พระเครื่อง

เรียนรู้จาก 'ภาพพระแท้' ทำให้ดูพระเป็นธีรพิพัฒ สิงหศิริธรรม บก."ศึกษาและสะสม"

เรียนรู้จาก 'ภาพพระแท้' ทำให้ดูพระเป็นธีรพิพัฒ สิงหศิริธรรม บก."ศึกษาและสะสม"

19 เม.ย. 2552

บนแผงหนังสือเมืองไทย ทุกวันนี้ ... นิตยสารเกี่ยวกับพระเครื่องพระบูชา ดูเหมือนว่าจะมีจำนวน "หัวหนังสือ" ไม่น้อยกว่านิตยสารประเภทอื่นใดเลย รวมทั้งหนังสือหรือตำราพระเครื่องพระบูชาเฉพาะกิจอีกจำนวนไม่น้อยที่วางขายอยู่ทั่วทุกมุมเมือง

 สิ่งนี้ย่อมเป็นดัชนีชี้วัดได้ว่าทุกวันนี้มีผู้ให้ความสนใจในการสะสมพระเครื่องพระบูชาอย่างกว้างขวางมากกว่าสมัยก่อน จึงมีผู้ติดตามซื้อหนังสือพระมาอ่านมาศึกษากันมากขึ้น

 อย่างไรก็ตาม ในบรรดาหนังสือที่วางขายอย่างมากมายนั้น มีบางเล่มที่จัดทำอย่างไม่มีคุณค่า แถมยังมีภาพ พระปลอม ปะปนอยู่ไม่น้อย และมีบางเล่มที่ลงแต่ภาพ พระปลอม ทั้งหมดก็มี 

 สิ่งพิมพ์เหล่านี้นับเป็นภัยอันตรายแก่ผู้ที่เพิ่งหันมาสนใจสะสมพระเครื่องพระบูชาเป็นอย่างยิ่ง

 แต่โดยภาพรวมแล้ว นิตยสารหรือสื่อสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวกับพระเครื่องพระบูชา มีจำนวนไม่น้อยที่จัดทำได้ดี มีคุณภาพ มีข้อมูลที่ถูกต้อง มีภาพพระแท้ให้ศึกษาพิจารณาได้เป็นอย่างดี

 ในจำนวนนี้ก็มีสื่อสิ่งพิมพ์จากค่าย "ศึกษาและสะสม" และ "ไทยพระ" คอลเล็กชั่น โดยมี ธีรพิพัฒ สิงหศิริธรรม เป็นบรรณาธิการ

 ธีรพิพัฒ สิงหศิริธรรม เป็นชาว จ.ปัตตานี โดยกำเนิด หลังจากจบ ม.ปลาย จากโรงเรียนสาธิต ม.อ.ปัตตานี แล้วได้สอบเอนทรานซ์ติดคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนเรียนจบระดับปริญญาตรี (เอกหนังสือพิมพ์) เมื่อปี ๒๕๓๑ ช่วงที่เรียนได้ฝึกงานอยู่ที่ นสพ.สยามรัฐ ทำให้มีความรู้ในการเขียนข่าวได้ดีพอสมควร

 ต่อมาได้ทำงานด้านโฆษณา และสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ในช่วงนั้นได้รับงานจัดทำนิตยสารกอล์ฟ ฉบับหนึ่ง จึงมีความคิดเห็นว่าน่าจะมีเรื่องของพระเครื่องลงพิมพ์ในนิตยสารกอล์ฟด้วย เพราะนักกอล์ฟจำนวนไม่น้อย ที่มีความสนใจในการสะสมพระเครื่องเช่นกัน
 เรื่องนี้ทีมงานเห็นดีด้วย จึงได้ไปติดต่อกับนักเขียนเซียนพระคนหนึ่ง เพื่อขอเรื่องมาลงในนิตยสารกอล์ฟ ที่จัดทำอยู่ ก็ได้รับความนิยมชมชอบจากนักกอล์ฟทั้งหลายด้วยดี

 ธีรพิพัฒกล่าวว่า "ตรงจุดนี้เอง ที่ทำให้ผมสนใจเรื่องพระเครื่องมากขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีความสนใจอยู่บ้างแล้ว สมัยที่เรียนอยู่ปัตตานี เพราะญาติพี่น้องก็ล้วนแต่มีพระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ แขวนติดตัวกันทั้งนั้น รวมทั้งเพื่อนๆ ที่เรียนหนังสือด้วยกัน หากเป็นคนไทยพุทธ และเป็นคนปัตตานี  หรือคนใต้ทั่วไป พระหลวงพ่อทวด ย่อมเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ รวมทั้งพระหลวงพ่อดำ วัดตุยง จ.ปัตตานี ซึ่งสมัยเด็กๆ ผมยังเคยไปกราบไหว้ท่านที่วัดมาแล้ว เรื่องของพระเครื่องจึงเป็นสรณะที่ติดตัวมาโดยตลอด"

 บก.นิตยสาร "ศึกษาและสะสม" กล่าวด้วยว่า ช่วงที่ติดต่อกับนักเขียนเซียนพระท่านนั้น ทำให้มีโอกาสได้พบเห็นพระแท้พระปลอมมากมาย โดยมีผู้อ่านเอาพระมาให้ตรวจสอบที่สำนักงานเป็นประจำทุกวัน ส่วนใหญ่เป็นพระปลอมมากกว่าพระแท้ แต่นักเขียนเซียนพระท่านนั้นก็ไม่ได้สอนวิธีดูพระให้แต่อย่างใด เพียงแต่บอกว่าเป็นพระแท้หรือพระปลอมเท่านั้น ที่เหลือให้ศึกษาหาจุดสังเกตเอาเอง แต่ก็ยอมรับว่า การเรียนรู้ด้วยวิธีนี้ทำให้สามารถจดจำความแตกต่างของพระแท้พระปลอมได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพิมพ์ทรงองค์พระ และเนื้อหามวลสาร ซึ่งมีความแตกต่างกันมากมาย

 ต่อมา บก.ธีรพิพัฒ ได้รับหน้าที่เป็นผู้จัดทำนิตยสารพระเครื่องของนักเขียนเซียนพระท่านนั้นอยู่ระยะหนึ่ง (ประมาณ ๘๐ ฉบับ) โดยได้รับค่าจัดทำเป็นรายฉบับ ช่วงนี้ได้รับความรู้เกี่ยวกับพระเครื่องมากยิ่งขึ้นไปอีก

 ขณะเดียวกัน ได้มีเพื่อนมาชวนไปทำนิตยสารเป็นของตัวเองขึ้นมาฉบับหนึ่ง ชื่อว่า "ศึกษาและสะสม" ซึ่งได้จัดทำติดต่อมาจนทุกวันนี้ และจะครบรอบปีที่ ๑๐ ในเดือนตุลาคม ๒๕๕๒ นี้

 นับเป็นเรื่องที่แปลกมาก ที่ บก.ธีรพิพัฒ เป็นนักจัดทำนิตยสารพระเครื่องมานานถึง ๑๐ ปี แต่ผู้คนในวงการพระส่วนใหญ่จะไม่คุ้นเคยกับ บก.ธีรพิพัฒ กันมากนัก เพราะเจ้าตัวไม่ค่อยเข้าสนามพระบ่อยนัก  

 บก.ธีรพิพัฒ บอกว่า "ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ ทั้งกลางวันและกลางคืน ให้กับการทำงาน โดยค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับพระเครื่อง การชี้จุดตำหนิขององค์พระ โดยพิจารณา   จากภาพถ่ายองค์พระแท้ ที่มีอยู่อย่างมากมายหลายหมื่นภาพ (น่าเป็นแสนภาพก็ได้) ภาพพระแท้เหล่านี้ส่วนใหญ่จะขอซื้อจากคุณเล้ง ท่าพระจันทร์ ช่างภาพมืออาชีพ ที่เซียนพระชื่อดังนิยมใช้บริการมานานปี ภาพพระเครื่องจากคุณเล้งจึงล้วนเป็นพระแท้ที่เชื่อถือได้ทุกภาพ เพราะคุณเล้งอยู่ในวงการพระมานานปี จึงสามารถดูพระได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมาก"

 การศึกษาจากภาพพระเครื่อง บก.ธีรพิพัฒ บอกว่า ต้องพิจารณาจากภาพพระหลายๆ สภาพ จะพบว่า พระพิมพ์เดียวกัน รุ่นเดียวกัน ส่วนใหญ่จะมีจุดตำหนิที่เหมือนกัน แต่หากมีความสงสัยก็จะไปสอบถามจากเซียนพระผู้ชำนาญในพระแต่ละประเภท ซึ่งหลายท่านมีความคุ้นเคยมาก่อน

 นอกจากนี้ ภาพพระที่ได้จากเซียนพระน้อยใหญ่ เอามาลงพิมพ์เพื่อเป็นวิทยาทาน หรือเพื่อการซื้อขายในนิตยสาร "ศึกษาและสะสม" ก็ตาม ล้วนแต่เป็นภาพพระที่ได้ผ่านการตรวจสอบมาแล้วว่าเป็นพระแท้แน่นอน จึงได้นำลงพิมพ์เผยแพร่ เท่าที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับภาพพระเหล่านี้เลย เรื่องนี้เซียนพระส่วนใหญ่ ยอมรับว่านิตยสารฉบับนี้ไม่เคยหลุดภาพพระปลอมออกไปเลย

 บก.ธีรพิพัฒ บอกด้วยว่า ระยะ ๕-๖ ปีแรก นิตยสาร "ศึกษาและสะสม" อยู่ได้ด้วยยอดขายอย่างเดียว ต่อมาเมื่อวงการพระยอมรับในคุณภาพของหนังสือ และด้วยผู้อ่านที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้เซียนพระหลายท่านให้การสนับสนุนด้วยการให้ โฆษณา ลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีรายได้ในส่วนนี้ขึ้นมาบ้าง แม้จะไม่มากนัก เพราะอัตราค่าลงโฆษณาในนิตยสารพระไม่แพงเลย หากเทียบกับนิตยสารประเภทอื่นๆ

 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากภาพพระแท้มีอยู่อย่างมากมาย อีกทั้งได้รับการสนับสนุนจากทั้งวงการพระและท่านผู้อ่าน จำนวนมาก บก.ธีรพิพัฒ จึงได้จัดทำนิตยสารออกมาอีกฉบับหนึ่ง ชื่อ "ไทยพระ คอลเล็กชั่น" เมื่อ ๓ ปีก่อน จนถึงทุกวันนี้ "ไทยพระฯ" วางตลาดมาแล้ว ๓๗ ฉบับ ก็ได้รับความสนใจจากท่านผู้อ่านอย่างกว้างขวาง มียอดจำหน่ายที่เลี้ยงตัวได้อย่างสบาย อีกทั้งมีเซียนพระจำนวนไม่น้อยให้การสนับสนุนในการลงโฆษณา หลายท่านบอกตรงกันว่า ได้ผลคุ้มค่า ทุกครั้งที่ลงโฆษณาพระอะไรก็ตาม จะมีผู้อ่านติดต่อสอบถามหรือขอเช่าพระองค์ที่ลงไว้นั้นเสมอ

 นอกจากนี้ บก.ธีรพิพัฒ ยังได้จัดทำหนังสือเฉพาะกิจ เจาะลึกเรื่องของพระยอดนิยมแต่ละประเภทอีกด้วย โดยได้จัดพิมพ์มาแล้วหลายเล่มด้วยกัน และทุกเล่มล้วนขายดีเป็นที่นิยมของนักสะสมพระโดยทั่วหน้า เพราะคุณค่าของหนังสือเฉพาะกิจแต่ละเล่มมีมากกว่าราคาหนังสือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การชี้จุดตำหนิขององค์พระแต่ละพิมพ์ ที่ช่วยให้นักสะสมสามารถพิจารณา พระแท้ พระปลอม ได้อย่างถูกต้อง และแม่นยำ

 ติดต่อกอง บก. ศึกษาและสะสม / ไทยพระ คอลเล็กชั่น ได้ที่โทร.๐-๒๖๘๒-๖๘๗๐, ๐๘-๙๐๐๐-๙๘๗๐, ๐๘-๑๘๒๗-๓๓๔๔

ตาล ตันหยง

"}])