Online Program

(คลิปข่าว) แห่ชมหมอนทองยักษ์ ลูกละเกือบ 2 พัน ไม่พอขาย

(คลิปข่าว) แห่ชมหมอนทองยักษ์ ลูกละเกือบ 2 พัน ไม่พอขาย

01 ก.ค. 2561

นักท่องเที่ยว แห่ชมสวนทุเรียนหมอนทองยักษ์วังน้ำเขียว ราคาลูกละเกือบ 2 พัน ก็ไม่พอขาย

วันนี้ (1 ก.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หมู่บ้านพุทธชาติ หมู่ที่ 8 ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ได้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เดินทางมาเที่ยวชมสวนทุเรียนหมอนทองยักษ์ ซึ่งชาวบ้านได้ปลูกไว้ในสวนเกษตรผสมผสาน พื้นที่ 13 ไร่ ชื่อว่า “สวนทุเรียนหงษ์ศรีทอง” โดยสวนแห่งนี้มีการปลูกผลไม้นานาชนิด อาทิ ลำไย ลิ้นจี่ มะม่วง แก้วมังกร และทุเรียนหมอนทอง ซึ่งมีลูกขนาดใหญ่กว่าทุเรียนหมอนทองที่อื่น บางลูกมีน้ำหนักถึง 13 กิโลกรัม โดยช่วงนี้เป็นช่วงที่ทุเรียนออกลูก และเริ่มจะได้เวลาเก็บลูกทุเรียนขายแล้ว ทำให้ช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจากจังหวัดต่างๆ มาเที่ยวชมอย่างคึกคักตลอดทั้งวัน

(คลิปข่าว) แห่ชมหมอนทองยักษ์ ลูกละเกือบ 2 พัน ไม่พอขาย

นางกัญญา พืชหงษ์ทอง อายุ 59 ปี เจ้าของสวนทุเรียนหงษ์ศรีทอง เปิดเผยว่า โดยปกติแล้วที่ อ.วังน้ำเขียว จะมีนักท่องเที่ยวแวะเข้ามาเที่ยวมากที่สุดช่วงหน้าหนาว ระหว่างต้นเดือนธันวาคม ถึงต้นเดือนมีนาคมของทุกปี เพราะที่นี่โอบล้อมไปด้วยภูเขา และป่าไม้อุดมสมบูรณ์ ส่วนหน้าแล้ง และหน้าฝน จะมีนักท่องเที่ยวมาน้อยมาก ต่อมาเมื่อตนได้ทำสวนทุเรียน ปรากฏว่าได้ผลผลิตดีมาก มีลูกดก และใหญ่มาก บางลูกหนักกว่า 13 กิโลกรัม จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวแชร์ต่อกันในโลกโซเชี่ยล และแห่มาท่องเที่ยวสวนทุเรียนของตนเองเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จะต้องมารอรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเป็นหมู่คณะ เพื่อที่จะพาเดินชมสวนทุเรียนตลอดทั้งวัน นักท่องเที่ยวหลายคนก็ซื้อไปฝากญาติพี่น้อง ซึ่งตนเองขายหน้าสวนกิโลกรัมละ 140 บาท ถ้าลูกไหนที่น้ำหนัก 13 กิโลกรัม ก็จะได้ราคาสูงถึงลูกละ 1,820 บาทเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าจะได้ราคาสูงอย่างนี้ แต่ก็ขายหมดทุกปี จนไม่ต้องเก็บไปขายนอกไร่ โดยขายแค่เฉพาะนักท่องเที่ยวที่ไร่ก็ยังไม่พอ

(คลิปข่าว) แห่ชมหมอนทองยักษ์ ลูกละเกือบ 2 พัน ไม่พอขาย

ส่วนความเป็นมาของทุเรียนหมอนทองยักษ์ในสวนหงษ์ศรีทองนี้ เริ่มตั้งแต่ปี 2545 ตนเองได้คิดที่จะปลูกทุเรียน ในพื้นที่รอบบ้าน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 13 ไร่ โดยมีการปลูกผลไม้ชนิดอื่นผสมผสานด้วย เช่น ลำไย ลิ้นจี่ มะม่วง แก้วมังกร และทุเรียนหมอนทอง ซึ่งช่วงแรกก็นำทุเรียนมาปลูกไว้ จำนวน 60 ต้น และปลูกเพิ่มต่อเนื่องทุกปี จนปัจจุบันมีต้นทุเรียนหมอนทองในสวนทั้งหมดกว่า 200 ต้น ซึ่งหลังจากปลูกรุ่นแรก 5 ปีผ่านไป ทุเรียนในไร่ก็เริ่มออกลูก โดยลูกเทียนรุ่นแรกๆ ก็มีน้ำหนัก 5-6 กิโลกรัมเหมือนทุเรียนหมอนทองทั่วไป แต่หลังจากนั้นก็เริ่มมีลูกใหญ่ขึ้น จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้วก็สามารถเก็บลูกทุเรียนขนาดใหญ่ช่างน้ำหนักได้กว่า 13 กิโลกรัม สร้างความแปลกใจให้กับนักท่องเที่ยวที่พบเห็นเป็นอย่างมาก ซึ่งเชื่อว่าอาจจะเกิดจากแร่ธาตุที่อยู่ใต้ดิน ซึ่งทำให้ผลผลิตทุเรียนดี มีลูกดก ไม่ต่ำกว่าต้นละ 20 ลูก และมีลูกขนาดใหญ่กว่าทุเรียนหมอนทองทั่วไป โดยทุเรียนจะเริ่มออกดอกช่วงเดือนมกราคม และเริ่มเก็บลูกขายได้ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวสนใจมาชมสวนทุเรียนนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งตนเองก็ยินดีที่จะให้คำแนะนำ และพร้อมที่จะส่งเสริมให้ชาวบ้านแถวนี้หันมาปลูกทุเรียนกัน เพราะจะได้ทำให้บริเวณ ต.ไทยสามัคคี กลายเป็นพื้นที่ปลูกทุเรียนหมอนทองผืนใหญ่ เพื่อที่จะได้ทำให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร จะได้ทำให้ อ.วังน้ำเขียว น่ามาท่องเที่ยวทุกฤดู ทั้งหน้าหนาว หน้าร้อน และหน้าฝน

(คลิปข่าว) แห่ชมหมอนทองยักษ์ ลูกละเกือบ 2 พัน ไม่พอขาย

ด้านนางสาวขวัญยุพา นาคินชาติ นักท่องเที่ยวชาว จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ตนเองได้ทราบข่าวจากโซเชียล จึงได้พากันเดินทางมาชม ก็พบว่าทุเรียนหมอนทองที่นี่ มีลูกขนาดใหญ่มาก ทุกต้นออกลูกดกเต็มต้น หลายลูกที่อยู่บนต้นมีขนาดไม่ต่ำกว่า 8-10 กิโลกรัม ซึ่งคาดว่าเมื่อถึงเวลาเก็บขายจะมีน้ำหนักมากกว่านี้อีก โดยจากการลองชิมทุเรียนหมอนทองที่นี่ จะมีพูสีเหลืองอ่อน ผิวเนื้อแห้ง กลิ่นไม่แรง เม็ดลีบ เนื้อมาก รสชาติหอม หวาน กรอบนอก นุ่มใน จึงถือว่าราคากิโลกรัมละ 140 บาท ไม่แพง ซื้อไปแล้วคุ้มค่าแน่นอน

(คลิปข่าว) แห่ชมหมอนทองยักษ์ ลูกละเกือบ 2 พัน ไม่พอขาย

นางสาวสุปราณี คำภูดี นักท่องเที่ยวชาว จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ตนเองเป็นคนชื่นชอบทุเรียนมาก โดยเฉพาะทุเรียนหมอนทอง เมื่อมีโอกาสมาเที่ยวที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา จึงได้พาเพื่อนๆ แวะมาเที่ยวชมถึงในสวน ซึ่งก็พบว่าช่วงนี้ทุเรียนกำลังเริ่มได้เก็บผลผลิตขายแล้ว แต่มาซื้อไม่ทันเพราะมีนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นมาสั่งซื้อไว้ก่อนแล้วตั้งแต่ช่วงเช้า ทำให้ได้ชิมเพียงเล็กน้อย ที่เจ้าของสวนเตรียมไว้ให้ ซึ่งทุเรียนหมอนทองที่นี่ลูกใหญ่มาก ถ้าขายกิโลกรัมละ 140 บาท ก็น่าจะได้ราคาลูกละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาทเลยทีเดียว