
(คลิปข่าว) ร้องสื่อชนเเล้วหนี ตร. ไห้ไปหาหลักฐานมา
ภรรยาร้องสื่อหาเบาะแสกระบะแล้งน้ำใจ ชนแฟนหนุ่มแล้วหลบหนีขณะที่หวังพึ่งตำรวจแต่กลับให้ไปหาหลักฐานเอง
โดยนายนิกร ได้เล่าว่า วันเกิดเหตุคือวันที่ 7 พ.ค. 2561 เวลาประมาณ 19.50 น. หลังเลิกงานขณะที่ตนกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์จะกลับบ้านพัก ผ่านข้างโรงพยาบาลจุฬารัตน์สุวรรณภูมิ บนถนนกิ่งแก้ว มุ่งหน้าคลองขุด ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ขณะที่ตนขับขี่อยู่เลนซ้ายเกือบชิดขอบทาง จู่ๆ รถกระบะสีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ที่ขับตามหลังมาทางเลนกลางได้หักเข้ามาเฉี่ยวชนตนจนล้มและลากไถลไปกับพื้นถนนจนได้รับบาดเจ็บ โดยที่รถคู่กรณีไม่จอดลงมาดูตนแต่อย่างใดก่อนจะขับหลบหนีไปทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นหลังเกิดเหตุมีอาสานำตัวเองส่งโรงพยาบาล แพทย์ให้พักรักษาและดูอาการอยู่ที่บ้านพัก หลังจากนั้นเวลาประมาณ 22.00 น.ของวันที่เกิดเหตุ ตนได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี เพื่อลงบันทึกประจำวันและแจ้งความร้องทุกข์ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามจับกุมรถคู่กรณีมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
หลังจากนั้นวันรุ่งขึ้นตนเองจึงโทรไปสอบถามพนักงานสอบสวนว่าพอจะทราบเบาะแสของคู่กรรีหรือไม่แต่กลับได้รับคำตอบว่า งานเยอะและให้ไปหาหลักฐานมาเพิ่มเอง ทำให้แฟนสาวต้องลาหยุดงานและไปเดินไล่กล้องวงจรปิดใกล้เคียงที่เกิดเหตุ โดยพบว่าบริเวณดังกล่าวมีกล้องวงจรปิดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นติดตั้งอยู่หลายตัว แต่เมื่อไปสอบถามหน่วยงานที่รับผิดชอบกลับได้รับคำตอบว่าใช้งานไม่ได้มานานแล้ว ทำให้ต้องย้อนกลับมาหาอีกครั้งจนกระทั่งได้รับความอนุเคราะห์จากร้านจำหน่ายเครื่องยนต์และอะไหล่มือสอง ที่ติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ในบริษัทและบันทึกภาพขณะเกิดเหตุเอาไว้ได้แต่ไม่เห็นทะเบียนรถ
ขณะที่แฟนสาวออกมาเปิดเผยความในใจว่า ตนน้อยใจตำรวจที่เอ่ยข้ออ้างออกมาแบบนั้นและยังบอกให้ตนไปหาหลักฐานเพิ่มเอง ซึ่งตนมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม การเกิดเหตุครั้งนี้ แต่ยังเคราะห์ดีที่ไม่เป็นอะไรมาก แต่หากพิการหรือเสียชีวิตไปครอบครัวตนเองรวมถึงบุตรจะอยู่กันยังไงเพราะผู้บาดเจ็บเป็นเสาหลักของครอบครัว การที่ตนออกมาร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมและวิงวอนผู้ก่อเหตุออกมารับผิดชอบการกระทำของตัวเองรวมไปถึงประชาชนท่านใดที่มีภาพกล้องหน้ารถหรือจดจำหมายเลขทะเบียนรถคันก่อเหตุขอให้แจ้งเบาะแสเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลีด้วย เพื่อจะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย



