Online Program

เปิด 3 ข้อสงสัย VS 3 คำชี้แจง โอนหุ้น 'ธนาธร'

เปิด 3 ข้อสงสัย VS 3 คำชี้แจง โอนหุ้น 'ธนาธร'

23 เม.ย. 2562

ความเคลื่อนไหวทางการเมืองเรื่องโอนหุ้นสื่อบริษัทวี-ลัค มีเดีย ของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ความเคลื่อนไหวทางการเมืองเรื่องโอนหุ้นสื่อบริษัทวี-ลัค มีเดีย ของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แต่คนที่ชี้แจงไม่ใช่ตัวธนาธร กลายเป็นเลขาธิการพรรค รองศาสตราจารย์ ปิยบุตร แสงกนกกุล

สำหรับเรื่องนี้มีการชี้แจงและตั้งข้อสังเกต จากนั้นก็ชี้แจงเพิ่ม ตั้งข้อสังเกตเพิ่มกันมาหลายรอบแล้ว สรุปคำถามคาใจสังคมและคนที่ยื่น กกต.ให้สอบสวน มีดังนี้

1.นายธนาธรโอนหุ้นให้แม่ก่อนสมัครรับเลือกตั้ง คือวันที่ 8 มกราคมจริงหรือไม่ และมีผลทางกฎหมายทันทีหรือเปล่า

2.วันที่ 8 มกราคม นายธนาธรอยู่ที่ไหน เพราะมีภาพข่าวว่าอยู่บุรีรัมย์ แล้วจะเซ็นเอกสารโอนหุ้นต่อหน้าพยาน 2 คนและทนายโนตารีที่กรุงเทพฯ ตามอ้างได้อย่างไร

3.เมื่อโอนหุ้นไปแล้ว ทำไมแม่ของนายธนาธรในฐานะผู้ร้บโอน ต้องโอนต่อให้หลาน 2 คน แล้วหลานโอนกลับมาให้แม่นายธนาธรอีกรอบ เป็นการสร้างหลักฐานเทียมเพื่อให้สอดรับกับจำนวนคนเข้าประชุมผู้ถือหุ้น 10 คน ทั้งๆ ที่ต้องเหลือ 8 คน เพราะนายธนาธรกับภรรยาโอนหุ้นไปแล้วหรือไม่

 

ขณะเดียวกันอาจารย์ปิยบุตร เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ก็ได้ชี้แจงข้อสงสัยทั้งหมดนี้ว่า

1.การโอนหุ้นของนายธนาธรมีผลตามกฎหมายทันทีที่โอน ไม่ต้องรอแจ้งนายทะเบียน จึงถือว่าในวันที่ 8 มกราคม ไม่ได้ถือหุ้นแล้ว

2.นายธนาธรไปหาเสียงที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์จริง ในช่วงเช้าวันที่ 8 มกราคม แต่นายธนาธรกลับก่อน ถึงกรุงเทพฯช่วงบ่าย ผ่านด่านธัญบุรีก่อน 15.00 น. ขณะที่ทางพรรคก็ส่งภาพกิจกรรมในวันนั้น อ้างเวลา 11.00 น. นายธนาธรไม่อยู่แล้ว แสดงว่านายธนาธรออกจาก อ.สตึก ประมาณ 11.00 น. มีการตรวจสอบเวลาเดินทางโดยใช้ Google Maps พบว่าจาก อ.สตึกมาด่านธัญบุรี ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง 15 นาที สอดคล้องกับคนขับรถตู้รับจ้าง ที่ยืนยันเวลาประมาณนี้ แต่แน่นอนว่าการจราจรแต่ละวันไม่เหมือนกัน และความแรงของรถแต่ละคันก็ไม่เท่ากัน

3.การที่แม่ของนายธนาธร โอนหุ้นต่อให้หลาน เพื่อไปติดตามหนี้ค้างชำระ แต่ภายหลังทราบว่าเป็นหนี้ค้างเก่านานหลายปี ตามไม่ได้แล้ว จึงโอนหุุ้นกลับมา เตรียมปิดกิจการ มีการอ้างว่าหลานชื่อ ทวี กับ ปิติ ซึ่งสังคมไม่รู้จักว่าเป็นใคร

นี่คือคำชี้แจงทั้งหมดที่สรุปมาแบบง่ายๆ ฟังแล้วจะเชื่อหรือไม่นั้นก็ขึ้นกับวิจารณญาณของแต่ละคน