
(คลิปข่าว) ดันกฎหมายใหม่ เอาผิด "นาย" ปล่อยลูกน้องโกง
(คลิปข่าว) ดันกฎหมายใหม่ เอาผิด "นาย" ปล่อยลูกน้องโกง
พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ ริเริ่มแนวคิดผลักดันการแก้ไข พ.ร.บ.มาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านปราบโกง โดยกฎหมายฉบับนี้ก็คือกฎหมายแม่บทของหน่วยงานปราบคอร์รัปชั่นที่ชื่อ "ป.ป.ท." หรือ คณะกรรมการป้อองกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ
สาเหตุที่ต้องเดินหน้าแก้ไขกฎหมายใหม่ ก็เนื่องจากผลการศึกษาพบว่าประเทศไทยมีปัญหาการทุจริตในภาครัฐอย่างแพร่หลาย โดยเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้เกิดความเสียหายเป็นมูลค่ากว่า 1.1 ล้านล้านบาท พูดง่ายๆ คือเกือบครึ่งหนึ่งของงบประมาณประเทศในแต่ละปี การกระทำทุจริตโดยเจ้าหน้าที่รัฐจะเกิดขึ้นได้ ส่วนใหญ่แล้ว "หัวหน้างาน" หรือ "ผู้บังคับบัญชา" มักรู้เห็นเป็นใจด้วย หรือร่วมทุจริตเสียเอง ซึ่งสะท้อนผ่านการทุจริตที่เกิดขึ้น 7 รูปแบบ ได้แก่ การคอร์รัปชั่นขนาดใหญ่ การคอร์รัปชั่นขนาดเล็ก การรับสินบน การยักยอก การอุปถัมภ์ระบบพวกพ้อง การเลือกที่รักมักที่ชัง และการขัดกันแห่งผลประโยชน์ หรือที่เรียกว่า "ผลประโยชน์ทับซ้อน"การคอร์รัปชั่นทั้ง 7 รูปแบบในวงราชการ ทำให้เกิดพฤติกรรมของข้าราชการ 3 ประเภท คือ พฤติกรรมการทุจริต พฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ และการประพฤติมิชอบ เหตุนี้เอง คสช. หรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงได้ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 69/2557 กำหนดให้ "หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ" เป็นกลไกสำคัญในการต่อต้านการทุจริต แต่ที่ผ่านมายังไม่มีกฎระเบียบหรือมาตรการใดๆ ออกมาเป็นรูปธรรม ทางคณะกรรมการปฏิรูปประเทศฯ จึงเสนอให้แก้ไขกฎหมาย และหวังว่าจะมีผลบังคับใช้ได้ก่อน คสช.หมดอำนาจ สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ ให้ความสำคัญด้าน "การป้องกันการทุจริต" คือสร้างกลไกไม่ให้ข้าราชการกระทำความผิด โดยให้หัวหน้าหน่วยงาน หรือผู้บังคับบัญชาต้องกำหนดมาตรการ หรือแนวทางป้องกันความเสี่ยง พร้อมพัฒนาระบบตรวจสอบภายในเพื่อการป้องกันความเสี่ยงต่อการทุจริต หากยังมีความเสี่ยงอยู่ ให้แจ้งความเสี่ยงไปยังหน่วยเหนือหรือหน่วยตรวจสอบ โดยเฉพาะ ป.ป.ท. โดย ป.ป.ท. จะทำหน้าที่วางระบบรับแจ้งข้อมูลเบาะแส และพิสูจน์ทราบถึงพฤติกรรมที่เข้าข่ายทุจริตส่วนสาเหตุที่มีการพูดถึงกฎหมายฉบับนี้ว่า หากลูกน้องกระทำทุจริต ผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดด้วยนั้น พล.อ.อ.วีรวิท ขยายความว่า หมายถึงกรณีที่ผู้บังคับบัญชาปล่อยปละละเลย ไม่สร้างกลไกมาตรการป้องกันการทุจริตและการตรวจสอบภายในที่ดีตามที่กำหนดในกฎหมาย นอกจากนั้น หากหัวหน้างานรู้เห็นเป็นใจ จงใจ หรือร่วมทุจริตกับลูกน้องด้วยเลย รวมไปถึงการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบทั้งในและนอกหน่วยงาน แบบนี้ก็ต้องมีความผิด ซึ่งต้องรับโทษทั้งทางวินัย อาญา และชดใช้ความเสียหายทางแพ่งสาระสำคัญอีกส่วนหนึ่งของกฎหมาย คือการกำหนดให้มี คณะกรรมการนโยบายป้องกันและแก้ไขการทุจริตในภาครัฐ หรือ น.ป.ท. ทำหน้าที่ดูแลและขับเคลื่อนงานด้านนี้ให้มีประสิทธิภาพ ทั้งยังเป็นศูนย์กลางเพื่อประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลข้อเท็จจริงระหว่างหน่วยงานภาครัฐและองค์กรตรวจสอบอย่าง ป.ป.ท. โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน



