Online Program

เสวนาภาคประชาสังคม ผลักดันข้อเสนอถึงผู้นำอาเซียน

เสวนาภาคประชาสังคม ผลักดันข้อเสนอถึงผู้นำอาเซียน

19 มิ.ย. 2562

เสวนาภาคประชาสังคม ผลักดันข้อเสนอถึงผู้นำอาเซียน

องค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญของการประชุมอาเซียน คือการพบกันระหว่างภาคประชาสังคมและผู้นำประเทศอาเซียน อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าเสียดายว่าในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในอีกไม่กี่วันนี้ ภาคประชาสังคมจะไม่มีโอกาสได้เข้าพบผู้นำอาเซียน แต่พวกเขาก็ยังคงเดินหน้าต่อด้วยการจัดการเสวนาเพื่อพูดคุยถึงปัญหาที่รัฐบาลอาเซียนควรเร่งแก้ไข รายละเอียดเป็นอย่างไรติดตามได้จากรายงานของคุณมัฐฌญากร มีทรัพย์ปรุง

งานเสวนา Advancing Partnership ASEAN มุมมองและข้อเสนอของภาคประชาสังคม ที่จัดขึ้นมีตัวแทนภาคประชาสังคมจากทั้งด้านชุมชน สิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน สิทธิสตรี ประชาธิปไตย และเยาวชน มาร่วมนำเสนอถึงปัญหาของแต่ละด้านที่อยากให้ภาครัฐแก้ไข คุณชลิดา ทาเจริญศักดิ์ จากมูลนิธิศักยภาพชุมชน และหนึ่งในประธานการจัดเสวนาวันนี้บอกว่า แม้ปัจจุบันอาเซียนมีสมาชิกทั้งหมด 10 ประเทศ แต่กลุ่มภาคประชาสังคมมีสมาชิก 11 ประเทศ โดยรวมประเทศติมอร์-เลสเตด้วย ซึ่งมีการทำงานร่วมกันมานานแล้ว และยังคงมีปัญหาที่อยากเสนอให้รัฐบาลอาเซียนแก้ไขการร่วมมือกันมากกว่า 10 ปี ทำให้ภาคประชาสังคมอาเซียนเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังมีอุปสรรคในการทำงาน โดยคุณชลิดาบอกว่า แม้ประเทศไทยและบางประเทศในอาเซียนจะให้ความร่วมมือและเปิดใจ แต่บางประเทศก็ยังไม่ไว้ใจ ยังไม่ยอมรับภาคประชาสังคมของตัวเอง และไม่ให้ความสำคัญมากเท่าที่ควร ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาคประชาสังคมพยายามผลักดันมาโดยตลอดคุณชลิดายังบอกด้วยว่า ข้อเสนอที่มีต่ออาเซียนปีนี้ จะเน้นย้ำถึงการมีส่วนร่วมของคนทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มผู้ลี้ภัย แรงงานข้ามชาติ รวมถึงคนไร้รัฐไร้สัญชาติ  เพื่อให้อาเซียนซัมมิทเป็นเวทีของทุกคน และการปรับปรุงกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและประชาชน รวมถึงประเด็นทางสังคมต่างๆ ซึ่งต้องผ่านการคัดกรองจากประชุมของกลุ่มสมาชิก เพื่อจัดทำข้อเสนออย่างเป็นทางการ แม้กลุ่มผู้แทนภาคประชาชนจะยังไม่ได้เข้าพบปะเหล่าผู้นำในอาเซียนซัมมิทครั้งนี้ โดยระบุว่าทางภาครัฐ เป็นผู้ตัดสินใจว่าภาคประชาสังคมยังไม่มีความพร้อม  ซึ่งคาดว่าอาจเป็นเพราะบางประเทศไม่สะดวกใจที่จะพบผู้แทน ทำให้ภาคประชาสังคมยังอยู่ระหว่างการหารือว่าอย่างน้อยขอเพียงผู้แทนประเทศที่เหลือได้เข้าพบผู้นำน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าการไม่ได้เข้าพบเลยอย่างไรก็ตามสมาชิกภาคประชาสังคมทุกคนยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อ เพื่อผลักดันให้เกิดการพบปะระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนในการจัดการประชุมครั้งที่ 2 ที่จะจัดขึ้นในช่วงปลายปีให้ได้