พระเครื่อง

คันฉ่องและโคมฉาย - ธรรมะสำหรับนักบริหาร (6)

คันฉ่องและโคมฉาย - ธรรมะสำหรับนักบริหาร (6)

10 พ.ค. 2554

แม้แต่ในองค์กรของพระพุทธเจ้าเอง เวลาเลือกผู้บริหาร รู้ไหมพระพุทธเจ้าใช้หลักการอะไร ในแง่การเคารพกัน พระพุทธเจ้าใช้หลักความอาวุโส ตามเวลาที่บวช คนไหนบวชก่อนคนนั้นได้รับการเคารพก่อน สมมุติอาตมาอายุแค่ยี่สิบห้า อาตมาบวชก่อนมาห้าปี เมื่อวานนี้มีพระบวชใหม่ร

 ในทางพระพุทธศาสนา ความเคารพนี้ ท่านก็ให้ว่าตามวันเวลาของการเข้ามาสู่สมาคมสงฆ์ แต่ในแง่ของการทำงาน พระพุทธเจ้าใช้อีกเกณฑ์หนึ่ง ใช้คนเก่ง ส่วนในแง่ของการอยู่ร่วมกันในองค์กร พระพุทธเจ้าใช้ความอาวุโส

 ในเรื่องของการเคารพนบนอบนั้น ว่าไปตามอาวุโส ใครมาก่อนคนนั้นก็เป็นพี่ใหญ่ ใครมาหลังคนนั้นก็เป็นน้อง ไม่เอาอายุ เอาวันเวลาที่เข้ามาสู่องค์กรสงฆ์ แต่ในแง่ของการทำงาน พระพุทธองค์ทรงใช้คนที่ทำงานได้ไม่เน้นที่อาวุโส เช่นในโอกาสที่จะเลือกอัครสาวกซ้ายขวา ตัวแทนพระสงฆ์นี้โหวตกันเยอะแยะมากมาย ส่งรูปนั้นเข้ามาส่งรูปนี้เข้ามาพระอรหันต์ทั้งนั้น แต่พระพุทธเจ้าไม่เลือก พระพุทธเจ้าเลือกพระหนุ่มสองรูปซึ่งเพิ่งบวชใหม่

คนหนุ่มสองคนนั้นเป็นนักปรัชญาที่มีชื่อมากในอินเดีย เมื่อเดินเข้าวัดมา พระพุทธเจ้ากำลังแสดงธรรมอยู่ แต่พระพุทธเจ้ายุติการแสดงธรรมแล้วชี้ไปที่สองคนนั้น และบอกต่อที่ประชุมสงฆ์ว่า พวกเธอดูนะ สองคนนี้ต่อไปจะเป็นอัครสาวกเบื้องขวาและเบื้องซ้ายของฉัน ในขณะที่มีพระเถระมากมายนั่งอยู่ในที่ชุมนุมสงฆ์ พระพุทธองค์ไม่เลือก พระอัครสาวกซ้ายขวาก็คือมือซ้ายขวา ที่จะมาเป็นมือทำงาน พระพุทธเจ้าเลือกคนหนุ่ม ที่มีไฟในการทำงาน ส่วนผู้ที่มาก่อนเป็นผู้อาวุโส พระพุทธองค์ก็ให้เคารพนบน้อบกันไป เพื่อให้อยู่ในสังคมอย่างปกติสุข

 นี่ก็เป็นตัวอย่างว่า แม้แต่การทำงานในคณะสงฆ์ พระพุทธองค์ก็ทรงแบ่งชัดเจนว่า เรื่องเคารพว่ากันไปตามสมาชิกภาพ อายุของสมาชิกภาพ แต่ในแง่ของการทำงานแล้วก็ต้องว่ากันไปตามความรู้ความสามารถ

 ผู้บริหารแบบที่เป็นผู้อาวุโสนั้น ถ้าเป็นผู้อาวุโสที่มีไฟในการทำงาน มีข้อดี เนื่องจากผ่านวัยมามาก จึงมีความรอบคอบสูง แต่ถ้าเป็นผู้อาวุโสประเภทที่ไฟก็ไม่เหลือ ความสามารถก็ไม่ถึง แต่เคราะห์กรรมนำท่านให้ขึ้นมานั่งเก้าอี้ อันนี้ก็เป็นเคราะห์มวลรวมขององค์กร เป็นกรรมหมู่ขององค์กรไปที่ลูกน้องหรือพนักงานก็ต้องนั่งเฝ้าท่านจนเกษียณจนลาจากเก้าอี้ไป

 ฉะนั้นผู้บริหารคือผู้อาวุโสนี้ ไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก ดีอย่างเดียวเท่านั้นคือ องค์กรมีหัวเอาไว้เซ็นจดหมายนอกนั้นประโยชน์ไม่มาก

"ว.วชิรเมธี"

"}])