
ปาเลสไตน์....บอยคอตต์แผนสันติภาพ "ทรัมป์"
ปาเลสไตน์....บอยคอตต์แผนสันติภาพ "ทรัมป์"
รัฐบาลสหรัฐฯ ของ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดตัวแผนสันติภาพฉบับใหม่ หวังคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ โดยชูเศรษฐกิจนำการเมือง เตรียมระดมงบประมาณถึง 5 หมื่นล้านพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค แต่ปรากฎว่ารัฐบาลปาเลสไตน์ยังคงบอยคอตต์สหรัฐฯ นับตั้งแต่ประกาศยอมรับกรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล
จาเร็ด คุชเนอร์ ที่ปรึกษาประจำทำเนียบขาวและลูกเขยของ ปธน.ทรัมป์ เปิดตัวแผนสันติภาพฉบับใหม่เมื่อวานนี้ในงานสัมมนาที่จัดขึ้นเป็นพิเศษที่เมืองหลวงของประเทศบาห์เรน โดยมีตัวแทนจากหลายประเทศในโลกอาหรับเข้าร่วม อาทิ ซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, จอร์แดน, และอียิปต์ รวมทั้ง ผอ.ไอเอ็มเอฟ และประธานเวิลด์แบงก์ แต่กลับมีเพียงตัวแทนนักธุรกิจชาวปาเลสไตน์มาร่วมไม่กี่คน เนื่องจากรัฐบาลปาเลสไตน์บอยคอตต์งาน เพราะมองว่าสหรัฐฯ ไม่ใช่คนกลางในการเจรจาสันติภาพอีกต่อไป นับตั้งแต่ทรัมป์รับรองกรุงเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลเมื่อปลายปี 2560 ส่งผลให้สหรัฐฯ ตัดสินใจไม่เชิญรัฐบาลอิสราเอลมาร่วมงานเช่นกันแผนสันติภาพผ่านการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจก่อนในเฟสที่ 1 ตามมาด้วยการหาทางออกทางการเมืองในเฟสที่ 2 นี้ สหรัฐฯ จะไม่ออกเงินเองทั้งหมด แต่จะระดมทุนให้ได้ 5 หมื่นล้านดอลลาร์จากภาครัฐและเอกชนในโลกอาหรับเพื่อนำมาพัฒนาเส้นทางคมนาคม ระบบสายส่งกระแสไฟฟ้า โรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลและการสำรวจก๊าซธรรมชาติในระยะเวลา 10 ปี แต่แผนนี้ถูกวิจารณ์ว่าเหมือนเป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่ และไม่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง เพราะจนถึงตอนนี้สหรัฐฯ ยังคงไม่ยืนยันว่า แนวทางทางการเมืองในแผนนี้คือแนวทาง 2 รัฐหรือไม่ในงานนี้คุชเนอร์กล่าวเรียกร้องให้ปาเลสไตน์คิดออกนอกกรอบเดิมๆ แล้วเข้าร่วมในแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ซึ่งเขามองว่าเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่จะนำไปสู่สันติภาพ แต่ ปธน.มาห์มูด อับบาสของปาเลสไตน์กล่าวว่า แม้เงินและเศรษฐกิจเป็นสิ่งสำคัญ แต่ทางออกทางการเมืองนั้นสำคัญกว่า ส่วนอิสมาอิล ฮานิเยห์ ผู้นำกลุ่มฮามาส ระบุว่า แผนดังกล่าวเป็นแค่ภาพลวงตาเท่านั้น ไม่ใช่ข้อตกลงแห่งศควรรษอย่างที่พูดๆ กันขณะที่ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซ่าและเวสต์แบงก์ร่วมกันหยุดงานและรวมตัวประท้วงแผนสันติภาพของสหรัฐฯ โดยบางคนเผารูปภาพของทรัมป์ นายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล และกษัตริย์บาห์เรน ประเทศผู้จัดงานด้วย



