พระเครื่อง

นารีลักษณ์ วิมุกตานนท์
ผู้บุกเบิกเส้นทาง..."ทัวร์แสวงบุญพุทธภูมิ"

นารีลักษณ์ วิมุกตานนท์ ผู้บุกเบิกเส้นทาง..."ทัวร์แสวงบุญพุทธภูมิ"

05 พ.ค. 2554

"ก็ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่ง เที่ยวจาริกไปยังเจดีย์ (สังเวชนียสถาน) มีจิตเลื่อมใสแล้ว จักทำกาละลง ชนเหล่านั้นทั้งหมดเบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก จักเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ฯ"

  ที่กล่าวมาข้างต้น อานิสงส์ของการจาริกแสวงบุญไปยังสังเวชนียสถานด้วยความศรัทธา จากพระพุทธพจน์ ในพระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๐ พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒ ทีฆนิกาย มหาวรรค มหาปรินิพพานสูตร

 อย่างไรก็ตาม เดิมทีนั้นการเดินทางไปสักการะยังสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล ในดินแดนพุทธภูมิเป็นไปด้วยความยากลำบาก ต้องมีความศรัทธาตั้งมั่นอย่างมาก จึงจะสามารถไปนมัสการได้ครบทุกแห่ง แต่ในปัจจุบันการเดินทางสะดวกสบายขึ้น ทั้งนี้ บริษัท การบินไทย ได้จัดเที่ยวบินตรงไปยังเมืองพาราณาสี และเมืองพุทธคยา ดินแดนพุทธูมิ ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นผลพวงมาจาก นางนารีลักษณ์ วิมุกตานนท์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายวางแผนและประสานงานการเดินทางลูกค้าพิเศษ (ดี๕) บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ผู้มีบทบาทยิ่งในการเปิดโครง “การจาริกแดนพุทธภูมิ ตามรอยพระศาสดา” หรือ "ทัวร์แสวงบุญพุทธภูมิ"

 นางนารีลักษณ์ บอกว่า ก่อนหน้านี้ การบินไทยจะบินไปยังเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจของอินเดียเท่านั้น ได้แก่ กัลกัตตา เดลลี มุมไบ บังกาลอร์ เชนไน และไฮเดอราบาด หากต้องการไปแสวงบุญก็ต้องไปต่อสายการบินภายในประเทศเอาเอง ซึ่งเป็นเรื่องยากลำบาก และต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ก่อนที่จะมาเป็นโครงการ "ทัวร์แสวงบุญพุทธภูมิ" โดยทัวร์เอื้องหลวงนั้น ประมาณ พ.ศ.๒๕๔๕ เวลานั้น นายกนก อภิรดี เป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ได้ให้โจทย์มาว่า “ทำอย่างไรถึงจะได้กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ รวมทั้งเส้นทางบินใหม่ๆ”

 นับว่าเป็นความโชคดี ในครั้งนั้นได้มีโอกาสจัดเที่ยวบินพิเศษถวายแด่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปยังเมืองกุสินารา ระหว่างนั้นได้พูดกับกลุ่มผู้แสวงบุญที่เป็นชาวไทย สิ่งหนึ่งที่ผู้แสวงบุญพูดเป็นเสียงเดียวกัน คือ “การเดินทางต้องใช้เวลาและเป็นไปด้วยความยากลำบาก“ จึงเสนอแนวคิดและแผนไปว่า  “กลุ่มพุทธศาสนิกชนที่ต้องการไปแสวงบุญพุทธภูมิ” เมื่อผู้บริหารรับฟังแนวคิดและแผนดังกล่าว พร้อมกับสั่งให้ดำเนินงาน จึงมีการสำรวจเส้นทางอย่างละเอียดกับฝ่ายการพาณิชย์ของบริษัท โดยใช้เวลาสำรวจเส้นทางอยู่ ๓ ปี ในที่สุด เดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๙ เที่ยวบินปฐมฤกษ์สู่เมืองพุทธคยา และพาราณสี ดินแดนพุทธภูมิ โดยในปี ๒๕๕๔ นี้จะเป็นปีที่ ๖

 ทุกครั้งที่เดินทางไปสำรวจเส้นทาง รวมทั้งปัจจุบันนี้ ได้รับความร่วมมืออย่างดีจาก พระราชรัตนรังษี เจ้าอาวาสวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ สาธารณรัฐอินเดีย รวมทั้งคณะพระธรรมทูตสายอินเดียและเนปาล

 มีอยู่ครั้งหนึ่ง ระหว่างที่ท่านบรรยายประวัติและความสำคัญของต้นพระศรีมหาโพธิ์ จึงตั้งจิตอธิษฐานว่า  “จะนำชาวพุทธจากเมืองไทยมากราบพระบาทพระพุทธองค์ให้มากที่สุด” และก็เป็นไปดังคำอธิษฐานจริงๆ

 “บินไปประเทศอื่นเพียงครั้งสองครั้งก็เบื่อ ไม่อยากไปซ้ำ แต่เส้นทางบินสู่ดินแดนพุทธภูมิ แม้ว่าจะเคยไปมาแล้วมากกว่า ๒๐ ครั้ง ถ้ามีโอกาสก็จะไปอีก แม้ว่าจะขึ้นชื่อว่าลำบากกาย แต่เรื่องของจิตนั้นมันปลื้มปีติ อิ่มเอิบใจ ยากเกินจะหาคำบรรยายใดๆ มาอธิบาย ตั้งใจว่า หลังเกษียณจากการทำงานแล้วจะไปอินเดียเพื่อทำงานรับใช้พระพุทธเจ้าปีละครั้ง” นางนารีลักษณ์ กล่าว

 นางนารีลักษณ์พูดทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า “เส้นบินอื่นการบินไทยได้เพียงแค่เงินจากการขายตั๋วเครื่องบินเท่านั้น แต่เส้นทางบินสู่พุทธภูมิ เงินจากการขายตั๋วเครื่องบินกลายเป็นเรื่องเล็ก อาจจะเปรียบไม่ได้เลยกับการที่การบินไทยมีส่วนสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาจิตใจของคนในชาติ ให้มีสิ่งยึดเหนี่ยวในการดำเนินชีวิต  โดยถือปฏิบัติตามคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า รวมทั้งการเพิ่มเติมความรู้เกี่ยวกับพุทธศาสนาด้วยการนำพุทธศาสนิกชนไปกราบสังเวชนียสถาน อันเป็นการเพิ่มพลังศรัทธา และเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาจิตใจของคนในสังคมอีกทางหนึ่ง”

ปิติแห่ง...รางวัลพุทธคุณูปการ
 จากผู้มีบทบาทยิ่งในการเปิดโครงการ "จาริกแดนพุทธภูมิ ตามรอยพระศาสดา" ทำให้ นางนารีลักษณ์ ได้รับการคัดเลือกเข้ารับ "รางวัลพุทธคุณูปการ" ซึ่งเป็นรางวัลเกียรติยศของสภาผู้แทนราษฎรไทย ที่มอบให้แก่บุคคล หรือหน่วยงานที่ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา เพื่อแสดงความกตัญญู และยกย่องผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา

 รางวัลนี้มอบโดยการกลั่นกรองจากคณะอนุกรรมาธิการของรัฐสภา ซึ่งถือว่าเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย  เป็นเครื่องหมายหนึ่งที่แสดงถึงการให้ความสำคัญแก่พระพุทธศาสนาในประเทศไทย และความสำคัญของรางวัลนี้ ที่มอบให้แก่ผู้ทุ่มเททั้งกายและใจ ทั้งพระสงฆ์ บุคคลทั่วไป และองค์กร ที่มีความตั้งใจ ทุ่มเท เสียสละ และอุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนา

 ทั้งนี้ นายบำรุง พันธุ์อุบล ผู้อำนวยการกลุ่มงานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการและวิชาการ ได้เสนอนำชื่อรางวัลให้ที่ประชุมได้พิจารณา ด้วยการเสนอคำว่า "พุทธคุณูปการ" ซึ่งมาจากคำสามคำ คือ "พุทธ" หมายถึง พระพุทธศาสนา "คุณ" หมายถึง คุณความดีหรือความเกื้อกูล และ "อุปการ" หมายถึง การอุดหนุนทำความดี เมื่อนำมาสมาสกันจะได้คำว่า "พุทธคุณูปการ" หมายถึง ผู้ให้การสนับสนุนการประพฤติปฏิบัติธรรม หรือทำความดีต่อพระพุทธศาสนา  หรือผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา

 การมอบรางวัลที่มีชื่ออันเป็นมงคลนามนี้ ได้แบ่งเป็นสามระดับคือ ระดับเพชร เรียกว่า "วัชรเกียรติคุณ" ระดับทอง เรียกว่า "กาญจนเกียรติคุณ" และระดับเงิน เรียกว่า "รัชตเกียรติคุณ" โดยพิธีมอบรางวัลประจำปี ๒๕๕๔ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ และเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กทม. ได้ให้ความเมตตารับเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานมอบรางวัล ณ หอประชุมมหาวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

 “เส้นทางบินสู่พุทธภูมิ เงินจากการขายตั๋วเครื่องบิน เปรียบไม่ได้เลยกับการที่การบินไทยมีส่วนสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาจิตใจของคนในชาติ ให้มีสิ่งยึดเหนี่ยวในการดำเนินชีวิต โดยถือปฏิบัติตามคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า”

0 เรื่อง / ภาพ ไตรเทพ ไกรงู 0

 

"}])