผ่านการอนุมัติจาก อย. ของเราเรียบร้อยแล้ว 

 

ทั้ง 5 กรณีนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดำเนินงานของธรรมศาสตร์ ภายใต้อำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของมธ.ที่ได้ประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา ที่พวกเรา อยากจะรายงานให้สังคมไทยได้ทราบ ภายใต้วัตถุประสงค์ประการเดียวของเรา ที่จะทำให้สังคม และผู้คนชาวไทยมีโอกาส และมีทางรอดจากการคุกคามของโควิด-19 ให้ดีที่สุด และมากที่สุด โดยไม่ได้สนใจว่า 
ภารกิจเหล่านี้มีจะหน่วยงานภาครัฐหน่วยใดดูแลรับผิดชอบดำเนินการอยู่ตามกฎหมายอยู่แล้วหรือไม่ เพราะพวกเราเชื่ออย่างสุดหัวใจว่า พวกเรามีหน้าที่ ที่จะต้องทำต่อไปให้ดีที่สุด และเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน ที่จะต้องคิดเอาเองว่าหน้าที่ที่แท้จริงของพวกเราคืออะไร  ในสถานการณ์ที่ประเทศ และประชาชนถูกคุกคามจากวิกฤติร้ายแรงของโควิด-19 อยู่เช่นนี้


 

logoline