
พระครูธรรมคุต(หลวงพี่โต้ง) ในวันที่..."นำธรรมสร้างคน นำคนสร้างป่า"
โดยทั่วไปแล้วหากกล่าวถึง วัด คนส่วนใหญ่คิดแต่เพียงว่าเป็นสถานที่ที่มีโบราณวัตถุ โบสถ์วิหารต่างๆ อาจมีความเก่าแก่หรือความวิจิตรงดงามแตกต่างกันออกไป ตามแต่กำลังศรัทธาสาธุชน แต่ละวัดแต่ละท้องที่ก็แตกต่างกัน ทั้งนี้ วัดจะกลายเป็นบ้านพักของพระ และที่ทำกิจขอ
แต่ในความเห็นของพระครูธรรมคุต (พระอธิการสรยุทธ ชยปญฺโญ) หรือหลวงพี่โต้ง เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ กลับมองว่า แท้จริงแล้ววัดไม่น่าจะเป็นเพียงแค่อาราม ที่พัก และที่ทำกิจของพระเท่านั้น วัดควรจะหมายรวมถึงแหล่งรวมจิตใจของคนที่จะให้ที่พึ่งพิงทางจิตใจให้แก่คน ดังนั้นสถานที่ใดๆ ก็ตาม ที่สามารถรวมจิตใจของคนได้ สั่งสอนคนให้เป็นคนดี มีสัมมาทิฐิได้ อยู่แล้วสงบสุข สบายใจ นั่นก็เปรียบเสมือนวัดได้ อาจไม่ต้องมีสิ่งปลูกสร้างใหญ่โตก็ไม่เป็นไร ในลำห้วย ในคอกหมู ที่ใดก็ได้
ทั้งนี้ หลวงพี่โต้ง ได้ให้เหตุผลในการที่พระมาสร้างป่านั้นว่า เป็นเพราะว่าเราเห็นถึงทรัพยากรธรรมชาติที่เสื่อมโทรม เพราะถูกมนุษย์ตักตวงไปใช้ โดยที่ไม่ได้คิดจะปลูกเสริมเพิ่มทดแทน หากเราไม่ทำอะไร ต่อไปภายหน้าลูกหลานคงจะประสบปัญหา ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติป่าและน้ำในประเทศแน่นอน ประเทศของเราโชคดีที่มีภาคเหนือเป็นพื้นที่สูงอยู่ในประเทศตัวเอง บ่อยครั้งมักถูกตั้งคำถามว่า ทำไปเพื่ออะไร เป็นหน้าที่ของพระด้วยหรือ ก็จะตอบว่าเราได้ทำสิ่งเหล่านี้เพราะเราเห็นความจริง หากทุกคนในโลกเปิดใจยอมมองความเป็นจริง ก็คงจะคิดเหมือนเราว่า คงอยู่เฉยๆ ไม่ได้ อย่างคนในเมืองที่มีรถส่วนบุคคลต้องเติมน้ำมันจากปิโตรเลียมที่ดูดมาจากใต้พื้นโลก นั่นแหละ เราก็มีส่วนเพิ่มก๊าซเรือนกระจก คือคาร์บอนไดออกไซด์ให้บรรยากาศ
หากเรามีความเป็นธรรมและเปิดใจจริงๆ เราต้องช่วยลดในสิ่งที่เราทำลงไป คือ ต้องชดใช้คืน เราน่าจะปลูกต้นไม้คืนให้โลกคนละ ๑๐ ต้นต่อปี เพื่อชดเชยที่เราเผาเชื้อเพลิงจากฟอสซิลไป ให้ต้นไม้สังเคราะห์แสง เอาก๊าซเรือนกระจกกลับลงมาในรูปของของแข็ง คือ ลำต้น กิ่งก้านใบ ก็จะรักษาสมดุลอยู่ได้ ดังนั้นการถ่ายทอดและบอกสอนด้วยการกระทำและโอวาทต่างๆ นี้ จึงมีคนเข้าใจและร่วมในแนวทาง จึงเกิดการสร้างคนขึ้นมานั่นเอง
"ด้วยเหตุนี้วัดที่อาตมาได้ดูแลอยู่ จึงเป็นจุดรวมจิตใจของคนที่จะมาทำบุญ และมารับฟังข้อคิดต่างๆ ที่ไม่เคยคิด เพราะเขาเข้าใจก็ไปลงมือปฏิบัติให้เกิดผลได้ เมื่อเกิดผล ความสุขความเจริญก็ตามมา ทำให้เขามีศรัทธามากขึ้น เพราะทำลงไปแล้วได้ผลจากที่เราสอนไปนั่นเอง ต่อไปก็จะมาที่วัดด้วยความเลื่อมใสและร่วมกับวัด ช่วยเสียสละ เพื่อทำในงานต่างๆ เหล่านี้อย่างเห็นคุณค่าแท้ ไม่ใช่ไปวัดเพราะทำตามประเพณี คนมาที่นี่ไม่ได้มาเพราะประเพณี แต่มาเพราะเห็นว่าสิ่งที่พระสอน และพาทำ มันยังประโยชน์ให้เกิดขึ้นได้จริง วัดจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับพวกเขาจริงๆ" หลวงโต้งกล่าว พร้อมกับบอกด้วยว่า
ในมุมมองของวัดพระบรมธาตุดอยผาส้มนั้น เราใช้หลักการเข้าถึงชุมชนอย่างแท้จริง โดยดูที่ปัญหาของชาวบ้านในปัจจุบันเป็นหลักใหญ่ แล้วหากเรามาคิดเรื่องของเราแต่เพียงคนเดียว จะแก้ปัญหาได้หรือไม่ จะทำอย่างไรให้คนเห็นค่าของการทำเพื่อส่วนรวม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม มาก่อนประโยชน์ส่วนตน วัดจะเป็นผู้ให้ “ให้” ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ มีอะไรที่จะให้ได้บ้าง เช่น ให้แนวทางการดำเนินชีวิต ให้คุณธรรม ให้องค์ความรู้ ให้ความเมตตา เป็นที่พึ่งทางใจ และให้โอกาส ดังนั้น วัด ป่า คน ก็ถือเป็นองค์ประกอบที่จะทำให้เกิดคุณธรรมขึ้นในโลกนี้ เมื่อคุณธรรมเกิดขึ้นในที่ใด ความสุขก็จะตามมา ความทุกข์ก็จะลดหายมลายไป ณ ที่นั้นเอง หากเราท่านทุกคนมาร่วมกันทำกิจที่จะเป็นไปเพื่อความเป็นอย่างนี้ ก็สมควรภาคภูมิใจได้ว่าเราไม่เสียชาติเกิดที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์แล้วในชาตินี้ขอทุกท่านจงได้พิจารณาตามที่ได้แสดงนี้ด้วยเทอญ
หลวงพี่โต้พูดทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า "เรามาสร้างทั้งป่า ทั้งคน ทั้งวัด เป็นเรื่องเดียวกันทั้งหมด ป่าไม้ก็อยู่ต่อไปได้ ชุมชนก็อยู่ต่อไปได้ ส่วนพระศาสนาก็ดำรงอยู่ต่อไปได้เช่นกัน ตอนแรกตั้งใจมาปฏิบัติธรรมที่นอกหมู่บ้าน ไม่คิดว่าจะมาทำอะไร แต่เห็นพระธาตุเก่าก็สลดใจ เลยชวนคนช่วยกันทำ บางคนก็ถวายรถแบ็คโฮมาทำถนน เมื่อข่าวกระจายไปทุกหมู่บ้าน คนก็มาช่วยกันแบกหิน แบกทรายกัน ปัจจุบันวัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม ได้รับการบูรณะด้วยแรงศรัทธา งานก่อสร้างมีวันที่สิ้นสุดลง แต่สำหรับงานสร้างธรรมะให้สถิตสถานถาวรในหัวใจผู้คนในฐานะศิษย์ตถาคต คงเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น"
บุญสรงน้ำ 'พระบรมสารีริกธาตุ'
"ดอยผาส้ม" เป็นภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า ๑,๒๐๐ เมตร บนยอดดอยมีพระธาตุเก่าที่สร้างตั้งแต่สมัยครูบาศรีวิชัย หากไปกราบสักการะเมื่อ ๕ ปีก่อนคงเห็นเพียงเจดีย์รกครึ้มกลางดงหญ้า แม้ยังตั้งตรงตระหง่านไม่ทรุดเอียง แต่ก็ทรุดโทรมด้วยอิฐปูนกะเทาะลอกร่อน คล้ายปราศจากการดูแลมานานปี แต่บังเอิญที่ หลวงพี่โต้ง พระอาจารย์หนุ่มศิษย์ หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ วัดป่าบ้านค้อ จ.อุดรธานี จรผ่านมาปฏิบัติธรรมใกล้ๆ หมู่บ้านพอดี
พ.ศ.๒๕๔๘ วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม ได้มีการพลิกฟื้นบูรณะสถานที่แห่งนี้ขึ้นอีกครั้ง ซึ่งการบูรณะในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เนื่องจากอยู่บนภูเขาสูง หนทางลำบาก แต่เพราะด้วยศรัทธาอันแรงกล้า รวมถึงความร่วมมือร่วมใจของทุกคน ทั้งคณะศรัทธาจากหมู่บ้านต่างๆ และชาวกรุงเทพฯ ที่รวบรวมปัจจัยมาถวาย เพื่อการบูรณะซ่อมแซมองค์พระธาตุ และสร้างมณฑปใหม่นั้น ทำให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น
ระหว่างวันที่ ๑๕-๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๔ วัดได้จัดให้มีประเพณีสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งได้ทำสืบทอดกันมาเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่โบราณกาล จะจัดให้มีงานมหกรรมธรรมะนำชีวิต ปฏิบัติธรรม บวชชีพราหมณ์ ตั้งโรงทาน (มังสวิรัติเท่านั้น เป็นธรรมเนียมในงานสรงน้ำพระบรมธาตุ) และพิธีฉลองสมโภช พระเจ้าทันใจ ทั้งนี้ในวันอังคารที่ ๑๗ พฤษภาคม เวลา ๑๔.๐๐ น. พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี จะมาเป็นประธานในพิธีและทอดผ้าป่าเพื่อสมทบทุนสร้างศาลาอเนกประสงค์ พุทธศาสนิกชนร่วมบุญได้ที่ วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม โทร.๐๘-๙๕๗๔-๒๕๒๘, ๐๘-๙๙๒๖-๓๘๗๗
"ปัจจุบัน วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม ได้รับการบูรณะด้วยแรงศรัทธา งานก่อสร้างมีวันที่สิ้นสุดลง แต่สำหรับงานสร้างธรรมะให้สถิตสถานถาวรในหัวใจผู้คน ในฐานะศิษย์ตถาคต คงเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น"
0 เรื่อง / ภาพไตรเทพ ไกรงู 0



