
แฉ....ไทยไฮเวย์ลำเลียงยา ส่งออกทั่วโลก
แฉ....ไทยไฮเวย์ลำเลียงยา ส่งออกทั่วโลก
สถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในประเทศไทยกำลังหนักข้อมากขึ้น และเป็นโจทย์ที่รัฐบาลใหม่ต้องเร่งแก้ เพราะช่วงไม่ถึง 1 เดือนที่ผ่านมา มียาเสพติดล็อตใหญ่ระดับ "ไอซ์หลายตัน" ส่งจากไทย ปลายทางหลายประเทศ ขณะที่สถานการณ์ภายในประเทศเอง แม้แต่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคการเมืองดัง ก็ยังพัวพันกับการค้ายา ส่งยาออกนอกประเทศ
ข้อมูลจากสำนักงาน ป.ป.ส. และตำรวจปราบปรามยาเสพติดระบุตรงกันว่า แหล่งผลิตใหญ่ของยาเสพติดที่ทะลักเข้าไทย ยังคงอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน มี 2 แหล่งสำคัญ คือ บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ และชายแดนประเทศจีน เมื่อผลิตแล้วก็ลักลอบนำเข้ามาทางชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ถ้าชายแดนภาคเหนือจะะมีลักษณะเป็นกองทัพมด ส่วนภาคอีสานจะล่องเรือทางลำน้ำโขงล็อตใหญ่กว่า ก่อนนำขึ้นฝั่งและขนส่งต่อยาเสพติดเกือบทั้งหมดถูกส่งมาพักไว้ในพื้นที่ปริมณฑลรอบๆ กรุงเทพฯ ทั้งปทุมธาน นนทบุรี และสมุทรปราการ จากนั้นก็ทยอยนำลงไปภาคใต้ ส่งต่อไปยังประเทศมาเลเซีย และขนส่งทางทะเลไปยังหลายประเทศทั่วโลกที่มีออร์เดอร์ หรือ คำสั่งซื้อ ระยะหลังเครือข่ายในไทยเข้มแข็งมากขึ้น จึงพบการส่งจากท่าเรือในประเทศไทย โดยเฉพาะภาคตะวันออกบ่อยขึ้นกว่าเดิม ยาเสพติดแต่ละประเภทที่มีคำสั่งซื้อจากลูกค้าทั่วโลก มีตลาดลูกค้าและความต้องการที่แตกต่างกัน เช่น ประเทศในภูมิภาคอาเซียน ยังนิยมใช้ยาบ้า รวมถึงบังคลาเทศ และรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมาร์ ส่วนไอซ์ จะแพร่ระบาดในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ขณะที่ประเทศในแถบยุโรปและสหรัฐอเมริกา นิยมยาเสพติดประเภทกัญชา เฮโรอีน และโคเคน แต่ที่น่าตกใจคือ ยาเสพติดแทบทุกชนิดถูกส่งผ่านประเทศไทย ทำให้บ้านเรามีสถานะเหมือน "ซุปเปอร์ไฮเวย์ยาเสพติด"แม้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมเครือข่ายผู้ค้า เอเย่นต์ และยึดยาเสพติดล็อตใหญ่ได้อย่างต่อเนื่อง โดยปริมาณยาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับการจับกุม เพราะยิ่งจับ ราคายายิ่งสูง ผู้ที่รับจ้างขนสินค้าก็ได้ค่าตอบแทนมากคุ้มเสี่ยง เนื่องจากราคาแปรผันไปตามความเสี่ยง จากสถานการณ์การแพร่ระบาดยาเสพติดที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งลุกลามไปถึงกลุ่มดารา นักร้อง และคนมีชื่อเสียง แม้แต่คนที่เลือกเดินบนนนสายการเมือง ได้กลายเป็นภาพสะท้อนว่าการนับตัวเลขยาเสพติดที่ยึดได้ และสถิติการจับกุม อาจไม่ใช่ปัจจัยชี้่ขาดความสำเร็จในการแก้ไขปัญหายาเสพติดเสมอไป



