Online Program

เอกชนรอลุ้น ครม.ชุดใหม่ ฟื้น "เชื่อมั่น" เศรษฐกิจ

เอกชนรอลุ้น ครม.ชุดใหม่ ฟื้น "เชื่อมั่น" เศรษฐกิจ

05 มิ.ย. 2562

เอกชนรอลุ้น ครม.ชุดใหม่ ฟื้น "เชื่อมั่น" เศรษฐกิจ

ภาคเอกชนรอดูหน้าตารัฐบาลชุดใหม่ หลังจากผ่านไปกว่า 2 เดือน สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน ผลักดันโครงการขนาดใหญ่ต่อเนื่อง ท่ามกลางปัจจัยลบรอบด้าน ติดตามจากรายงานทีมข่าวเศรษฐกิจ

แม้หลายสำนักได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้ว่าจะขยายตัวต่ำกว่า 3.8% รวมทั้งปรับลดคาดการณ์ส่งออกเหลือ 1% เพราะปัญหาสงครามการค้ามีท่าทีว่าจะยืดเยื้อยาวนาน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย ประกอบกับเศรษฐกิจภายในประเทศชะลอตัว เพราะทุกฝ่ายต่างรอความชัดเจนทางการเมือง โดยเฉพาะการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ หลังจากผ่านไปกว่า 2 เดือน ตั้งแต่มีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมาการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนี้ จึงเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกที่ภาคธุรกิจต่างขานรับ เพราะจะเห็นหน้าตาของทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ที่จะเข้ามาสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน รวมทั้งผลักดันโครงการลงทุนขนาดใหญ่เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตต่อเนื่องประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. สุพันธุ์ มงคลสุธี บอกว่า ภาคธุรกิจรอดูหน้าตานายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ สิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่ขับเคลื่อนโดยเร็วที่สุด คือการทำงานร่วมกับภาคเอกชนในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในปัจจุบัน ทั้งด้านการส่งออก การลงทุนรวมทั้งการดูแลสินค้าเกษตรที่ยังมีปัญหาราคาตกต่ำ รวมถึงการขับเคลื่อนเมกะ-โปรเจ็กต์ ทั้งโครงการใหม่ๆ และสานต่อโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซีส่วนการประเมินเศรษฐกิจไทยปีนี้ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือกกร. จะปรับลดคาดการณ์ จากเดิมที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโต 3.7-4% ส่วนภาคการส่งออกเดิมคาดการณ์ว่าจะเติบโต 3-5% คงต้องปรับเปลี่ยนคาดการณ์ใหม่ทั้งหมดด้านประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย หรือ สรท. กัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ระบุ สรท.ได้จัดทำยุทธศาสตรการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อเป็นข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลชุดใหม่ในการรับมือกับอุปสรรคทางการค้า 7 ข้อ เช่น การเปิดตลาดการค้าใหม่และเจรจาการค้าเสรีกับประเทศคู่ค้าที่สำคัญ การส่งเสริมการพัฒนาการค้าระหว่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การสร้างเสถียรภาพด้านการเงินและอัตราแลกเปลี่ยน การส่งเสริมการพัฒนาปัจจัยการผลิตที่สำคัญสำหรับการค้าและการลงทุนหลังจากนี้คงต้องรอดูหน้าตาของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจ ว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้มากน้อยเพียงใด และรัฐบาลชุดใหม่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตต่อเนื่องท่ามกลางปัจจัยลบรอบด้าน ได้หรือไม่