
ลิขิตจากใจ - ฝึกฝนจิตเพื่อรับสิ่งเปลี่ยนแปลง
แต่ละศาสนาฝึกสมาธิในรูปแบบต่างๆ กัน คริสเตียนใช้วิธีอธิษฐานและคิดใคร่ครวญ ฮินดูใช้โยคะ จิตเพ่งสิ่งเดียว เช่น จ้องหิน เปลวเทียน ศาสนาพุทธใช้วิธีจิตรวมเป็นหนึ่งแต่ให้รู้ตัวทั่วพร้อม
วิปัสสนาเป็นการปฏิบัติแบบพุทธที่เก่าแก่ที่สุด เป็นวิธีที่มาโดยตรงจากสติปัฏฐานสูตร ซึ่งเป็นคำสอนของพระพุทธองค์เอง เป็นวิธีสร้างความมีสติ และรู้ตัว ซึ่งตรงและค่อยเป็นค่อยไป ใช้เวลาเป็นแรมปี ผู้ฝึกจะเพิ่มความรู้ที่ชัดเจนของประสบการณ์ต่างๆ เช่น ฟังอย่างตั้งใจ จดจ่อ มองดูอย่างมีสติ หรือดมกลิ่น สัมผัสของกาย และสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในประสบการณ์เหล่านี้ เราเรียนรู้ที่จะรู้จักความคิดที่เกิดแต่ไม่ให้มันลากมันไป
จุดประสงค์ของการฝึกวิปัสสนาก็เพื่อให้มองเห็นความไม่เที่ยง ความไม่พึงพอใจเป็นทุกข์ และความไม่มีตัวตนแก่นสาร ในการฝึกวิปัสสนา เราจะต้องมีเจตคติว่า ฉันต้องการเข้าใจประสบการณ์ของการมีชีวิตและธรรมชาติแท้ของชีวิต ต้องการเห็นด้วยตัวเอง จะไม่เชื่อที่คนอื่นบอกเล่าหรือสอนให้ทำ
คำบาลีสำหรับ Insight Meditation คือวิปัสสนาภาวนา มีความหมายว่า การสร้างจิตให้เจริญงอกงาม เพื่อให้มองเห็นสิ่งต่างๆ รู้ชัดเจน และเข้าใจลึกซึ้ง ในการฝึกนั้น เราสร้างความมีสติให้เกิดขึ้น เพื่อให้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนั้นตามความเป็นจริง ไม่ติดอยู่กับความคิดหรือหลักการ
พุทธศาสนามีมานานกว่า 2,500 ปี พระพุทธโคดม สอนแบบทวนกระแสโลกและชักชวนต่อทุกๆ คนว่า "เชิญมาดูด้วยตัวท่านเอง" อย่าไปเชื่อที่คนอื่นบอก ...
หลักพุทธศาสนาสอนว่า คนเราพยายามทำให้สิ่งที่ไม่แน่นอนเป็นสิ่งแน่นอน แม้จะรู้ว่าทุกสิ่งรอบตัวเปลี่ยนแปลงหรือเสื่อมตลอดเวลา แต่มนุษย์พยายามไขว่คว้าไว้ให้นานที่สุด ไม่ยอมรับรู้ในความเปลี่ยนแปลง เมื่อพบความเปลี่ยนแปลงจึงมีความทุกข์ มนุษย์เก็บทุกสิ่งเป็นของตัวเองและคิดว่าจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป ศาสนาพุทธสอนให้เราฝึกฝนจิตเพื่อรับการเปลี่ยนแปลง



