
(คลิปข่าว) เทียบเหตุผล "หนุน-ค้าน" กก.สภามหาลัยยื่นทรัพย์สิน
(คลิปข่าว) เทียบเหตุผล "หนุน-ค้าน" กก.สภามหาลัยยื่นทรัพย์สิน
จากประกาศฉบับใหม่ของ ป.ป.ช. ที่ให้นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ทั้งของมหาวิทยาลัยรัฐและมหาวิทยาลัยนอกระบบ ที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า "มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ" ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ล่าสุดนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งให้รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย คุณวิษณุ เครืองาม หาแนวทางทบทวนเรื่องนี้แล้ว
เพราะมีกระแสข่าวว่ากรรมการสภามหาวิทยาลัยในกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมาจากภาคเอกชน เตรียมลาออกจำนวนมาก และประกาศฉบับนี้ยังครอบคลุมไปถึงมหาวิทยาลัยสงฆ์ด้วย ซึ่งหมายความว่า "สมเด็จพระสังฆราช" อาจจะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินเรื่องนี้ต้องย้อนความกันนิดหนึ่งว่า แต่เดิมผู้บริหารมหาวิทยาลัยของรัฐ 58 แห่ง คือตำแหน่งในกลุ่มอธิการบดีที่มีสถานะเป็นข้าราชการซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลด้วย ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอยู่แล้ว แต่ประกาศของ ป.ป.ช.ฉบับใหม่ได้ขยายตำแหน่งที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินไปถึงอธิการบดี นายกสภาและกรรมการสภามหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐอีก 26 แห่ง ตลอดจนนายกสภาและกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐ 58 แห่งด้วย (เดิมให้ยื่นเฉพาะอธิการบดี แต่ล่าสุดให้ขยายไปถึงนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย) โดยผู้ดำรงตำแหน่งเหล่านี้ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต่อ ป.ป.ช. มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมเป็นต้นไปฝ่ายหนุนและฝ่ายค้านการยื่นบัญชีทรัพย์สิน ก็ล้วนมีเหตุผลของฝั่งตัวเอง ล่าความจริงรวบรวมมาให้คุณผู้ชมได้ช่วยกันพิจารณาชัดๆ เริ่มจาก ฝ่ายคัดค้าน คือ ไม่อยากให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินก่อน เหตุผลก็คือ กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิมาจากภาคเอกชน ไม่พร้อมยื่นบัญชีทรัพย์สิน เพราะต้องไม่ลืมว่าคนเหล่านี้มาจากภาคเอกชน ไม่ได้เตรียมความพร้อมมาสำหรับการยื่นบัญชี บางคนมีรายรับหลายทาง มีหุ้น มีทรัพย์สินมาก หากต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินก็จะกลายเป็นภาระ หรือต้องจ้างคนมาจัดทำเพิ่ม ซ้ำยังเสี่ยงกระทำผิดกฎหมายโดยไม่ตั้งใจ หากยื่นไม่ครบ จากเหตุผลเหล่านี้จึงมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ (จากภาคเอกชน) เตรียมลาออกจำนวนมาก ซึ่งหากแห่ลาออกกันจริง ก็จะกระทบกับมหาวิทยาลัย เพราะจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนในเรื่องต่างๆ เหมือนเดิม ส่วนฝ่ายสนับสนุนให้ยื่นบัญชีทรัพย์สิน มีเหตุผลว่า สภามหาวิทยาลัยมีหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหาร จึงต้องโปร่งใส และถูกตรวจสอบได้ กรรมการสภามหาวิทยาลัยอาสาเข้ามาทำหน้าที่ เหมือน ส.ส. ส.ว. จึงต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน สภามหาวิทยาลัยมีโอกาสเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายบริหาร จึงควรมีช่องทางให้บุคคลภายนอกตรวจสอบ ที่สำคัญ ผู้บริหาร กับกรรมการสภามหาวิทยาลัยสายเอกชน มักมีผลประโยชน์ต่างตอบแทนกันอยู่แล้ว เช่น บริจาคเงินหรือสนับสนุนกิจกรรมของมหาวิทยาลัย ก็จะมีการมอบตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยสายผู้ทรงคุณวุฒิให้ เมื่อได้เป็นกรรมการ ก็จะโอบอุ้มเอื้อประโยชน์ผู้บริหารมหาวิทยาลัยอีกที ข้อเท็จจริงเป็นแบบนี้จึงควรมีการตรวจสอบ และหากใครไม่พร้อมถูกตรวจสอบก็ควรลาออกไป เพราะยังมีบุคคลอื่นพร้อมทำงาน



