Online Program

สงครามการค้าเดือด หลังจีนปลุกมวลชนตอบโต้สหรัฐ

สงครามการค้าเดือด หลังจีนปลุกมวลชนตอบโต้สหรัฐ

15 พ.ค. 2562

สงครามการค้าเดือด หลังจีนปลุกมวลชนตอบโต้สหรัฐ

ตอนนี้ถึงคราวจีนเป็นฝ่ายตอบโต้สหรัฐฯ ในสงครามการค้าบ้าง โดยนอกจากมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ สูงสุด 25% มูลค่ารวม 6 หมื่นล้านดอลลาร์แล้ว อีกหนึ่งหมัดเด็ดของจีนก็คือประชากรที่มีอยู่กว่า 1 พัน 3 ร้อยล้านคน เพราะล่าสุดบรรดาสื่อของทางการจีนได้ออกมาปลุกระดมมวลชนให้ร่วมกันตอบโต้สหรัฐฯ ด้วย

คัง ฮุย ผู้ประกาศข่าวค่ำช่วงไพรม์ไทม์ทางสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี กล่าวในรายการที่ออกอากาศเมื่อวันจันทร์ว่า การสู้รบที่เกิดขึ้นระหว่างสหรัฐฯ กับจีนเป็นสิ่งที่จีนไม่เคยพบเจอมาก่อนในประวัติศาสตร์ 5 พันปีของประเทศ จีนจะต่อสู้เพื่อโลกใหม่ ตามที่ ปธน.สี จิ้นผิง เคยชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจของจีนเปรียบดั่งทะเล ไม่ใช่บ่อน้ำเล็กๆ พายุฝนเพียงลูกเดียวสามารถทำลายบ่อน้ำได้ แต่ไม่สามารถทำอะไรท้องทะเลได้ แม้พายุจะผ่านมาลูกแล้วลูกเล่า ทะเลก็ยังเป็นทะเล จีนได้ให้คำตอบกับสหรัฐฯ ไปแล้ว นั่นคือการเจรจา ประตูสำหรับการเจรจายังคงเปิดอยู่ แต่จีนจะสู้ให้ถึงที่สุด ปรากฎว่า คลิปจากรายการดังกล่าวได้กลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ของจีนทันที โดยสื่อต่างๆ ของทางการต่างก็ช่วยกันโปรโมตคลิปนี้ จนมีผู้เข้าชมแล้วหลายล้านครั้งด้านบทบรรณาธิการของซินหัวและพีเพิลส์เดลี ระบุว่า ในระหว่างที่สหรัฐฯ ต่อสู้เพื่อความโลภและยโสโอหัง จีนกำลังต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของตัวเอง สงครามการค้าเกิดจากบุคคลเพียงคนเดียวในสหรัฐฯ แต่กลับเป็นภัยคุกคามต่อชาวจีนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้น สำหรับชาวจีนแล้ว นี่จึงถือเป็นสงครามของประชาชนอย่างแท้จริงอย่างไรก็ตาม ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวล่าสุดว่า เขายังคงคิดว่าการเจรจาจะประสบผลสำเร็จ เขาพอใจกับจุดยืนของสหรัฐฯ ในปัจจุบัน และยังไม่แน่ใจว่าจะตั้งกำแพงภาษีกับสินค้านำเข้าจากจีนที่เหลืออีก 3 แสน 2 หมื่น 5 พันล้านดอลลาร์หรือไม่ แต่ที่จะเกิดขึ้นแน่นอนก็คือ เขาเตรียมจะพบกับ ปธน.สี และ ปธน.วลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียในช่วงปลายเดือนหน้า ระหว่างการประชุมกลุ่มจี 20 ที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ปรากฎว่าในการแถลงข่าววันนี้ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนยังแบ่งรับแบ่งสู้ โดยกล่าวว่า ยังไม่สามารถบอกข้อมูลใดใดเกี่ยวกับการพบกันระหว่างทรัมป์กับสีได้  สหรัฐฯ กับจีนเห็นชอบที่จะเดินหน้าเจรจาต่อ พร้อมเตือนสหรัฐฯ ด้วยว่า อย่าประเมินจีนต่ำเกินไป