โควิด-19

กางแผนแจก "ชุดตรวจโควิด" ATK 8.5 ล้านชุด ที่ไหน เมื่อไหร่ ใครบ้างมีสิทธิได้

กางแผนแจก "ชุดตรวจโควิด" ATK 8.5 ล้านชุด ที่ไหน เมื่อไหร่ ใครบ้างมีสิทธิได้
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

สธ. - สปสช. เปิดแผนรองรับการแจก "ชุดตรวจโควิด" Antigen Test Kit (ATK) ให้ประชาชนตรวจหาเชื้อด้วยตัวเอง ที่ไหน เมื่อไหร่ ใครบ้างมีสิทธิได้ ชี้ Home Isolation ต้องมี Fast Track

18 สิงหาคม 2564 นายแพทย์ ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวในการเสวนาออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง "กางแผน สธ. สปสช. แจกชุดตรวจ ATK ให้ประชาชนตรวจโควิดด้วยตัวเอง ที่ไหน เมื่อไหร่ ใครบ้างมีสิทธิได้รับ ?" เมื่อวันที่ 13 ส.ค. โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้ ไทยใช้การตรวจแบบ RT - PCR ซึ่งมีความเที่ยงตรงสูง เพราะขณะนั้นจำนวนผู้ติดเชื้อยังไม่มาก และห้องแล็บยังสามารถรองรับการตรวจได้ แต่ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไป จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงถึงหลัก 1 - 2 หมื่นต่อวัน การทำ RT - PCR จึงมีข้อจำกัด คนไข้ต้องรอนาน และทำให้การป้องกันควบคุมโรคทำได้ล่าช้า เป็นที่มาของการนำ "ชุดตรวจโควิด" Antigen Test Kit (ATK) ทั้งแบบ Professional use หรือใช้โดยบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข และแบบ Self-use หรือประชาชนตรวจด้วยตนเองมาใช้

 

 

อย่างไรก็ดี การตรวจด้วย "ชุดตรวจโควิด" ATK จะมีผลบวกปลอม (false positive) ประมาณ 3 - 5% ดังนั้น เพื่อไม่ให้คนที่ตรวจได้ผลบวกปลอมแล้วต้องไปอยู่รวมกับผู้ป่วยจริงจนทำให้กลายเป็นติดเชื้อไปด้วย ดังนั้น แนวปฏิบัติก่อนที่จะส่งเข้าไปอยู่ในโรงพยาบาล รวมถึง Community Isolation หรือการดูแลผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ในระบบชุมชน คือ ต้องมีการตรวจยืนยันด้วย RT - PCR ซ้ำอีกครั้ง แต่ในส่วนของผู้ที่ดูแลแบบ Home Isolation หรือการดูแลผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ที่บ้าน ไม่จำเป็นต้องตรวจยืนยัน เพราะกักตัวที่บ้านไม่ได้สัมผัสกับคนอื่นอยู่แล้ว

ขณะเดียวกัน สธ. กำลังจะทำ Fast Track RT - PCR หรือช่องทางด่วนการตรวจโควิดแบบ RT - PCR สำหรับคนที่อยู่ Home Isolation แล้วมีอาการมากขึ้นจำเป็นต้องเข้าโรงพยาบาล เพราะหากต้องทำ RT - PCR แล้วไม่มี Fast Track ให้ คนไข้ก็จะมีอาการรุนแรงอยู่ที่บ้าน

"การทำ Home Isolation ที่จะประสบความสำเร็จ คือ ถ้าผู้ป่วยอาการรุนแรงขึ้น ต้องมี Fast Track พาเขาเข้าโรงพยาบาลได้ ไม่อย่างนั้นความน่าเชื่อถือของ Home Isolation จะไม่มี"

 

 

นายแพทย์ ธงชัย กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางการตรวจด้วย "ชุดตรวจโควิด" ATK ด้วยตัวเอง แล้วพบว่ามีผลเป็นบวก ใน กทม. สามารถโทรเข้าสายด่วน 1330 เพื่อให้ช่วยจับคู่ผู้ป่วยกับหน่วยบริการทำ Home Isolation และถ้ามีอาการ หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น มีโรคเรื้อรังหรือผู้สูงอายุ ก็จะให้ยาเลย นอกจากนี้ อาจให้ญาติพี่น้องนำผลตรวจไปที่โรงพยาบาลหรือหน่วยบริการที่แจกชุดตรวจให้ หรือโรงพยาบาลจัดช่องทางสื่อสารให้ส่งภาพถ่ายไปให้ดู โดยที่ผู้ติดเชื้อไม่ต้องเดินทางออกจากบ้าน ถ้าอาการสามารถดูแลแบบ Home Isolation ก็ไม่ต้องตรวจซ้ำ แต่ถ้าอาการรุนแรงขึ้นก็จะมี Fast Track พาเข้าโรงพยาบาล ซึ่งปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขก็ใช้โรงพยาบาลบุษราคัมเป็น Fast Track ให้

"แต่ถ้าผลเป็นลบแต่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง มีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ ให้ตรวจซ้ำอีกครั้งใน 3 - 5 วัน หลังจากตรวจครั้งแรก หรือถ้ามีอาการ ไอ เป็นไข้ ก็ตรวจซ้ำได้เลยโดยไม่ต้องรอ 3 - 5 วัน"

 

นายแพทย์ จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า เมื่อถึงจุด ๆ หนึ่งต้องรบกวนให้ประชาชนตรวจด้วยตัวเอง ซึ่งตัวเลขผู้ติดเชื้อประมาณวันละ 1 หมื่นราย 1 เดือนก็ประมาณ 3 แสนราย ผู้ติดเชื้อ 1 ราย มีผู้สัมผัสใกล้ชิดที่ต้องรับการตรวจประมาณ 10 ราย หรือ 3 - 4 ล้านราย ทาง สปสช. ได้จัดงบประมาณจัดหา "ชุดตรวจโควิด" ATK โดยเผื่อกรณีที่ผลเป็นลบต้องตรวจซ้ำ และสรุปตัวเลขที่ 8.5 ล้านชุด

แนวทางการกระจายจะแจกให้แก่กลุ่มเสี่ยงผ่านหน่วยบริการ ตั้งแต่โรงพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล คลินิกชุมชนอบอุ่น และร้านยา เพื่อที่ว่าเมื่อพบผลตรวจเป็นบวก ผู้ติดเชื้อสามารถติดต่อกลับที่หน่วยบริการนั้น ๆ เพื่อประสานเข้าระบบ Home Isolation หรือ Community Isolation

 

"ผลเป็นบวกก็ต้องแจ้งให้หน่วยบริการทราบ แล้วเข้าระบบ Home Isolation อาจจะมีส่งยาไปให้ มีแพทย์โทรไปสอบถามอาการ สิ่งเหล่านี้เราจะจัดระบบให้เสร็จก่อนที่จะได้ชุดตรวจมา"

ในส่วนของวิธีการรับ "ชุดตรวจโควิด" นั้น ขณะนี้ อยู่ระหว่างหารือว่าจะวางระบบอย่างไร เพื่อไม่ต้องให้กลุ่มเสี่ยงเดินทางมารับที่หน่วยบริการ เช่น อาจส่งไปรษณีย์ไปให้ หรือให้ Rider ขับเอาไปให้ อย่างไรก็ดี ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปสุดท้าย เพราะชุดตรวจยังมาไม่ถึง ยังพอมีเวลาอีกระยะในการคิดวิธีการที่เหมาะสมที่สุด

 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง