Online Program

(คลิปข่าว) จับตาคนนอกในนาม "รัฐบาลแห่งชาติ"

(คลิปข่าว) จับตาคนนอกในนาม "รัฐบาลแห่งชาติ"

26 มี.ค. 2562

จับตาคนนอกในนาม "รัฐบาลแห่งชาติ"

จากปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่นี้มีโอกาสสูงที่จะทำให้การเมืองเกิด "ทางตันทางการเมือง" ทั้งนี้มีการคาดการแนวโน้มที่เป็นไปได้ของการเมืองไทยนับจากนี้รวม 3 แนวทาง คือ

1.ถ้าพรรคภูมิใจไทยหันไปจับมือกับ "ฝั่งไม่เอาลุงตู่" ผลที่ได้จะทำให้พรรคฝ่ายประชาธิปไตยมีสนับสนุนเกือบๆ 300 เสียง ถือเป็นรัฐบาลมีเสถียรภาพมากที่เดียว แต่เสียงเกือบ 300 เสียงยังไม่พอโหวตนายกฯ เพราะต้องใช้ 376 เสียง คือโหวตร่วมกับ สว. อีก 250 เสียง สถานการณ์ก็จะกลายเป็นว่า "ตั้งรัฐบาลได้ แต่เป็นนายกฯได้หรือไม่ ถ้า สว.ไม่หนุน" ตอบง่ายๆ ว่า "ไม่ได้" นั่นเอง เพราะ สว. มาจากไหน ใครตั้ง ก็ทราบกันดี

 

 

2.พรรคภูมิใจไทยจับมือกับ "ฝั่งหนุนลุงตู่" ผลที่ได้ก็คือ เสียงสนับสนุนของฝ่ายนี้อยู่ที่ราวๆ 250 เสียง เกินมาก็นิดหน่อย เรียกว่า "เสียงปริ่มน้ำ" เป็นรัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ แต่เสียงเท่านี้ ถ้าไปรวมกับ สว. 250 เสียง ก็สามารถเป็นนายกฯไปก่อนได้ เพราะเสียง ส.ส. รวมกับ สว. มากถึง 500 เสียงหรือใกล้เคียง แต่สถานการณ์จะกลายเป็นว่า "ลุงตู่เป็นนายกฯได้ ตั้งรัฐบาลได้ แต่บริหารได้หรือไม่" ตอบง่ายๆ ได้เลยว่า "บริหารไม่ได้"

 

3.ฝั่งหนุนลุงตู่ จับมือ ส.ว.ปลดล็อคตั้งนายกฯคนนอก โดยการปลดล็อคให้มีนายกฯคนนอก ต้องมีเสียงสนับสนุนจาก 2 สภา 500 เสียงขึ้นไป ซึ่งดูตามจำนวนเสียงแล้วเป็นไปได้ แต่ผลที่จะตามมาก็คือ พลเอกประยุทธ์ จะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องหาคนกลางมาเป็นนายกฯ แล้วดึงเสียงฝั่งไม่เอาลุงตู่มาร่วมบางส่วน เฃ่น พรรคประชาชาติ 6 เสียง พรรคเศรษฐกิจใหม่ 6 เสียง พรรคเสรีรวมไทย 10 เสียง รวม 22 เสียง ก็พอตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพระดับหนึ่งได้

 

โดยมีเสียงสนับสนุนอยู่ราวๆ 270 เสียง โดยเหตุผลที่จะนำมาใช้คือ "รัฐบาลแห่งชาติ" (แต่เสียงสนับสนุนแค่นี้ยังไม่ตรงกับนิยามรัฐบาลแห่งชาติ ซึ่งจริงๆ แล้วต้องมีเสียงสนับสนุนมากเป็นพิเศษ เกือบจะเป็นรัฐบาลฝั่งเดียวเลย)แต่อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ต้นรายการ กกต.เขาเตือนแล้วว่านี่เป็นตัวเลขคาดการณ์ที่ "สื่อคิดเอาเอง" เพราะ กกต.ยังไม่ได้ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ยังมีอำนาจแจกใบเหลือง ใบส้ม ในเขตเลือกตั้งที่มีการร้องคัดค้านอีก โดยเฉพาะ "ใบส้ม" ถ้างัดออกมาแจกคนที่ได้คะแนนที่ 1 ในเขตนั้น ตัวผู้สมัครที่ชนะเลือกตั้งอยู่เดิม จะถูกถอดออกจากสนาม ลงสมัครอีกไม่ได้ และพรรคการเมืองที่สังกัดก็ส่งผู้สมัครคนอื่นแทนไม่ได้ ก็จะทำให้จำนวนเสียงทั้ง ส.ส.เขตและปาร์ตี้ลิสต์เปลี่ยนแปลงอีก จนทำให้แนวโน้มการจับขั้วตั้งรัฐบาลสะวิงได้อีกเหมือนกัน นี่คือความยุ่งยาก สับสนอลหม่านของการเลือกตั้งระบบใหม่ ในภาวะที่บ้านเมืองแตกออกเป็นขั้วเป็นฝ่ายอย่างชัดเจน