Online Program

วิกฤตหลังปิดหีบ กกต.ไม่ทันเกมหรือผิดพลาดบกพร่อง

วิกฤตหลังปิดหีบ กกต.ไม่ทันเกมหรือผิดพลาดบกพร่อง

28 มี.ค. 2562

วิกฤตหลังปิดหีบ กกต.ไม่ทันเกมหรือผิดพลาดบกพร่อง

วันนี้ยังคงเกาะติดสถานการณ์การเมืองร้อน สองขั้วแถลงข่าวใหญ่ชิงเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยแต่ละฝ่ายอ้างว่าครองเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎร คือเกิน 250 เสียงแล้ว ทั้งๆ ที่ กกต.ยังรับรองผลการเลือกตั้งไม่เสร็จ แถมตัวเลขเสียงสนับสนุนที่อ้างว่าเกินครึ่งสภา ยังน่ากังขาว่าคำนวณมาถูกต้องหรือไม่

 

 

 

ต้องไม่ลืมว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดให้โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีก่อนตั้งรัฐบาล โดยเสียงสนับสนุนสำหรับคนที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องได้รับความเห็นชอบ คือเสียงเกินกึ่งหนึ่งจาก "รัฐสภา" ย้ำว่า "รัฐสภา" หมายถึงเสียงของสภาผู้แทนราษฎร 500 เสียง กับเสียงของวุฒิสภาอีก 250 เสียงรวมกัน นั่นคือ เกินครึ่งของ 750 เสียง นั่นก็คือ 376 เสียง ฉะนั้นการรวมเสียงข้างมากแค่เกินครึ่งของสภาผู้แทนราษฎรเพียงเล็กน้อย ย่อมไม่สามารถทำให้การเมืองเดินหน้าไปจนถึงการมีนายกฯและตั้งรัฐบาล นี่จึงเป็นเกมจิตวิทยา ชิงความชอบธรรมก่อนเท่านั้น ที่สำคัญเกมที่เดินคู่ขนานไป น่าจะเป็นเกมสร้างความปั่นป่วนเพื่อล้มเลือกตั้ง หรืออย่างน้อยก็ดิสเครดิต กกต.ให้ผลการเลือกตั้งไม่น่าเชื่อถือ จะเห็นได้ว่าวันนี้มีหลายกลุ่ม หลายพวกไปกดดัน กกต.เป้าหมายก็เพื่อล้มกระดานเลือกตั้งใหม่ หรือไม่ก็สร้างสถานการณ์ให้วุ่นกันต่อไป เพราะอย่างที่เราจะกางตัวเลขให้ดูบนหน้าจอตอนนี้ จะเห็นได้ว่า ทั้งสองฝั่งเสียงสนับสนุนปริ่มน้ำ ไม่สามารถบริหารบ้านเมืองที่แบ่งคนเป็น 2 ขั้่วแบบนี้ได้ "ล่าความจริง" ได้รับเกียรติจากนักวิชาการคนสำคัญ อ.คมสัน โพธิ์คง รองคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งในอดีตเคยทำงานในฝ่ายสืบสวนของ กกต.ด้วย มาวิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมืองที่มีแนวโน้มเขาขัน้วิกฤติหลังปิดหีบ โดย อ.คมสัน ตั้งข้อสังเกต คือการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต และการคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หรือ "ปาร์ตี้ลิสต์" โดยเฉพาะระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ กกต.นำมาใช้ และล่าสุด กกต.โทษว่าเป็นความผิดพลาดของสื่อ ประเด็นนี้ยังมีหลายเรื่องที่น่ากังขาคาใจ สาเหตุเกิดจากอะไร ไปฟังจาก อ.คมสัน