
ไทม์ไลน์การเมือง คาดมี ครม.ใหม่ก่อนอาเซียนซัมมิท
ไทม์ไลน์การเมือง คาดมี ครม.ใหม่ก่อนอาเซียนซัมมิท
ความเคลื่อนไหวพรรคการเมืองต่างๆ ดูจะลดความร้อนแรงลงไป หลังจากแกนนำพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยเริ่มแสดงท่าทีที่ชัดเจนต่อการตัดสินใจร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ โดยให้เหตุผลเรื่องประเทศเดินหน้า และรักษาสถาบันหลักของชาติ
ความเคลื่อนไหวทางการเมืองนับจากนี้ จะเป็นเรื่องของการวางตัวว่าที่รัฐมนตรีที่ชัดเจนขึ้น เนื่องจากพรรคพลังประชารัฐมีการแจ้งข่าวไปยังผู้สนับสนุนว่า การจัดตั้งรัฐบาลผสม 20 พรรคใกล้ประสบผลสำเร็จแล้ว และทุกอย่างจะเรียบร้อยก่อนวันประชุมสภาผู้แทนราษฎร และเพื่อเลือกประธานและรองประธาน ในวันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม ซึ่งจะเป็นการประลองกำลังยกแรกระหว่างพรรคการเมืองขั้วเพื่อไทยกับขั้วพลังประชารัฐไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญๆ ที่จะเกิดขึ้น "ทีมเก็บตกจากเนชั่นภาคเที่ยง" ได้สรุปมาให้คุณผู้ชมได้เห็นกันชัดๆเริ่มจากวันที่ 23 พฤษภาคม ซึ่งก็คือพรุ่งนี้แล้ว พรรคประชาธิปัตย์จะจัดประชุมร่วมกันระหว่าง ส.ส.กับกรรมการบริหารพรรค ซึ่งมีเสียงรวมกัน 86 เสียง เพื่อกำหนดท่าทีทางการเมืองเรื่องการร่วมรัฐบาล ซึ่งในวันเดียวกันนั้น ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดประชุมเพื่อมีคำสั่งว่าจะรับหรือไม่รับวินิจฉัยกรณีการถือครองหุ้นกิจการสื่อมวลชนของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ด้วย ซึ่งหากศาลรับเรื่องไว้พิจารณา อาจมีคำสั่งให้นายธนาธรหยุดปฏิบัติหน้าที่ จนอาจไม่สามารถเข้าประชุมสภาเพื่อโหวตเลือกประธาน รองประธาน และนายกรัฐมนตรีได้วันที่ 24 มีรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ที่กระทรวงการต่างประเทศ จากนั้นจะมีการประชุมวุฒิสภา เพื่อเลือกประธานและรองประธานคนที่ 1 กับคนที่ 2 ที่ห้องประชุมทีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ โดยมีรายงานว่าทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้จัดรถให้ ส.ว.ขึ้นจากกระทรวงต่างประเทศพร้อมกันหมด เพื่อไปที่ห้องประชุมทีโอทีพร้อมกัน ไม่ปล่อยให้ต่างคนต่างไป จะได้ไปถึงพร้อมกันและดำเนินการประชุมได้เลย เนื่องจากวันที่ 24 เป็นวันศุกร์ และนัดประชุมตอนเย็น จึงกังวลเรื่องปัญหาการจราจรโดยในช่วงค่ำวันเดียวกันนั้น พรรคชาติไทยพัฒนาได้นัดประชุมกรรมการบริหารและ ส.ส.ของพรรค เพื่่อกำหนดท่าทีทางการเมืองจากนั้นในวันรุ่งขึ้น คือวันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม มีนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกประธานและรองประธานคนที่ 1 กับคนที่ 2 ซึ่งจะเป็นศึกประลองกำลัง เช็คเสียงรอบแรกว่าขั้วการเมืองไหนครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างขั้วเพื่อไทยกับขั้วพลังประชารัฐ หลังจากนั้นจะมีการนำชื่อประธานและรองประธานทั้งสองสภาขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เมื่อเรียบร้อยแล้วจะมีการนัดประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยประธานสภาผู้แทนราษฎรจะทำหน้าที่ประธานรัฐสภาเมื่อได้ตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่แล้ว จะมีการตั้งคณะรัฐมนตรี และนำชื่อรัฐมนตรีใหม่ทั้งหมดขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง ก่อนที่คณะรัฐมนตรีใหม่จะเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ซึ่งคาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะเสร็จสิ้นก่อนวันที่ 20 มิถุนายน เพื่อให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ารับงานเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน หรืออาเซียนซัมมิท ซึ่งไทยเป็นประธานอาเซียนด้วยสำหรับรัฐบาล คสช. สามารถทำหน้าที่ได้จนถึงวันที่ ครม.ชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ จากนั้นทั้งรัฐบาล และ คสช. หรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะสิ้นสภาพไป



