Online Program

(คลิปข่าว) "สมคิด" ชี้ปี 62 เศรษฐกิจอึมครึม

(คลิปข่าว) "สมคิด" ชี้ปี 62 เศรษฐกิจอึมครึม

08 ม.ค. 2562

"สมคิด" ชี้ปี 62 เศรษฐกิจอึมครึม จับตาปัจจัยภายในและต่างประเทศ

ท่ามกลางกระแสการเลื่อนเลือกตั้งปี 2562 จากเดือนกุมภาพันธ์ออกไป เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2562 รองนายกฯ สมคิด ระบุในงานสัมนนา Thailand Economic Challenges 2019 ย้ำรัฐบาลเหลือเวลาบริหารประเทศอีก 5 เดือน เผยปี 2562 เป็นปีแห่งความไม่แน่นอน

รองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ บอกว่า เศรษฐกิจไทยปีที่ผ่านมา  (2561) ขยายตัวได้ 4 - 4.2% ส่วนในปีนี้ (2562) จะเติบโตได้ดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการลงทุนภาคเอกชนว่าจะขับเคลื่อนได้เต็มประสิทธิภาพตามที่หวังหรือไม่ โดยเฉพาะการลงทุนใน EEC ขณะที่การท่องเที่ยวในจังหวัดสำคัญๆ จะดันให้เศรษฐกิจขยายตัวดีขึ้น ขณะที่ การเลือกตั้งทั่วไปจะเกิดขึ้นภายในกลางปี  2562 แน่นอน ส่วนที่มีการวิเคราะห์กันว่าจะเป็นรัฐบาลผสมหลังการเลือกตั้ง แล้วจะทำให้เกิดการต่อรองอย่างรุนแรง การดำเนินนโยบายขับเคลื่อนเป็นไปได้อย่างยากลำบากนั้น จึงอยากบอกนักการเมืองให้เล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์ อย่าเล่นการเมืองแบบเก่า รัฐบาลผสมก็คือรัฐบาลที่ร่วมกันสร้างชาติได้  สำหรับในช่วง 5 เดือนที่เหลืออยู่ของรัฐบาลนี้ คือต้องประคับประคองเศรษฐกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก ไม่ให้ถดถอย และต้องเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัลอีโคโนมี่ เพราะจะทำให้ประเทศเติบโตได้เร็วมากขึ้น แต่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ตื่นตัว ดังนั้นหน้าที่ของรัฐคือมีมาตรการเอื้ออำนวยให้เอกชนเติบโต และผลักดันให้ประชาชนเกิดการตื่นตัวด้านดิจิทัลอีโคโนมี่ รองนายกรัฐมนตรี บอกอีกว่า ปี 2562 เป็นปีที่อึมครึม มีความไม่แน่นอนสูง เกิดจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ จากการทำสงครามการค้าระหว่างจีน - สหรัฐ แต่ไทยเราเจอสองเด้ง คือปัจจัยจากภายนอกดังกล่าวแล้ว และเราจะมีการเลือกตั้งภายในครึ่งปีนี้ นโยบายยังจะต่อเนื่องหรือไม่ นักลงทุนก็ต้องดูสถานการณ์ต่อไป  ปีนี้จึงเป็นปีที่มีความไม่แน่นอน แม้ว่าจะมีความไม่แน่นอน แต่โอกาสยังมีสูงมาก ไม่มียุคไหนที่เราสามารถจับมือจีนกับญี่ปุ่นได้ดีเท่ายุคนี้ ในอาเซียนไทยโดดเด่นที่สุด หัวหอกของจีน นักธุรกิจในฮ่องกง ใช้ไทยเป็นฐานขยายตัวสูง CLMV ส่วนญี่ปุ่นมีนักลงทุน สนใจลงทุนในไทยมากที่สุด  แต่คู่แข่งของเรา คือเวียดนาม ในช่วงที่เราทะเลาะกันอยู่ไม่นานนัก เวียดนามกำลังจะแซงไทย ส่วนอุปสรรคของไทยคือฐานรากเป็นคนจน 20-30% เป็นเกษตรกร ผลิตแล้วไม่มีการแปรรูป การแก้ตรงนี้ต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบการผลิต หาผู้นำเกษตรกร แปรรูปผลิตภัณฑ์เกษตรให้ได้ และค้าขายผ่านอีคอมเมิร์ส สำหรับการท่องเที่ยวถ้าเราทำให้เลิกการกระจุกตัวจากจังหวัดท่องเที่ยวใหญ่ ไปสู่เมืองรอง  จะได้มูลค่าอีกสูงมาก เพราะนอกจากการจ้างงานแล้ว สินค้าเกษตรจากชาวบ้านจะถูกขายให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย 

(คลิปข่าว) "สมคิด" ชี้ปี 62 เศรษฐกิจอึมครึม