Online Program

กทม.ตีเส้นแดงเป็นเส้นทางสำหรับรถฉุกเฉิน แนะวิธีหลบทาง

กทม.ตีเส้นแดงเป็นเส้นทางสำหรับรถฉุกเฉิน แนะวิธีหลบทาง

20 ธ.ค. 2561

กทม. กำลังทยอยตีเส้นจราจรสีแดงบนพื้นถนนตามระเบียบเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นช่องทางเดินรถสำหรับรถพยาบาลและรถฉุกเฉินต่างๆ

นายประพาส เหลืองศิรินภา ผู้อำนวยการสำนักงานวิศวกรรมจราจร สำนักจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร ได้เปิดเผยว่า กทม.จะทยอยตีเส้นจราจรสีแดงบนพื้นถนนตามระเบียบเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นช่องทางเดินรถสำหรับรถพยาบาลและรถฉุกเฉินต่างๆ ให้เดินทางไปถึงโรงพยาบาลด้วยความสะดวก ซึ่งเมื่อคืนนี้ได้เริ่มตีเส้นจราจรสีแดงบนถนนสีลม ตั้งแต่แยกนราลมจนถึงโรงพยาบาลเลิดสิน โดยเส้นจะอยู่ตรงกลางระหว่างช่องทางที่ 2-3 มีความกว้างประมาณ 1.60 ม. เหมือนเส้นทางบนสะพานข้ามแยกดินแดงที่มุ่งหน้าไปโรงพยาบาลรพ.ราชวิถี ที่ได้ตีเส้นจราจรไปก่อนหน้านี้แล้ว

 

 

กทม.ตีเส้นแดงเป็นเส้นทางสำหรับรถฉุกเฉิน แนะวิธีหลบทาง

กทม.ตีเส้นแดงเป็นเส้นทางสำหรับรถฉุกเฉิน แนะวิธีหลบทาง

 

หลังจากนี้กทม.จะทยอยตีเส้นจราจรช่องทางฉุกเฉินอีก 2 โรงพยาบาลคือโรงพยาบาลกลาง บนถนนเสือป่าตั้งแต่แยกเสือป่าจนถึงรพ.กลาง และถนนยุคล 2 ตั้งแต่ถนนบำรุงเมือง ถึงโรงพยาบาลกลาง และรพ.เจริญกรุงประชารักษ์ จะตีเส้นบนถนนตกตั้งแต่แยกถนนตก จนถึง รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ ซึ่งทั้ง 2 โรงพยาบาลกำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงถนน คาดว่าจะเริ่มตีเส้นได้อีก ประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งหลังจากตีเส้นจราจรแล้วจะมีการติดตั้งป้ายแนะนำ และตีเครื่องหมายกากบาทบนพื้นถนน เพื่อให้ผู้ใช้รถได้ทราบ สำหรับบนถนนสีลมที่ได้ตีเส้นไปแล้วกำลังอยู่ระหว่างการตีเส้นกากบาทบนพื้นถนนและการติดป้ายสัญลักษณ์ในคืนต่อๆไป จึงทำให้ผู้ใช้รถสับสนและไม่ทราบว่าต้องขับในช่องทางใด 

 

กทม.ตีเส้นแดงเป็นเส้นทางสำหรับรถฉุกเฉิน แนะวิธีหลบทาง

 

กทม.ตีเส้นแดงเป็นเส้นทางสำหรับรถฉุกเฉิน แนะวิธีหลบทาง

กทม.ตีเส้นแดงเป็นเส้นทางสำหรับรถฉุกเฉิน แนะวิธีหลบทาง

สำหรับการใช้ถนนที่มีการตีเส้นแบ่งช่องทางให้รถฉุกเฉินนั้น ผู้ใช้รถสามารถใช้ช่องทางเดิมในเส้นสีขาวทับเส้นสีแดงได้ตามปกติ แต่หากได้ยินเสียงไซเรนให้รีบขับเบี่ยงออกจากเส้นสีแดง เพื่อชิดซ้ายหรือชิดขวาเพื่อหลบทางให้รถฉุกเฉินที่จะวิ่งมาจากด้านหลังในช่องสีแดง หากผู้ใดฝ่าฝืนไม่หลบทางให้รถฉุกเฉินจะมีความผิดตามพรบ.จราจร ถูกปรับ 500 บาท

 

 

อ่านข่าวที่มาจาก จส.100