Online Program

(คลิปข่าว) เปิดโพลล์ "พลังประชารัฐ" จ่อ 100 ที่นั่ง

(คลิปข่าว) เปิดโพลล์ "พลังประชารัฐ" จ่อ 100 ที่นั่ง

06 มี.ค. 2562

เปิดโพลล์ "พลังประชารัฐ" จ่อ 100 ที่นั่ง

การเลือกตั้งหนนี้เป็นการเลือกตั้งระบบ "บัตรเดียว" คือมีบัตรเลือกตั้งเพียงใบเดียว เลือกเฉพาะผู้สมัครแบบแบ่งเขต แล้วจะนำคะแนนที่ได้ไปคำนวณจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หรือ "ปาร์ตี้ลิสต์" อีกทีหนึ่ง ฉะนั้นโพลล์ที่ทำออกมาจึงเป็นโพลล์คาดการณ์ผลการเลือกตั้งในระบบแบ่งเขตเท่านั้น ส่วนที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์ต้องรอลุ้นวันเลือกตั้งจริง

 

โพลล์ที่นำมาให้ดูนั้น ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานรัฐหน่วยหนึ่ง มีเครือข่ายเจ้าหน้าที่กระจายอยู่ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โพลล์นี้มีความน่าสนใจ เพราะมีความแม่นยำสูงระดับหนึ่ง ถ้าบอกชื่อไปทุกคนต้องรู้จัก แต่สิ่งที่แตกต่างจากผลโพลล์ที่สื่อมวลชนหลายสำนักจัดทำ ก็คือคาดการณ์จำนวน ส.ส.ที่พรรคพลังประชารัฐจะได้รับ พุ่งสูงใกล้เคียงกับพรรคประชาธิปัตย์ในระดับเกือบร้อยที่นั่ง เรียกว่าหายใจรดต้นคอกันเลยทีเดียวรายละเอียดของโพลล์ จากเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ 350 เขต ส.ส. 350 คน

 

คาดว่าพรรคเพื่อไทยยังคงได้ ส.ส.สูงสุด คือ 122 คน (ข้อมูลนี้ต่างจากโพลล์สื่อสำนักต่างๆ ที่คาดการณ์ว่าเพื่อไทยชนะ 130 เขตขึ้นไป) ส่วนอันดับ 2 คือ พรรคประชาธิปัตย์ 83 คน  พรรคพลังประชารัฐ 82 คน ห่างกัน 1 ที่นั่งเท่านั้น พรรคภูมิใจไทย 35 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 8 คน พรรคชาติพัฒนา กับพรรคประชาชาติพรรคละ 3 คน  ขณะที่พรรครวมพลังประชาชาติไทยของ "ลุงกำนัน" สุเทพ เทือกสุบรรณ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ที่มีอดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช คุณดำรงค์ พิเดช เป็นหัวหน้าพรรค และพรรคพลังท้องถิ่นไท ของ "ชัช เตาปูน" คุณชัชวาลย์ คงอุดม ได้ ส.ส.พรรคละ 1 คน ส่วนที่เหลือคาดว่าไม่ได้ ส.ส.ระบบแบ่งเขตเลย รวมทั้งพรรคอนาคตใหม่ด้วยเมื่อเจาะมาที่พื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งมีที่นั่ง ส.ส.ให้แย่งกัน 30 ที่นั่ง

 

ผลประเมินของโพลล์หน่วยงานรัฐปรากฏว่า พรรคประชาธิปัตย์แชมป์เก่ายังคงรักษาแชมป์เอาไว้ได้ คือได้ ส.ส.19 คน พรรคเพื่อไทย 8 คน โดยในการเลือกตั้งปี 54 พรรคที่ชนะเลือกตั้ง และได้ ส.ส.ในกรุงเทพฯ มีเพียง 2 พรรคนี้เท่านั้น แต่โพลล์ล่าสุดพบว่า พรรคที่คาดว่าจะปักธง กทม.ได้สำเร็จในการเลือกตั้งหนนี้คือพลังประชารัฐ 2 คน และพลังท้องถิ่นไท 1 คน จากเขตบางซื่อ เตาปูน ฐานเสียงสำคัญของ "ชัช เตาปูน" นั่นเอง

 

พื้นที่ที่มีความผันแปรสูงอีกภาคหนึ่ง คือภาคใต้ มี ส.ส.ทั้งหมด 50 คน พรรคประชาธิปัตย์หายไปราว 10 ที่นั่ง เหลือเพียง 38 คน พลังประชารัฐปักธงได้ 4 คน เช่นเดียวกับพรรคภูมิใจไทย นอกจากนั้นยังมีพรรคประชาชาติ 3 คน และรวมพลังประชาชาติไทยอีก 1 คนประเด็นที่น่าสังเกตจากโพลล์นี้ก็คือ พรรคเพื่อไทยสูญเสียที่นั่ง ส.ส.ในภาคอีสานให้กับพรรคพลังประชารัฐถึง 26 ที่นั่ง ขณะที่ภาคตะวันตกและภาคใต้ พรรคเพื่อไทยไม่ได้ ส.ส.เลย เช่นเดียวกับพรรคเครือข่ายของพรรคเพื่อไทย คือ "พรรคตระกูลเพื่อ" ทั้งหลาย ทั้งเพื่อชาติ เพื่อธรรม ไทยรักษาชาติ รวมไปถึงอนาคตใหม่ แต่พรรคเหล่านี้อาจได้ ส.ส.ในระบบปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งมีที่นั่ง ส.ส.ให้แย่งกันอีก 150 ที่นั่ง

 

สำหรับโพลล์จากสื่อมวลชนสำนักต่างๆ รวมทั้ง "เนชั่นโพลล์" ที่จะเปิดต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ คาดการณ์จำนวน ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐใกล้เคียงกัน คือ ราวๆ 64 ที่นั่งเท่านั้นในส่วนของ ส.ส.เขตจากการสอบถามหน่วยงานรัฐที่ทำโพลล์ ซึ่งผลออกมาว่าพรรคพลังประชารัฐมีคะแนนนิยมสูงขึ้น หลายคนบอกว่าเป็นการ "ทำเอาใจนายหรือเปล่า" ได้รับการชี้แจงว่า พรรคพลังประชารัฐมีคะแนนนิยมสูงขึ้นมากในระยะหลังจริงๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคดียุบพรรคไทยรักษาชาติ ทำให้ประชาชนมองเห็นและเปรียบเทียบกับท่าทีของ "นายกฯลุงตู่" ที่สังคมไม่ต้องตั้งข้อสงสัยเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันเบื้องสูง ประกอบกับคะแนนนิยมเฉพาะตัวของ "นายกฯลุงตู่" ก็มีสูง เมื่อ กกต.ไฟเขียวให้ร่วมดีเบตและขึ้นปราศรัยได้ ก็ทำให้ประชาชนหันมาให้ความสนใจ