พระเครื่อง

ปาฏิหาริย์! 'หลวงพ่อทวด'
อานิสงส์จาก..."พลขับช่วยพ่อเมืองปัตตานีรอดบึ้ม"

ปาฏิหาริย์! 'หลวงพ่อทวด' อานิสงส์จาก..."พลขับช่วยพ่อเมืองปัตตานีรอดบึ้ม"

07 พ.ค. 2554

ช่วงสายของวันอังคารที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๔ ระหว่างที่รถยนต์โตโยต้าไฮบริด สีดำ ทะเบียน กข ๒๕๒๕ ปัตตานี แล่นมาตามเส้นทางระหว่างตำบล หมู่ ๒ บ้านบางมะรวด ต.ปะนาเระ อ.ปะนาเระ ได้เกิดเสียงระเบิดดังก้อง แรงระเบิดทำให้ยานพาหนะคันดังกล่าวได้รับความเสียหาย โดยล้อรถยนต์แ

    
  ภายในรถยนต์คันดังกล่าวมีผู้โดยสารคนสำคัญ คือ “นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล” ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นั่งเบาะด้านหลัง พร้อมกับ “นายเอกสิทธิ์ สองเมือง” ปลัดอำเภอปัตตานี “นายบดินทร์ เบญจสมัย” เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ จ.ปัตตานี โดยมี “นายสมมาตร ดำรงฤทธิ์” เป็นพนักงานขับรถ
ก่อนเกิดเหตุรถยนต์ของคณะผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้เดินทางไปเป็นประธานเปิดโครงการค่ายภาษาอังกฤษ โรงเรียนอัลยามีอะห์อัลอิสลามียะห์ ต.บ้านกลาง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี โดยมีที่หมายต่อจากนั้นมุ่งหน้าไปเป็นประธานในพิธีเปิดงานวันผู้สูงอายุ ประจำปี ๒๕๕๔ ณ สนามกีฬากลาง ต.สะกำ อ.มายอ จ.ปัตตานี

 ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติขณะนั้น “สมมาตร ดำรงฤทธิ์” พนักงานขับรถที่นับถือศาสนาพุทธเพียงหนึ่งเดียว สามารถครองสติควบคุมยานพาหนะที่เต็มไปด้วยบาดแผลจากแรงระเบิด และนำข้าราชการระดับสูง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นถึง “พ่อเมือง” พร้อมด้วยผู้ร่วมคณะ ฝ่าห้วงเวลารอยต่อแห่งนาทีเป็นนาทีตายมาได้อย่างปลอดภัย

 สมมาตร ดำรงฤทธิ์ หนุ่มใหญ่วัย ๔๐ ปี ชาวบ้านแห่ง ต.ทรายขาว อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ผู้ทำหน้าที่เป็นพนักงานขับรถประจำตำแหน่งคันดังกล่าว เปิดอกย้อนนาทีระทึกให้ฟังว่า ขณะเดินทางกลับจากการนำผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีปฏิบัติภารกิจ กระทั่งรถแล่นมาถึงที่เกิดเหตุ ก็มีเสียง "บึ้ม" ดังขึ้นมาจากริมถนนด้านซ้ายมือ หลังจากนั้นกระจกรถด้านซ้ายที่ปลัดอำเภอนั่งอยู่ เริ่มร้าวและแตก แต่พอเหลือบสายตาไปยังกระจกมองหลัง เห็นไฟกำลังลุกท่วมรถจักรยานยนต์คันหนึ่ง ซึ่งเป็นต้นเสียงระเบิดก่อนหน้านี้ โดยมีกลุ่มควันลอยปกคลุมโขมง จึงมั่นใจว่าไม่ใช่ระเบิดขว้างแน่นอน แต่เป็นคงเป็นปฏิบัติการ “จักรยานยนต์บอมบ์”

 ขณะที่เกิดเหตุมีเสียงจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ถามขึ้นมาทันทีว่า "ไปต่อได้ไหม”

 สมมาตร ตอบโดยไม่ลังเลว่า "รถยนต์ยังไปต่อไหวครับ"

  ก่อนรวบรวมสติ รำลึกถึงพระคุณพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ประคองรถคันดังกล่าว รีบบึ่งออกจากที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด ขณะที่ยางรถทั้ง ๓ ล้อ (หน้า ๑ หลัง ๒) เริ่มแบนลงเรื่อยๆ เพราะจอดไม่ได้ หวั่นคนร้ายจะตามมาซ้ำ

 “ผมพยายามประคับประคองรถจากจุดเกิดเหตุเพื่อไปให้ถึง สภ.ปะนาเระ ซึ่งมีระยะทางประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร โดยตลอดเส้นทางล้อรถทั้งสามเส้นแตกหมด จนต้องขับบดมาจนถึงที่หมายชนิดเต็มไปด้วยความระทึก ผมระลึกถึงหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ และตั้งจิตอธิษฐานขอบุญบารมีของท่านให้ช่วยคุ้มครองคนในรถยนต์ให้ปลอดภัย เพราะขณะนั้นเชื่อว่าคงไม่มีอะไรช่วยได้ นอกจากปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อทวดผู้เป็นที่ยึดเหนี่ยวชีวิตผมมาตลอด” สมมาตร กล่าว

 พนักงานขับรถคนเดิมเล่าอีกว่า ในช่วงระทึกใจพอตั้งสติได้ใช้มือข้างหนึ่งกำพระที่คล้องคอ พร้อมกับสวดคาถาหลวงพ่อทวด “นะโมโพธิสัตโต อะคันติมายะ อิติภควา” ตลอดทาง
ขณะเดียวกันได้ยินเสียงคนในรถตะโกนว่ามีของดีอะไรในตัวเอาออกมาให้หมด และเมื่อถึงสถานีตำรวจปะนาเระ ทุกชีวิตภายในรถยนต์ก็เต็มไปด้วยความโล่งอก และสามารถหายใจได้ทั่วท้อง หลังจากสามารถฝ่าวิกฤติมาได้อย่างปลอดภัย

 “ในใจคิดว่าหากชีวิตไม่ถึงที่คงจะรอดพ้นจากช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายไปได้ และที่สำคัญระลึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก โดยเฉพาะบุญบารมีของหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ช่วยปกปักรักษาชีวิตให้รอดพ้นอันตราย” สมมาตร กล่าว

 พร้อมกับบอกด้วยว่า ชีวิตของผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดอำเภอ และเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์จังหวัด ล้วนเป็นบุคคลสำคัญที่มีส่วนต่อการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบอย่างมาก ดังนั้น จะต้องทำทุกอย่างเพื่อพาชีวิตคนสำคัญออกไปจากจุดอันตรายให้ได้เร็วที่สุด และสิ่งสำคัญที่อยู่ในหัวตลอดเวลาคือ ภาวนาขอปาฏิหาริย์หลวงพ่อทวด และสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ที่คล้องคออยู่ ให้ช่วยเหลือเพื่อพ้นภัยด้วยเทอญ

 "ตลอดชีวิตในการทำหน้าที่ สิ่งที่ไม่เคยขาดคือ ก่อนออกจากบ้านทุกครั้งจะต้องท่องคาถาหลวงพ่อทวด ก่อนอาราธนาหลวงพ่อทวดขึ้นคอทุกเช้า ก่อนเดินทางมาทำงานทุกวัน โดยมีพระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ปี ๒๕๐๕ พิมพ์หลังตัวหนังสือ และพระสมเด็จเกศไชโย จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นพระเครื่องมรดกที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ รวมถึงสายตะกรุดคล้องคอ หลวงปู่เจียม จ.สุรินทร์ ติดตัวตลอดเวลา" สมมาตร กล่าวทิ้งท้าย

'พ่อเมืองตานี' เผยนาทีระทึก
 นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี หรือที่ชาวบ้านเรียกขานด้วยความคุ้นเคยว่า "แบเฮาะ" เล่าให้ฟังถึงนาทีระทึกว่า จังหวะที่เกิดเหตุรถส่ายไปมา หันไปมองด้านหลังมองเห็นกลุ่มควันโขมง ทำให้รู้ทันทีว่าเกิดระเบิดขึ้น จึงได้ตะโกนสั่งพลขับ "อย่าจอด" พร้อมกับเร่งเครื่องยนต์ให้ออกห่างจากจุดเกิดเหตุโดยเร็ว แม้สภาพรถจะไม่เอื้ออำนวยในการขับ แต่เพื่อความปลอดภัยจำเป็นต้องขับหนี ทั้งๆ ที่ไม่มียางล้อ กระทั่งเมื่อขับไปจนถึงหน้า สภ.ปะนาเระ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร จึงจอดรถแจ้งเจ้าหน้าที่ พร้อมตรวจสอบสภาพรถ พบด้านข้างเสียหายเล็กน้อยจากแรงระเบิด ขณะที่ยางล้อทั้ง ๓ ข้างแตกกระจาย

 สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เชื่อว่าน่าจะเป็นการตอบโต้ของกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่ไม่พอใจในการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ที่เน้นการสร้างความร่วมมือ ในการร่วมกันแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ โดยเฉพาะการร่วมกันสร้างสันติสุขอย่างจริงจัง ระหว่างรัฐกับมวลชน ทั้งนี้ พื้นที่ อ.ปะนาเระ ได้เข้าไปทำบันทึกข้อตกลง หรือเอ็มโอยู การร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานราชการ ผู้นำศาสนา และผู้นำชุมชน เพื่อสร้างสันติในพื้นที่อย่างจริงจัง และได้รับความร่วมมือที่ดีมากนั่นเอง

 "ด้วยความปรานีแห่งอัลเลาะห์ ช่วยให้ผมยังมีลมหายใจยืนหยัดทำงานเพื่อประชาชนต่อไป และที่สำคัญสิ่งดีๆ ที่ผมทำเพื่อชาวบ้าน เป็นผลดีที่คุ้มครองให้เราอยู่รอดปลอดภัย และที่ขาดไม่ได้ คือ การมีสติสมาธิ ท่ามกลางวิกฤติ เพื่อพาชีวิตให้พ้นจากอันตรายให้ได้” นายนิพนธ์ กล่าว

 “ในใจคิดว่า หากชีวิตไม่ถึงที่คงจะรอดพ้นจากช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายไปได้ และที่สำคัญระลึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก โดยเฉพาะบุญบารมีของหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ช่วยปกปักรักษาชีวิตให้รอดพ้นอันตราย”

เรื่อง... "สุพิชฌาย์ รัตนะ"
ภาพ... "จรูญ ทองนวล"

"}])