พระเครื่อง

ประจำวันอาทิตย์ 19 เมษายน

ประจำวันอาทิตย์ 19 เมษายน

19 เม.ย. 2552

*** วันนี้...ฉัตรชัย ทิมกระจ่าง นายกเทศมนตรี เมืองศรีราชา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสมาคมพระเครื่องพระบูชาไทย ร่วมกันจัดงานประกวดพระบูชา พระเครื่อง และเหรียญคณาจารย์ ในวันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน 2552

ณ บริเวณโรงยิม ศูนย์เยาวชนเทศบาลเมืองศรีราชา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย มอบเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กเรียนดี ประพฤติดี แต่มีฐานะยากจนในเขตเทศบาลเมืองศรีราชา ส่วนรางวัลชนะเลิศพระแต่ละรายการ จะได้รับหนังสือรวมภาพพระชนะเลิศ งานกองข้าวศรีราชา ปี 50

 ** น้อย ไอยรา เชียงใหม่ บอกกล่าวมาว่า ในกระดานโชว์พระกรุล้านนา ของเว็บไซต์ PRALANNA.COM มีภาพพระสวยแปลกตาอยู่องค์หนึ่ง ที่ไม่ค่อยได้พบเห็นบ่อยนัก คือ พระลีลาเชียงแสน ลีลาการก้าวย่างอ่อนช้อยงดงามมาก เป็นพระเนื้อชินตะกั่วสนิมแดงครบสูตร มีคราบไขขาว ลงรักปิดทองเดิมจากในกรุ สวยสมบูรณ์ดูง่าย  ขนาดองค์พระสูงประมาณ ๔ นิ้ว เท่ากับ พระร่วงยืนประทานพร หลังรางปืน กรุสวรรคโลก จ.สุโขทัย อีกทั้งยังเหมือนกันในพุทธศิลป์ อายุ และพุทธคุณ ต่างกันตรงที่ราคาพระ ซึ่งพระลีลาเชียงแสน องค์นี้เจ้าของพระ คือ ผู้ใช้ชื่อว่า "คนเชียงราย" บ้านอยู่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย บอกว่าเช่ามาแสนกว่าเท่านั้น  ในขณะที่ พระร่วงหลังรางปืน ราคาหลักแสนปลาย จนถึงหลักล้านก็มี น้อย ไอยรา ยังบอกด้วยว่า เวลานี้ PRALANNA.COM มีผู้เข้าไปชมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย เพราะมีภาพพระแท้พระสวยและพระหายากของเมืองเหนือมากมาย พระบางองค์คนต่างถิ่นอาจจะไม่เคยพบเห็นมาก่อนก็มี **

 ** ลานโพธิ์ ฉบับรับวันสงกรานต์ 16 เมษายน 2552 แจกพระพิมพ์ปรกโพธิ์ใหญ่ เนื้อทองทิพย์ ผสมชนวนพระชัยวัฒน์หลวงปู่บุญ นับเป็นรุ่นแรกและรุ่นเดียว ปลุกเสกโดยหลวงปู่เจือ วัดกลางบางแก้ว เป็นองค์ที่สองที่แจกในชุดนี้ ซึ่งมี 5 พิมพ์ 5 องค์ จะทยอยแจกจนครบในปีนี้ 

 ** เหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง บางขุนเทียน ธนบุรี เป็นสุดยอดเหรียญพระเกจิอาจารย์ ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น ๑ ใน ๕ ของชุดเบญจภาคีเหรียญยอดนิยม ที่มีราคาเช่าหากันถึงหลักแสนขึ้นไป จนถึงหลักล้าน เป็นเหรียญที่สร้างขึ้นปี ๒๔๖๗ ด้านหลังเป็นยันต์ ๔ มี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์ ๔ จุด กับพิมพ์ ๓ จุด นอกจากนี้ยังมี เหรียญพิเศษ ที่สั่งทำขึ้นต่างหาก อีก ๓ แบบ คือ เหรียญทองคำ เหรียญทองคำลงยา และเหรียญฉลุยกหน้า มี ๒ เนื้อ คือเนื้อทองคำ และเนื้อเงิน เนื้อเงิน

** เหรียญฉลุยกหน้า หมายถึง เหรียญที่ฉลุไปตามองค์หลวงปู่ ลายกนก ตัวอักขระขอม และขอบสัณฐานที่เป็นรูปเสมา โดยมีด้านหลังซึ่งเป็นแผ่นทองคำ (หรือเงิน) ปะกบอีกชิ้นหนึ่ง ยึดติดอย่างสนิทแน่น นับเป็นงานฝีมือช่างชั้นสูง ที่สามารถทำได้อย่างสวยงามและลงตัวพอดี ซึ่งไม่ค่อยปรากฏให้เห็นในเหรียญพระเกจิอาจารย์ยุคเก่ามาก่อน เหรียญแบบนี้คาดว่า มีจำนวนสร้างน้อยมาก ต้องสั่งทำเป็นกรณีพิเศษ โดยเจ้านายชั้นสูง หรือคหบดีที่เป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดเท่านั้น มี ๒ เนื้อ คือ เนื้อทองคำ และเนื้อเงิน ในภาพนี้เป็น เหรียญฉลุยกหน้า เนื้อเงิน ของ เลิศ สุพรรณ เซียนพระหนุ่มรูปหล่อ ระดับแถวหน้าคนหนึ่งของวงการพระ **

 ** เมืองพิษณุโลก เป็นเมืองเก่าแต่โบราณกาล ซึ่งมีโบราณวัตถุ โบราณสถานมากมายที่ยังปรากฏเป็นหลักฐานอยู่จนถึงทุกวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมืองพิษณุโลก เป็นแหล่งสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมอันยิ่งใหญ่  คือ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองหลายองค์ อาทิ พระพุทธชินราช ที่ได้รับยกย่องว่ามีพุทธศิลป์งดงามที่สุดในโลก พระพุทธชินสีห์ พระศรีศาสดา ฯลฯ นอกจากจะเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์งดงามยิ่งแล้ว วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เมืองพิษณุโลก ยังมีพระกรุที่ได้จำลองมาจากพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ๓ องค์ ดังกล่าวอีกด้วย คือ พระพุทธชินราช ใบเสมา พระพุทธชินสีห์ และพระพุทธศาสดา (พระศรีศาสดา) ที่สร้างด้วยเนื้อชินเงิน และมีพุทธศิลป์ที่งดงามมาก สำหรับ พระพุทธชินราช ใบเสมา

และพระพุทธชินสีห์ แม้ว่าจะเป็นพระยอดนิยม ที่หายากมาก แต่ก็ได้ปรากฏโฉมหน้าให้พบเห็นบ่อยครั้ง ในวงการพระเครื่องเมืองไทย รวมทั้งภาพในนิตยสารพระเครื่องทั่วไป แต่สำหรับ พระพุทธศาสดา หรือ พระศรีศาสดา ไม่ค่อยได้พบเห็นกันเลย แสดงว่าหายากจริงๆ แม้แต่ ภาพ ก็ยังไม่ค่อยมีการเผยแพร่ในที่ต่างๆ บ่อยครั้งนัก แต่วันนี้ ท่านผู้อ่าน “คมเลนส์ส่องพระ” โชคดีที่สุดที่ได้ชื่นชมกับพิมพ์ทรงองค์พระของ พระศรีศาสดา เนื้อชินเงิน ของท่านผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม สมเกียรติ ภู่ธงชัยฤทธิ์ นักสะสมพระเครื่องยอดนิยม ผู้สนใจสะสมพระเครื่องมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน ประวัติของท่าน น่าสนใจมาก ตาล ตันหยง ได้สัมภาษณ์มาแล้ว และคงจะได้อ่านกันในคอลัมน์ “เส้นทางนักพระเครื่อง” ในเร็วๆ นี้ **

 ** สุดยอดของพระกริ่งเมืองไทย ต้องยกให้ พระกริ่งสายวัดสุทัศนฯ เพราะมีหลากหลายรุ่นให้เลือกหาได้ตามอัธยาศัย หากมีปัจจัยเพียงพอ โดยเฉพาะรุ่นที่สร้างโดย สมเด็จพระสังฆราช (แพ) และรุ่นที่สร้างโดย พระศรีสัจจญาณมุนี (เจ้าคุณศรีฯ สนธิ์) ** พระกริ่งสายนี้ ผู้ที่มีความรู้ความชำนาญพิเศษท่านหนึ่งของวงการพระเครื่องเมืองไทย ก็คือ อ.เกี๊ยก ทวีทรัพย์ ผู้ที่คอลัมน์นี้ได้อาศัยข้อมูลและภาพพระอยู่บ่อยๆ

 ** วันนี้ อ.เกี๊ยก ได้มอบภาพ พระกริ่งพระยาทิพย์โกษา (สอน โลหะนันท์) หรือที่วงการเรียกกันสั้นๆ ว่า พระกริ่งทิพย์โกษา ** พระกริ่งรุ่นนี้ เจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช (แพ) ทรงสร้างขึ้นในช่วงที่ดำรงสมณศักดิ์ที่ พระพรหมมุนี (ประมาณปี ๒๔๕๘-๒๔๖๒) บางท่านจึงเรียกพระกริ่งรุ่นนี้ พระกริ่งพรหมมุนี เนื้อเหลือง จำนวนสร้างไม่เกิน ๑๐๐ องค์

** อ.เกี๊ยก บอกว่า พระกริ่งทิพย์โกษา นี้เจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้นำเนื้อทองชนวนที่เหลือจากการหล่อ พระพุทธชินราช (จำลอง) วัดเบญจมบพิตร สร้างหล่อหลอมเทเป็นองค์พระกริ่ง ที่มีพุทธศิลป์เหมือนกับ พระกริ่งใหญ่ หรือพระกริ่งจีน ใต้ฐานจะเห็นรอยตัดช่อชนวนปรากฏอยู่ และมีตัวอักษร “ท” หล่อติดมาจากองค์พระ เป็นตัวจมในเนื้อพระ ส่วนฐานด้านหลังทั้งสองข้าง จะปรากฏรอยปิดรูกริ่ง ซึ่งเป็นการเททองหล่อแบบพระกริ่งในตัว คือ บรรจุเม็ดกริ่งไว้ภายในขณะหล่อองค์พระ เมื่อเป็นองค์แล้วต้องเขี่ยดินแม่พิมพ์ภายในองค์พระออก เพื่อให้เม็ดกริ่ง เมื่อเขย่าองค์พระจะได้มีเสียงดัง ** พระกริ่งรุ่นนี้ พระยาทิพย์โกษา ได้นำไปกะไหล่ทองทั้งหมด ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้เรียกว่า พระกริ่งพรหมมุนี เนื้อเหลือง (ผิวกะไหล่ทอง) ราคาเช่าหาในชั่วโมงนี้คงต้องเป็นหลักแสนขึ้นไป อ.เกี๊ยก มอบภาพและข้อมูลมาให้ศึกษาเป็นวิทยาทาน และหากท่านผู้ใด มีพระกริ่งในลักษณะเช่นนี้ อยากจะเปลี่ยนเป็นเงินแสน ก็เอาไปเสนอขายได้ สอบถามไปก่อนที่โทร.๐๘-๑๖๑๔-๙๓๐๐ **

 ** พระหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม เป็นอีกสายหนึ่งที่เวลานี้มีผู้ศรัทธาสนใจเช่าหากันอย่างกว้างขวาง จนทำให้พระทุกพิมพ์ทุกรุ่นของท่านมีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ คนที่เก็บเก่าหวังเป็นหลักทรัพย์ หากนำออกขายในเวลานี้ก็ได้กำไรหลายเท่าตัว โดยเฉพาะ พระเนื้อผงยาวาสนา (จินดามณี) ที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญ และเป็นสูตรโดยเฉพาะของ หลวงปู่บุญ จนทุกวันนี้ก็ยังไม่พระเนื้อผงยาวาสนาของสำนักไหนเทียบเท่าได้

** แต่วันนี้ขอนำเสนอ พระเนื้อดินเผา พิมพ์หายาก ของหลวงปู่บุญ มาให้ชมแทนเนื้อผงยาฯ คือ พระลีลา กลับด้าน เพราะโดยปกติ พระลีลาตะลุง ของ หลวงปู่บุญ จะลีลาก้าวย่างไปทางซ้ายมือขององค์พระ แต่พิมพ์นี้พิเศษตรงที่ ลีลาก้าวย่างไปทางขวามือ ขององค์พระ ซึ่งมีน้อยมาก และหายากด้วย องค์นี้เป็นพระของ ปองพล สะสมทรัพย์ ลูกหลานคหบดีเก่าแก่ของเมืองนครปฐม สะสมพระทุกอย่างของ หลวงปู่บุญ เพราะเป็นพระบ้านตัวเองอยู่แล้ว จึงต้องหวงแหนเป็นพิเศษ **

 ** สุดยอดของพระเนื้อชินสนิมแดง ต้องยกให้ พระร่วงยืนประทานพร หลังรางปืน อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย และ พระร่วงยืนประทานพร หลังลายผ้า กรุวัดพระศรีฯ จ.ลพบุรี  ซึ่งเป็นพระที่มีรูปแบบพิมพ์ทรง ศิลปะเหมือนกัน และสร้างในสมัยเดียวกัน คือ ยุคที่เมืองลพบุรี  มีความเจริญรุ่งเรืองสูงสุด วันนี้ได้ภาพมาทั้ง ๒ พิมพ์ จึงขอนำภาพมาให้ชมพร้อมกัน องค์แรก พระร่วงยืนประทานพร หลังรางปืน เป็นพระของ อมร วานิชสัมพันธ์ (ยู่กิม บางลีอารต์) เซียนพระอาวุโสแห่งเมืองสุพรรณ อีกองค์ พระร่วงยืนประทานพร หลังลายผ้า เป็นพระของ ดามพ์ สุพรรณ คนหนุ่มสายเลือดใหม่ ลูกหลานชาวสุพรรณ ผู้มีสายตาเฉียบขาดในการดูพระทุกประเภท **


 

"}])