
(คลิปข่าว) แจ้ง 3 ข้อหาหนักมือมีดแทง นร.ดับบนรถเมล์
(คลิปข่าว) แจ้ง 3 ข้อหาหนักมือมีดแทง นร.ดับบนรถเมล์
ตำรวจ สน.ท่าเรือแจ้ง 3 ข้อหาหนัก มือมีดแทงนักเรียนดับคารถเมล์สาย 180 ด้านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งหย่าศึก 2 สถาบัน พร้อมทั้งให้โรงเรียนหามาตรการลงโทษเด็กเยาวชนที่ก่อเหตุ ไม่ให้เกิดเหตุอีก
ความคืบหน้าเหตุคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงเด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บสาหัสบนรถเมล์สาย 180 และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ล่าสุด ผู้กำกับ สน.ท่าเรือ พันตำรวจเอกสมบัติ แก่นวิจิตร เปิดเผยว่าตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นเยาวชนอายุ 17 ปี ซึ่งจะต้องสอบสวนผู้ต้องหา พร้อมด้วยสหวิชาชีพ จากนั้นจึงจะส่งฟ้องศาลเยาวชนเพื่อตัวไปคุมขังที่สถานพินิจ ขณะนี้ได้แจ้งข้อกล่าวพาอาวุมีดไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และพกพาอาวุธโดยไม่ได้รับอนุญาต และเมื่อนักเรียนที่ถูกแทงเสียชีวิต ได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมคือ ฆ่าโดยเจตนา เพราะแผลที่คนร้ายแทงเหยื่อจำนวนหลายแผล ไม่ใช่เป็นการป้องกันตัว แต่เป็นการหวังผลทำให้เสียชีวิตผู้กำกับ สน.ท่าเรือบอกอีกว่า ในพื้นที่ไม่มีสถาบันอาชีวะ แต่อาจมีบางส่วนที่เป็นจุดล่อแหลมพื้นที่เสี่ยง เช่น จุดต่อรถ ได้กำชับให้ตำรวจทุกนายช่วยกันสอดส่อง และสังเกตุพฤติกรรมเยาวชนกลุ่มเสี่ยงผ่านเข้ามาในพื้นที่ ที่ผ่านมา จับกุมเยาวชนขณะโดยสารมากับรถเมล์ได้นับ 10 ราย ซึ่งทุกรายก็พกอาวุธมีดทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้หญิง ซึ่งเมื่อทำการจับกุมได้ ก็ส่งดำเนินคดีทั้งหมด และหากรายใดถูกจับกุมเพิ่มเติม ก็จะเชิญตัวผู้ปกครองมาทำทัณฑ์บนเอาไว้ อยากฝากเตือนผู้ปกครอง และสถานศึกษาช่วยกันกลั่นกรอง และสอดส่องบุตรหลาน หากพบสิ่งผิดปกติควรที่จะตักเตือน หรือแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับทราบ เพื่อจะได้ช่วยกันหาทางป้องกันต่อไปด้านรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ บอกว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ตำรวจประชุมหามาตรการป้องกันร่วมกับอาจารย์ นักเรียน นักศึกษา ทั้ง 2 สถาบัน พร้อมทั้งให้โรงเรียนหามาตรการลงโทษเด็กเยาวชนที่ก่อเหตุ ไม่ให้เกิดเหตุอีก เน้นย้ำฝ่ายป้องกันปราบปรามได้ปรับแผนการตรวจเพื่อป้องกันเหตุ และให้ตำรวจชุดมวลชนสัมพันธ์ลงพื้นที่เพื่อหาทางป้องกันอีกทางหนึ่ง แสวงหาช่องทางในการแจ้งเหตุระหว่างตำรวจและโรงเรียนโดยตรง พร้อมทั้งให้ชุดสืบสวนหาข่าวในเชิงลึกเพื่อป้องกันเหตุต่อไปอย่างไรก็ตาม ขอเตือนไปยังเยาวชนวัยรุ่นอย่ากระทำการด้วยความคึกคะนองใช้กำลังตัดสินแก้ปัญหา เพราะผิดกฎหมายบ้านเมือง จะส่งผลกระทบต่อตัวเองและครอบครัว และเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อสังคม ควรรู้จักอดทน อดกลั้นใช้การพูดคุยปรับความเข้าใจกันและหาทางออกของปัญหาอย่างสันติวิธี โดยที่ผ่านมา ผบ.ตร.ได้เน้นย้ำให้ตำรวจทั่วประเทศยึดแนวทางการปฏิบัติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 30/2559 ในการป้องกันการก่อเหตุทะเลาะวิวาทของเยาวชนอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการขอความร่วมมือให้ผู้ปกครองเด็กและเยาวชนช่วยดูแล พูดคุยกับบุตรหลานให้ทราบถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น ขณะที่สถานศึกษาควรจัดกิจกรรม เร่งรัด ป้องกันไม่ให้เกิดการทะเลาะวิวาทอีกทั้งยังได้กำชับให้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันอาชญากรรม ในการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรา ทั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตรวจค้นรถทุกชนิดและบุคคลเป้าหมาย โดยเน้นการตรวจค้น จับกุม อาวุธปืน อาวุธสงคราม ยาเสพติด บุคคลตามหมายจับ และสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ เพื่อลดอาชญากรรมและป้องกันภัยที่อาจเกิดขึ้น.



