
(คลิปข่าว) "สนธิรัตน์" ชี้ CLMV เป็นโอกาสทองของ SME ไทย
(คลิปข่าว) "สนธิรัตน์" ชี้ CLMV เป็นโอกาสทองของ SME ไทย
รมต.พาณิชย์ ย้ำไทยต้องใช้โอกาสความเข้มแข็งของประเทศ ขยายการลงทุน พร้อมเร่งตั้งอนุกรรมการประชุมเพื่อศึกษารายละเอียดการขึ้นบัญชีควบคุมค่ายา-เวชภัณฑ์-ค่าบริการทางการแพทย์ ในสัปดาห์หน้าก่อนสรุปเสนอ กกร. ต่อไป
รมต.พาณิชย์ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ CLMVT ทำอย่างไรให้ก้าวไปพร้อมกัน ว่า ยุทธศาตร์ของไทยคือต้องสร้างตัวตนให้เป็นผู้นำในภูมิภาค ต้องพัฒนาตนเองในการทำธุรกิจ เพราะไทยมีความได้เปรียบทั้งในส่วนของพื้นที่และความสัมพันธ์ทางการค้าใน CLMV ถือเป็นโอกาสทองของ SME โดยเฉพาะการค้าชายแดนที่เติบโตอย่างมาก ซึ่งหากประเทศไทยไม่ปรับตัวให้สามารถขยายการค้าและเดินหน้าไปสู่การพัฒนาการค้าในรูปแบบใหม่ๆ ได้ ประเทศไทยจะเสียโอกาสในการเป็นผู้นำใน CLMV กลายเป็นประเทศเวียดนามที่เข้ามาเป็นผู้นำแทน และโอกาสของไทยใน CLMV จะลดลง ซึ่งประเทศ CLMV ถือเป็นพื้นที่ทองคำสามารถเชื่อมโยงไปยังประเทศจีนได้ ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้เป็นฐานการผลิตของสินค้าไทย ทำให้เกิดประโยชน์กับการขยายการค้าของไทยได้นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังเร่งตั้งคณะอนุกรรมการที่จะพิจารณาเรื่องมาตรการ ขึ้นบัญชีควบคุมค่ายา-เวชภัณฑ์-ค่าบริการทางการแพทย์โดยเร็ว โดยได้สั่งการอธิบดีกรมการค้าภายในให้เร่งรัดการประชุมให้เร็วที่สุด ซึ่งคาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้าหากไม่มีอะไรติดขัด ก่อนจะสรุปผลนำเสนอ คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ต่อไปเพื่อที่จะให้ได้มาตรการที่เป็นประโยชน์และเป็นธรรมกับทุกฝ่ายตามเจตนารมณ์ของ กกร. ส่วนในรายละเอียดขอให้อนุกรรมการพิจารณาพูดคุยกันในที่ประชุมซึ่งมาตรการที่จะออกมานั้นจะต้องเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน และในด้านของผู้ประกอบการโรงพยาบาลเอกชนก็จะมีการพูดคุยทำความเข้าใจกันต่อไป4.ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เฟส 3 ช่วงที่ 1 ให้เอกชนยื่นข้อเสนอวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เสนอคณะรัฐมนตรีเดือนมีนาคม และ 5.ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา อยู่ระหว่างให้เอกชนส่งคำถามผ่านอีเมล และจะเปิดซองข้อเสนอจากแอร์บัส วันที่ 18 กุมภาพันธ์ และเสนอ ครม.เดือนมีนาคม โดยวันที่ 30 มกราคมนี้ กลุ่มธุรกิจชั้นนำจากฝรั่งเศส นำโดยบริษัท แอร์บัส จะเข้าพบนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือความคืบหน้าการลงทุนในอีอีซีด้านอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง มณฑล สุดประเสริฐ ระบุ ที่ประชุมเห็นชอบร่างผังเมืองรวมอีอีซี 8.29 ล้านไร่ ซึ่งการใช้พื้นที่เดิมจะครอบคลุมพื้นที่ชุมชนเมือง 11% อุตสาหกรรม 3.4% หรือ 283,561 ไร่ เกษตรกรรม 68% และอนุรักษ์ป่าไม้ 10% ส่วนผังเมืองที่วางใหม่จะมีพื้นที่ชุมชนเมืองเพิ่มขึ้นอีก 5% เป็น 16% อุตสาหกรรมเพิ่ม 1.49% เป็น 4.89% คิดเป็นพื้นที่ 406,492 ไร่ หรือเพิ่มขึ้น 122,931 ไร่ เกษตรกรรมลดลง 5% เหลือ 63% และพื้นที่อื่นๆลดลง1.8% ซึ่งจะทำร่างผังเมืองรวมอีอีซีเสร็จเดือน เมษายนนี้ เร็วกว่าที่กำหนดในเดือนสิงหาคม 2562บางพื้นที่การทำเกษตรได้ผลผลิตไม่คุ้มค่า จึงน่าจะเปลี่ยนไปเป็นเมืองหรืออุตสาหกรรม แต่ภาพรวมไม่ได้เปลี่ยนจนมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่มากนัก ส่วนพื้นที่อนุรักษ์ป่าไม้และแหล่งน้ำจะคงไว้ทั้งหมด



