
(คลิปข่าว) หวัง "ดิจิทัลพาร์ค" ดันไทยสู่ ASEAN Digital Hub
(คลิปข่าว) หวัง "ดิจิทัลพาร์ค" ดันไทยสู่ ASEAN Digital Hub
บมจ.กสท โทรคมนาคมเร่งผลักดันโครงการดิจิทัลพาร์คไทยแลนด์ ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก คาดว่าจะประกาศชื่อเอกชนร่วมลงทุนในโครงการฯ ได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 พร้อมผลักดันไทยสู่ ASEAN Digital Hub ไปติดตามจากรายงาน คุณวชิรวิทย์ เลิศบำรุงชัย
ภารกิจใหญสำหรับ บมจ.กสท โทรคมนาคม หรือ CAT คือการเป็นผู้รับผิดชอบโครงการดิจิทัลพาร์คไทยแลนด์ ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือกระทรวงดีอี ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. กสท โทรคมนาคม พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ บอกว่า บริษัทได้เร่งพัฒนาธุรกิจดิจิทัลเซอร์วิส ทั้งในส่วนของการสนับสนุนภาครัฐและธุรกิจในการใช้ประโยชน์จาก Big Data จะยิ่งเพิ่มมูลค่าให้กับองค์กรและธุรกิจอีกมหาศาล นอกจากนี้ยังเร่งขยายโครงข่าย อินเตอร์เน็ตออฟติง เพื่อสร้างดิจิทัลโซลูชั่นสำหรับเมืองอัจฉริยะ รวมถึงการใช้ในธุรกิจและอุตสาหกรรม และการเดินหน้าโครงการ Digital Park Thailand บนพื้นที่ 500 ไร่ ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ก้าวสู่การเป็น ASEAN Digital Hub ในอนาคต โดยจะเปิดขายเอกสารในเดือนพฤศจิกายน นี้ และประกาศผลการคัดเลือกผู้ร่วมลงทุน ได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจและบริการ บมจ.กสท โทรคมนาคม ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ บอกว่าเอกชนผู้เข้าลงทุนในโครงการ จะได้รับสิทธิในการเช่าพื้นที่ 50 ปี และต่อสัญญาได้อีก 49 ปี เป็น 99 ปี สิทธิการยกเว้นภาษี 8 ปี และลดหย่อน 50% ในอีก 5 ปีถัดมา รวมถึงเรื่องเวิร์คโพมิต เพื่อชวนให้นักลงทุนสร้างนวัตกรรมที่นี่ ด้านรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท.ศักดิ์ณรงค์ แสงสง่าพงศ์ เห็นด้วยกับการแจกสิทธิพิเศษต่างๆให้กับนักลงทุนที่จะเข้ามาในพื้นที่ของดิจิทัลพาร์ค เพื่อให้เกิดขึ้นจริง ต้องยอมรับว่าประสิทธิภาพการผลิตของไทยปัจจุบันต่ำกว่าเพื่อนบ้าน อย่างเวียดนาม จึงจำเป็นต้องมีอินโนเวชั่นที่ล้ำกว่า ดิจิทัลพาร์คจึงเป็นความหวังว่าช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้กับประเทศได้ ดิจิทัลพาร์คไทยแลนด์ จะเป็นเขตนิคมอุตสาหกรรมเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านดิจิทัล เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี และสร้างสรรค์งานด้านดิจิทัลในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ แอพพลิเคชั่น ศูนย์บริการจัดเก็บข้อมูล ดาต้าเซ็นเตอร์ และนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์อัจฉริยะต่างๆ ซึ่งจะเป็นแหล่งรวมนักวิจัยจากทั่วโลกมาอยู่ร่วมกัน อีกทั้งยังเป็นแหล่งเศรษฐกิจที่สามารถเชื่อมโยงกับทั้งอาเซียน



