
(คลิปข่าว) ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์พบคนไทยร่วมขบวนการ 10 คน
"บิ๊กโจ๊ก"นำทีมตร.ร่วมกับหน่วยงานมาเลเซีย บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์"เฉิน หยวน ไข่" พบคนไทยร่วมมือเป็นพนักงานรับโทรศัพท์ 10 คน มีไต้หวันควบคุมดูแล 2 คน
“บิ๊กโจ๊ก”นำทีมตร.ร่วมกับหน่วยงานมาเลเซีย บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์”เฉิน หยวน ไข่” พบคนไทยร่วมมือเป็นพนักงานรับโทรศัพท์ 10 คน มีไต้หวันควบคุมดูแล 2 คน
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการเข้าตรวจค้นภายในบ้านเดี่ยวสุดหรู แบ่งออกเป็นห้อง ซึ่งมีโต๊ะ ฉากกั้นเสียง พร้อมอุปกรณ์สื่อสารทั้ง คอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ, ซิมโทรศัพท์พร้อมใช้งาน, สมุดบัญชีธนาคาร นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบโพยรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูงรวมถึงบทพูดคุยระหว่างแก๊งคอลเซ็นเตอร์กับเหยื่อที่กำหนดไว้ เช่น จากหน่วยปราบปรามยาเสพติด หน่วยปราบปรามการฟอกเงิน ไปจนถึงศาล
นอกจากนั้นยังพบคนไทย 10 คน ทำหน้าที่โทรศัพท์หาเหยื่อปลายทางในประเทศไทย และมีชายชาวไต้หวัน 2 คน ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมและสั่งการ ในการหลอกลวงเหยื่อตามกลุ่มเป้าหมายที่ถูกสั่งจากนายปั๊กเป้า ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ชาวไต้หวัน ซึ่งแก๊งนี้เริ่มปฏิบัติการหลอกลวงคนไทยเป็นเวลา 1 เดือนเศษ มีเหยื่อหลงกลโอนเงินให้แล้วกว่า 4 แสนบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครั้งนี้เป็นการบุกเข้ามากวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 3 ในมาเลเซียของตำรวจท่องเที่ยว และยังเป็นครั้งแรกในการบุกเข้าจับยามวิกาลในต่างแดน ซึ่งจะเห็นได้ว่า การขับเคลื่อนของแก๊งนี้ยังอาศัยคนไทยเป็นตัวเชื่อมสำคัญ ขณะที่กลุ่มคนไทย ก็ยังคงปฏิเสธ และอ้างว่า ถูกหลอกมาทำงาน โดยหนึ่งในคนไทย ซึ่งเป็นทีมงานคอลเซ็นเตอร์ ที่เดินทางมาจากจังหวัดสงขลา และ สุโขทัย อ้างว่า รู้แค่มาทำงาน แต่ไม่รู้ว่าคอลเซ็นเตอร์
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับการบุกเข้าทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในประเทศมาเลเซียครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 แล้ว แก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้เป็นแก๊งตั้งใหม่ที่พยายามย้ายศูนย์เพื่อหลบหนีการตรวจสอบ แต่เทคนิคหรือวิธีการ ยังเป็นแบบเดิม โดนก่อนที่ตำรวจจะบุกเข้าทลาย 1 ใน 10 คนไทย หลบหนีออกมาได้ก่อนโดยมุ่งหน้ากลับไปยังอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แต่ถูกตำรวจรวบตัวได้ก่อนที่จะหนีเข้ากรุง
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บอกด้วยว่า การทำงานปราบปรามระหว่างประเทศ ครั้งที่ 3 ในมาเลเซีย ได้รับการยอมรับและตอบสนองจากทางการมาเลเซียมาก ไม่เพียงจะช่วยตามรอยเบาะแสและพิกัดที่ตั้ง ยังให้ตำรวจท่องเที่ยวของไทย พร้อมชุดสายสืบเข้าร่วมจับกุมด้วย ถือเป็นการทำงานตามแนวทาง วันเวิลด์ วันทีม หรือตำรวจหนึ่งเดียวทั่วโลก



