
บุญสลากภัต บุญวันวิสาขบูชา ที่..."วัดตากฟ้า"
อ.ตากฟ้า เดิมเป็นตำบลหนึ่งซึ่งอยู่ในเขตปกครองของ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ทั้งนี้เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๑๓ ต.ตากฟ้า ได้แยกการปกครองออกจาก อ.ตาคลี โดยยกฐานะเป็น อ.ตากฟ้า ตามพระราชกฤษฎีกา ลงอยู่ในเขตปกครองของ จ.นครสวรรค์ โดยมิได้ตั้งเป็นกิ่งอำเภอมาก่อน
คำว่า “ตากฟ้า” มีที่มาว่า ในสมัยก่อน อ.ตากฟ้า เป็นป่าดงดิบ มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมโดยทั่วไป แต่มีลานที่แสงแดดส่องถึงลงได้ ซึ่งเป็นลานที่ไก่ฟ้าชอบออกมาเล่นแสงแดดตรงที่ว่าง พวกพรานจึงตั้งชื่อลานนั้นว่า “ลานไก่ฟ้า” ต่อมามีประชาชนเริ่มเข้ามาอาศัยอยู่ จึงนำผ้าไปตากที่บริเวณลานดังกล่าว เพราะมีแสงแดดส่องถึง เลยเรียกกันติดปากอีกชื่อหนึ่ง “ลานตากผ้า” ต่อมาออกเสียงเพี้ยนเปลี่ยนเป็น “ลานตากฟ้า” และใช้เป็นชื่ออำเภอมาจนถึงปัจจุบัน
บุญประเพณีปฏิบัติที่พุทธศาสนิกชนตากฟ้าได้ถือนี้มาในทุกๆ วัด ตั้งแต่หลายสิบปีมาแล้ว คือ "บุญสลากภัต" โดยเฉพาะที่วัดตากฟ้าได้จัดตามประเพณีมาเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้เมื่อ พ.ศ.๒๕๓๗ พระศรีสุทธิเวที (ริด ริตเวที ป.ธ.๙, กศ.ม.) หรือ เจ้าคุณริด เจ้าคณะอำเภอตากฟ้า และเจ้าอาวาสวัดตากฟ้าพระอารามหลวง เป็นผู้ริเริ่มสนับสนุนและส่งเสริมให้มีประเพณีบุญสลากภัตเป็นประเพณีประจำ อ.ตากฟ้า มาจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งมีสภาวัฒนธรรมอำเภอตากฟ้าเป็นผู้ประสานงานให้ และได้รับความร่วมมือจากชาวตากฟ้าทุกคน
กิจกรรมในงานประเพณีบุญสลากภัตของ อ.ตากฟ้า ที่ว่าแปลกกว่าที่อื่น ได้แก่ ๑.การประกวดสำรับสลากภัต ซึ่งจะมีการกำหนดรูปแบบของสำรับสลากภัต เพื่อให้มีความสวยงามและเพียงพอสำหรับจำนวนพระภิกษุ โดยจะมีการกำหนดรูปแบบดังนี้
ต้องมีคานหางหงษ์, สาแหรก และกระจาด ต้องมีอาหารคาว ๔ อย่าง และอาหารหวาน ๔ อย่าง ต้องมีคนโทน้ำ (อาจจะเป็นขันทองเหลือง หรือเหยือกแก้วก็ได้) โดยจะมีการลอยดอกมะลิ หรือหยดน้ำยาอุทัยทิพย์ก็ดี และต้องมีภาชนะตักน้ำด้วย ที่สำคัญคือ เจ้าของสำรับจะแต่งชุดไทย หรือชุดพื้นบ้าน
๒.การประกวดเทพีสลากภัต เป็นกิจกรรมที่เสริมเข้ามาให้งานใหญ่ขึ้น การประกวดก็จะเหมือนกับการประกวดนางงามทั่วไป คือ มีการเดิน, การแสดงความสามารถทางวัฒนธรรม และจะไม่กำหนดสถานภาพของผู้เข้าประกวดคือ อาจจะเป็นโสด, ม่าย หรือสมรสแล้ว ก็ได้
๓.การประกวดขบวนแห่สลากภัต เป็นกิจกรรมที่เสริมเข้ามาอีกกิจกรรมหนึ่ง โดยจะกำหนดรูปแบบขบวนให้เหมือนกันทุกหน่วยงานที่เข้าร่วมกิจกรรม สำหรับรูปแบบของขบวนแห่สลากภัตในแต่ละขบวนมีดังนี้ มีรถตกแต่งเป็นเรื่องราวพุทธประวัติ ๑ คัน บนรถต้องมีหญิงสาวแต่งชุดไทย ๑ คน มีสำรับสลากภัต ๑ สำรับ มีผู้หาบสำรับอย่างน้อย ๑๐ คนขึ้นไป (แต่งชุดไทย) มีขบวนเถิดเทิงก็ได้ และมีผู้เข้าร่วมขบวนแต่งชุดไทยอย่างน้อย ๓๐ คน
อานิสงส์แห่งบุญสลากภัต
ประเพณีสลากภัต เป็นประเพณีทำบุญที่คนในปัจจุบันไม่ค่อยรู้จักกันดีนัก เพราะมิใช่ประเพณีใหญ่โตแบบตรุษ หรือสารท มักจะทำตามบ้านที่นิยมเลื่อมใส หรือมีสิ่งของพอที่จะรวบรวมมาถวายพระ หรือเข้าสลากภัตได้ ก็จะจัดพิธีนี้ขึ้น บางแห่งนิยมทำในฤดูกาลที่มีผลไม้ดกและสุก ในระหว่างเดือน ๖ จนถึงเดือน ๘
เจ้าคุณริด บอกว่า ความเป็นมาของประเพณีนี้คือ สมัยหนึ่งครั้งพุทธกาลได้เกิดทุพภิกขภัย ชาวบ้านหาอาหารมาถวายพระได้ยาก จึงทูลพระพุทธเจ้าว่า หากมีอาหารจำนวนน้อยไม่เพียงพอที่จะถวายอาหารแด่ภิกษุได้ครบทุกรูป จะถวายโดยให้ภิกษุจับสลากจะได้หรือไม่ พระพุทธเจ้าก็ทรงอนุญาต จึงเกิดมีประเพณีถวายอาหารแด่ภิกษุโดยวิธีการจับสลาก
กรรมวิธีการจัดทำอาจต่างกันตามท้องถิ่น มีหลักอยู่ที่การถวายโดยให้ภิกษุจับสลากก่อน ภิกษุรูปใดจับสลากได้ของผู้ใดก็รับอาหารจากผู้นั้น ปัจจุบันแม้จะมีอาหารสมบูรณ์แล้วก็ยังนิยมทำบุญตามประเพณีอยู่
อานิสงส์หรือผลดีของการถวายสลากภัต ๑.ผู้ทำบุญสบายใจที่ได้นำผลิตผลที่ตนทำขึ้นมาทำบุญ ๒.เป็นการบำรุงพระพุทธศาสนา โดยถวายภัตตาหาร ผลไม้ เครื่องไทยธรรมแด่พระภิกษุสามเณร ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบให้เป็นกำลังสืบพระพุทธศาสนาต่อไป ๓.เป็นการส่งเสริมการเกษตร โดยแพร่พันธุ์ผลไม้พันธุ์ดี อันได้มาจากการถวายสลากภัต
๔.เป็นการปลูกฝังคุณธรรม คือขจัดความเห็นแก่ตัว โดยเลือกสิ่งที่ดีที่สุดมาทำบุญ นอกจากนั้นยังเป็นการสร้างความสามัคคีในหมู่คณะและเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชนอีกด้วย ในปัจจุบันการถวายสลากภัต จัดว่าเป็นการส่งเสริมประชาธิปไตย ด้วยเพราะเป็นการถวายโดยไม่เจาะจง ๕.เป็นการรักษาประเพณีอันดีงามให้สืบทอดต่อไป ๖.เป็นการถวายความสะดวกแด่พระภิกษุที่จำพรรษาในอาวาสนั้นๆ ๗.ได้โอกาสสงเคราะห์สังคม เป็นสังคหทาน ๘.ถือเป็นโอกาสอันดีในการบำรุงศาสนวัตถุและศาสนสถาน ๙.การทำบุญถวายสลากภัตนี้ถือว่ามีอานิสงส์แรง และมักเชื่อกันว่าคนทำบุญจะได้ประสบโชคลาภแบบไม่คาดคิด
"ประเพณีบุญสลากภัตเป็นประเพณีประจำ อ.ตากฟ้า มาจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งมีสภาวัฒนธรรมอำเภอตากฟ้าเป็นผู้ประสานงานให้ และได้รับความร่วมมือจากชาวตากฟ้าทุกคน"
0 เรื่อง / ภาพ ไตรเทพ ไกรงู 0



