
(คลิปข่าว) ผ่าผลคะแนนถอด ก.ต.เมื่อท่านเปาสร้างประวัติศาสตร์!
(คลิปข่าว) ผ่าผลคะแนนถอด ก.ต.เมื่อท่านเปาสร้างประวัติศาสตร์!
วันนี้วงการตุลาการไทยสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ผู้พิพากษากว่าค่อนประเทศลงมติถอดถอน "กรรมการตุลาการศาลยุติธรรม" ชั้นศาลฎีกา นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ซึ่งเป็นประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกาด้วย ทำให้นายชำนาญต้องพ้นจากตำแหน่ง ก.ต.ทันที และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ศาลไทยที่มีการถอดถอน ก.ต.ซ้ำยังเป็น ก.ต.ในชั้นศาลฎีกา ซึ่งเป็นศาลสูงสุดด้วย
กระบวนการถอดถอนเริ่มต้นมาก่อนหน้านี้ร่วม 2 เดือน เมื่อมีการรวบรวมรายชื่อผู้พิพากษาจากทุกชั้นศาล รวม 1,735 คน เสนอสำนักงานศาลยุติธรรมให้ถอดถอน นายชำนาญ ออกจากตำแหน่ง ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิชั้นศาลฎีกา โดยกล่าวหาว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อกฎหมาย คุณธรรม และจริยธรรม ก้าวก่ายแทรกแซงผู้พิพากษาศาลชั้นต้นขณะสืบพยานในคดีครอบครัวมรดกที่ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา และแสดงกิริยาไม่เคารพกระบวนพิจารณาของศาล พูดง่ายๆ คือเป็นปัญหาที่กระทบกับความเป็นอิสระในการพิจารณาพิพากษาคดี กระบวนการถอนถอนถือว่ามีผล เพราะผู้ที่เข้าชื่อ 1,735 คน ถือว่าเกิน 1 ใน 5 ของผู้พิพากษาทั้งประเทศ 4,635 คน จากนั้นได้มีการส่งบัตรลงคะแนนไปให้ผู้พิพากษาลงมติ แล้วส่งกลับมา โดยจำนวนบัตรลงคะแนนที่ส่งกลับ คือ 3,548 ใบ และวันนี้เป็นวันตรวจนับบัตรลงคะแนน ซึ่งจัดขึ้นที่ห้องประชุมใหญ่ อาคารศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก โดยการตรวจนับคะแนนเป็นไปอย่างโปร่งใสตามระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม และเปิดให้สื่อมวลชนเข้าสังเกตการณ์ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง คุณสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม แถลงผลการตรวจนับคะแนนว่า ผู้พิพากษาเห็นชอบให้ถอดถอนนายชำนาญ 3,165 คะแนน ถือว่าเกินกึ่งหนึ่งของข้าราชการตุลาการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ โดยกึ่งหนึ่งเท่ากับ 2,318 คะแนน ส่วนคะแนนไม่เห็นชอบให้ถอดถอน มีจำนวน 193 คะแนน และบัตรเสีย 190 ใบ จึงถือว่านายชำนาญต้องพ้นจากตำแหน่ง ก.ต.ชั้นศาลฎีกาทันที แต่ยังคงสามารถปฏิบัติหน้าที่ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกาต่อไปได้ ทว่า นายชำนาญ ยังถูก ก.ต.ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขั้นต้น เกี่ยวกับการรักษาวินัยผู้พิพากษา ซึ่งเป็นกรณีร้องเรียนต่อเนื่องกับการยื่นถอดถอนออกจากตำแหน่ง ก.ต.ด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง คุณสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 ตัวเเทนผู้เข้าชื่อร้องถอดถอน ก.ต. กล่าวขอบคุณผู้พิพากษาที่ลงคะแนนทุกคน และผลคะแนนที่ออกมาทำให้เห็นว่าศาลยุติธรรมให้ความสำคัญกับหลักความเป็นอิสระ ประชาชนจะได้มั่นใจว่าจะได้รับการพิจารณาคดีที่เที่ยงธรรม ปราศจากการเเทรกเเซง เเม้ว่าจะเป็นผู้พิพากษาด้วยกันเองก็ต้องถูกลงโทษ การถอดถอนนายชำนาญออกจากตำแหน่ง ก.ต.ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์วงการศาลไทย หลังจากมีระเบียบกำหนดไว้ตั้งแต่ปี 2544 โดยผลคะแนนที่ออกมาถือว่าน่าสนใจ คุณผู้ชมดูกราฟฟิกไปพร้อมกันเลย เริ่มจากจำนวนผู้พิพากษาทั่วประเทศ มีทั้งสิ้น 4,635 คน บัตรลงคะแนนที่ส่งไปให้ก็คือ 4,635 ใบ มีผู้พิพากษาที่ลงคะแนนและส่งบัตรลงคะแนนกลับมาตรวจนับในวันนี้ 3,548 คน บัตรลงคะแนน 3,548 ใบ คิดเป็นร้อยละ 75.5 ของจำนวนผู้พิพากษาทั้งประเทศ นอกจากนั้น คะแนนที่ลงมติให้ถอดถอน ยังสูงถึง 3,165 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 89.2 ของผู้พิพากษาที่ลงคะแนนทั้งหมด และคิดเป็นร้อยละ 68.2 ของผู้พิพากษาทั้งประเทศ ส่วนคะแนนไม่ถอดถอน 193 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 5.4 ของผู้พิพากษาที่ลงคะแนนเท่านั้น ที่เหลือเป็นบัตรเสีย ผลคะแนนที่ออกมาทำให้เกิดการวิเคราะห์กันในวงการศาลยุติธรรมว่า ปัจจุบันผู้พิพากษามีความตื่นตัวเรื่องสิทธิ์ของตนเอง และตื่นตัวเรื่องความเป็นอิสระในการพิจารณาพิพากษาคดีอย่างมาก ถือเป็นทิศทางที่ดีของศาลยุติธรรม และการถอดถอน ก.ต.หนนี้ ไม่ใช่แค่การสร้างประวัติศาสตร์ครั้งแรกเท่านั้น แต่ยังเป็นการถอดถอน ก.ต.ซึ่งมาจากศาลสูงด้วย



